เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทายาทเจ้าสัวเจริญทุ่ม 4 หมื่นล้าน ลงทุน 5 ปี เอเชียทีค-เวิ้งนครเกษม จ่อผุดสวนน้ำกลางกรุง
Real Estate ทายาทเจ้าสัวเจริญทุ่ม 4 หมื่นล้าน ลงทุน 5 ปี เอเชียทีค-เวิ้งนครเกษม จ่อผุดสวนน้ำกลางกรุง
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังอิหร่านเพิ่มการโจมตี ท่ามกลางอุปทานที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังอิหร่านเพิ่มการโจมตี ท่ามกลางอุปทานที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง
SET เปิดลบ 8 จุด “กรุงศรี” ชี้น้ำท่วมยังกดดัน ลุ้นท่องเที่ยว-ลงทุนรัฐหนุน
Finance SET เปิดลบ 8 จุด “กรุงศรี” ชี้น้ำท่วมยังกดดัน ลุ้นท่องเที่ยว-ลงทุนรัฐหนุน
ม.พายัพ-ทีวา ลุย “Raising Lanna” ดันธุรกิจท้องถิ่นเติบโตยั่งยืน
เศรษฐกิจภูมิภาค ม.พายัพ-ทีวา ลุย “Raising Lanna” ดันธุรกิจท้องถิ่นเติบโตยั่งยืน
ฟิตเนสคึกรับ HYROX ผุดคลาส-ฟื้นฟูชิงดีมานด์
Business ฟิตเนสคึกรับ HYROX ผุดคลาส-ฟื้นฟูชิงดีมานด์
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
เนเน่ รอยัล ซูเปอร์ซอฟต์พาวเวอร์
Biz Movement เนเน่ รอยัล ซูเปอร์ซอฟต์พาวเวอร์
ราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 66,900 บาท
ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.62 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.62 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
เกมอนุรักษนิยม (หมดอายุ)  เขย่าเครือข่าย ‘อำนาจสีน้ำเงิน’
Politics เกมอนุรักษนิยม (หมดอายุ)  เขย่าเครือข่าย ‘อำนาจสีน้ำเงิน’
ดูทั้งหมด

“มู้ด” นักลงทุนต่างชาติต่ออินเดีย คึกคักสุด ๆ-ตรงข้ามกับจีน

02 มี.ค. 2567 | 11:38น.
INDIA-STOCKS-MARKETS-HONG KONG-CHINA
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

อินเดียกำลังเป็นที่กล่าวถึงอย่างอื้ออึง ในฐานะทางเลือกสำหรับนักลงทุนต่างชาติที่มีศักยภาพจะมาทดแทนจีน หลังจากจีนและสหรัฐอเมริกามีความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่และงัดมาตรการกีดกันการค้าตอบโต้กันมาหลายปี จนทำให้นักลงทุนลดน้ำหนักและขนาดการลงทุนในจีน รวมทั้งย้ายฐานการลงทุนไปที่อื่น

รายงานของซีเอ็นเอ็นระบุว่า การพัฒนาของอินเดียภายใต้รัฐบาลของนายนเรนทรา โมดี เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้อินเดียมีความน่าสนใจ อย่างเช่น การยกระดับของโครงสร้างพื้นฐานที่ดีขึ้นจนน่าตะลึง อย่างที่ “พียุส มิตตัล” ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอ แมตธิว เอเชีย ซึ่งเป็นกองทุนเพื่อการลงทุนในซานฟรานซิสโก เห็นด้วยตาตัวเอง

มิตตัลบอกว่า เมื่อ 30 ปีที่แล้วเขาขับรถเป็นระยะทาง 185 ไมล์ (ประมาณ 296 กิโลเมตร) จากนิวเดลีไปเมืองชัยปุระบ่อย ๆ ซึ่งใช้เวลาถึง 6 ชั่วโมง แม้ว่าจะมีการขยายทางหลวงจากหนึ่งเลนเป็นสองเลน และจากสองเลนเป็นสามเลน แต่ก็ยังใช้เวลา 6 ชั่วโมงอยู่ดี แต่เมื่อปีที่แล้ว ทางด่วนใหม่ถูกสร้างขึ้น เขาใช้เวลาขับเพียง 3 ชั่วโมง

“ผมอ้าปากค้างเลย ว้าว เป็นไปได้ยังไง ที่สิ่งนี้จะเกิดขึ้นในอินเดีย ถ้า 30 ปีที่แล้วเป็นไปไม่ได้เลยที่จะขับเพียง 3 ชั่วโมงสำหรับเส้นทางนี้”

นอกจากคุณภาพโครงสร้างพื้นฐานที่ดีขึ้นแล้ว บรรดามืออาชีพด้านการเงินทั่วโลกกำลังสังเกตเห็นการพัฒนาด้านการเงินมาตั้งแต่ปี 2014 ภายใต้รัฐบาลของนายนเรนทรา โมดี ที่ดำรงตำแหน่งมา 2 สมัย และตื่นเต้นกับเป้าหมายของนายกฯ อินเดียที่เคยกล่าวไว้ว่า ต้องการให้เศรษฐกิจอินเดียมีขนาด 5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2025

มุมมองทางบวกของนักลงทุนทั่วโลกที่มีต่ออินเดีย ตรงข้ามอย่างชัดเจนกับอารมณ์ในจีนที่กำลังเผชิญปัญหาหลายด้าน รวมถึงเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติที่ไหลออกจากจีน ส่วนมูลค่าตลาดหุ้นหายไปมากกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์

แต่ตลาดหุ้นอินเดียกลับทำสถิติสูงเป็นประวัติการณ์ มูลค่าบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อินเดียเกิน 4 ล้านล้านดอลลาร์ไปแล้วเมื่อปลายปี 2023 และแนวโน้มในอนาคตยิ่งสดใสกว่าเดิม โดยคาดว่าภายในปี 2030 มูลค่าตลาดหุ้นอินเดียจะเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวไปอยู่ที่ 10 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้เป็นไปไม่ได้ที่นักลงทุนขนาดใหญ่ทั่วโลกจะเมินเฉย

อาทิตยา ซูเรส หัวหน้าฝ่ายวิจัยหุ้นอินเดียของแมคควอริ แคปิตอล ชี้ว่าดัชนี MSCI ที่มีการทบทวนใหม่ล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนมีมุมมองที่คึกคักต่อตลาดหุ้นอินเดีย โดย MSCI เตรียมจะเพิ่มน้ำหนักตลาดหุ้นอินเดียจาก 17.98% เป็น 18.06% เทียบกับ 2 ปีก่อนหน้านี้ที่ตลาดหุ้นอินเดียมีน้ำหนักเพียง 7% ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ และในความเห็นของตนน่าจะขยับขึ้นไปอีกถึง 25%

อย่างไรก็ตาม ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะมีการเลือกตั้งอินเดีย ซึ่งบรรดาผู้สังเกตการณ์ตลาดต่างหวังว่า หากโมดีชนะเป็นสมัยที่ 3 ด้วยเสียงข้างมาก จะทำให้สามารถคาดหมายนโยบายเศรษฐกิจในระยะ 5 ปีได้ จะยิ่งทำให้นักลงทุนสนใจอินเดียมากขึ้น เพราะเห็นการเติบโตที่ยั่งยืน

“อินเดีย” จะกลายเป็นเครื่องยนต์ตัวต่อไปในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดว่าเศรษฐกิจอินเดียจะเติบโต 6.5% ในปีงบการเงินถัดไปของอินเดีย (2024-2025) เทียบกับจีนซึ่งขยายตัวเพียง 4.6% จะทำให้อินเดียมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 3 ของโลกภายในปี 2027

ฮูเบิร์ต เด บาโรเชซ นักเศรษฐศาสตร์ตลาด แห่งแคปิตอล อีโคโนมิกส์ ชี้ว่า อินเดียเป็นผู้ท้าชิงเบอร์ต้น ๆ ที่จะได้ประโยชน์จากการที่บริษัทต่างชาติย้ายการลงทุนไปยังประเทศที่เป็นมิตร หรือ Friend-Shoring โดยเห็นชัดว่าผู้สูญเสียคือจีน

แต่ก็มีคำถามว่า อินเดียควรค่าแก่การตื่นเต้นมากขนาดนั้นหรือไม่ เพราะขณะที่เศรษฐกิจอินเดียกำลังผงาดขึ้นมา ราคาหุ้นที่สูงก็ทำให้นักลงทุนต่างชาติบางคนถอยหนี ราคาหุ้นอินเดียแพงมาโดยตลอดเมื่อเทียบกับตลาดเกิดใหม่ด้วยกัน แต่ถึงอย่างนั้นในมุมมองของนักวิเคราะห์เห็นว่า แม้จะแพงแต่ราคาหุ้นอินเดียก็ยังขึ้นไปได้อีก เพราะนักลงทุนในประเทศทั้งรายย่อยและสถาบันไม่กังวลแม้ราคาสูง การที่ตลาดหุ้นอินเดียขับเคลื่อนโดยนักลงทุนภายในประเทศ ทำให้อินเดียมีความแข็งแกร่ง ช่วยลดการพึ่งพาเงินทุนต่างประเทศ ช่วยเป็นเกราะปกป้องอินเดียจากความผันผวนของโลกภายนอกได้มาก

ขณะที่ตลาดหุ้นจีนนั้น ถึงแม้ขณะนี้ราคาถูก แต่นักลงทุนสถาบันจากต่างประเทศยังคงระแวงความเสี่ยงทางการเมือง รวมทั้งการที่ต่างชาติมักถูกบุกค้นและควบคุมตัว ยังไม่รวมถึงความขัดแย้งทางการเมือง การค้ากับสหรัฐอเมริกา ประกอบกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่ไม่มีความแน่นอน ทำให้นักลงทุนไม่กล้าซื้อหุ้นกลับแม้ราคาถูก