เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 ก.ค.) ขยับขึ้น 3.7% อยู่ที่ 60,758 เหรียญสหรัฐ
Economic ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 ก.ค.) ขยับขึ้น 3.7% อยู่ที่ 60,758 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (2 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (2 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
ดูทั้งหมด

“กรุงศรี คอนซูมเมอร์” ปรับธุรกิจ ฝ่าพายุหนี้ครัวเรือน-เกณฑ์กำกับเข้ม

05 เม.ย. 2567 | 15:14น.
Krungsri

Krungsri

ธุรกิจบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลในปี 2567 ถือว่ามีความท้าทายค่อนข้างมาก ทั้งปัจจัยกดดันจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงกว่า 90% ที่มีผลต่อกำลังซื้อและการชำระหนี้ของลูกค้า โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ขณะเดียวกันยังเจอความท้าทายจากเกณฑ์การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ภายใต้เกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (Responsible Lending) ที่มีผลไปแล้วตั้งแต่ 1 ม.ค. 2567

ปรับธุรกิจตามมาตรการ ธปท.

นายอธิศ รุจิรวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด ในฐานะตัวแทนบัตรเครดิตในเครือกรุงศรี คอนซูมเมอร์ เปิดเผยว่า ภายใต้สถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในลักษณะ K Shaped โดยเฉพาะ K ขาล่างอาจได้รับผลกระทบ แต่กลุ่ม K ขาบน ถือว่ายังไปได้ดี ซึ่งมาตรการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (Responsible Lending) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยอมรับว่ามีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลแน่นอน

อย่างไรก็ดี เรื่องการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบบริษัทได้ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง บริษัทเชื่อว่าสามารถปรับกระบวนการให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของ ธปท.ได้ ประกอบกับการตั้งเป้าหมายธุรกิจไม่ได้เร่งการเติบโตมากนัก โดยบริษัทจะดูทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบที่มีผลต่อธุรกิจด้วย

“เราตั้งเป้าธุรกิจ เราจะดูทั้ง Head Wind และ Tailwind ดังนั้น เราแค่ปรับกระบวนการให้สอดคล้อง”

กาง 4 เสาหลักเดินเกมธุรกิจ

สำหรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ในปี 2567 นั้น นายอธิศเล่าว่า กลยุทธ์ปีนี้จะอยู่บน 4 เสาหลัก คือ 1.เร่งความเติบโตบนธุรกิจหลัก 2.ขยายระบบนิเวศพันธมิตร ซึ่งภายใต้เครือกรุงศรี คอนซูมเมอร์

จะเห็นว่าแบรนด์ 3 ใน 4 เป็นบัตร Partnership และหากดูบัตรร่วม (Cobrand) ในไทยที่มีอยู่ 200-300 เจ้า กรุงศรี คอนซูมเมอร์มีส่วนแบ่งตลาด (มาร์เก็ตแชร์) กว่า 50% ใหญ่ที่สุดในไทย จึงมองว่ากลยุทธ์พันธมิตรมีความสำคัญ และในปีนี้จะมีการทำอะไรเพิ่มเติมมากขึ้น เช่น ดีลเลอร์ที่ร่วมทำผ่อนชำระหลายหมื่นเจ้า หรือร้านค้าร่วมโปรโมชั่นที่มีราว 2 หมื่นร้านค้า

3.ส่งเสริมนวัตกรรมผลิตภัณฑ์จะมีการพิจารณาว่ารูปแบบการชำระ (Payment) เป็นรูปแบบที่ลูกค้าต้องการ เช่น กลุ่มอายุน้อยจะไม่ได้ชื่นชอบบัตรพลาสติก หรือไม่ใช้จ่ายบนบัตร และเป็นการจ่ายผ่านโมบายแบงกิ้ง บริษัทจึงมีผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม อาทิ ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (Buy Now Pay Later) หรือการจ่ายแบบ Tap & Go รวมถึงการคิดค้นอุปกรณ์ในชำระแบบอื่น และ 4.ความร่วมมือภายในเครือ (X-Group Synergies) จะมีการยกระดับกลยุทธ์ที่ทำให้เครือแข็งแรงยิ่งขึ้น เช่น One Retail ที่จะผลักดันต่อเนื่อง

“หากดูทั้ง 4 เสาหลัก เราจะทำให้แกนต่าง ๆ สามารถต่อจิ๊กซอว์ให้เข้ากัน รวมถึงทำความร่วมมือระดับ Cross Country อาทิ ญี่ปุ่น หรือธุรกิจนอกประเทศใน AEC และ MUFG Group”

ตั้งเป้ายอดสินเชื่อใหม่แตะแสนล้าน

ทั้งนี้ ในปี 2567 บริษัทตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตร (Spending) อยู่ที่ 393,000 ล้านบาท เติบโต 8% จำนวนบัตรเครดิตใหม่ 365,000 ใบ เติบโต 8% ยอดสินเชื่อใหม่ 100,000 ล้านบาท เติบโต 9% และยอดสินเชื่อคงค้าง 151,000 ล้านบาท ขยายตัว 2%

โดยภาพรวมในช่วง 2 เดือนแรก ทิศทางยังเป็นไปตามเป้าหมาย มียอดใช้จ่ายผ่านบัตร 62,000 ล้านบาท เติบโต 10% ยอดสินเชื่อใหม่ 15,000 ล้านบาท เติบโต 8% ยอดสินเชื่อคงค้าง 142,000 ล้านบาท เติบโต 3% อย่างไรก็ดี แม้ว่าจำนวนบัตรใหม่อยู่ที่ 62,000 ใบ อาจจะต่ำกว่าเป้าหมายเล็กน้อย แต่คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นในไตรมาส 3 และ 4 นี้

ขณะที่ภาพรวมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ทิศทางอาจเห็นการขยับเพิ่มขึ้น แต่คงไม่ได้ขยับเพิ่มขึ้นรุนแรงเนื่องจากบริษัทมีทีมบริหารความเสี่ยงและติดตามหนี้ (Collection) ค่อนข้างทำให้อัตราการเร่งของหนี้เอ็นพีแอลไม่สูงเมื่อเทียบกับระบบ เช่น สินเชื่อส่วนบุคคลทั้งระบบอยู่ที่กว่า 5% (สิ้นปี 2566) แต่ของกรุงศรี คอนซูมเมอร์อยู่ที่ราว 2.5% ส่วนบัตรเครดิตอยู่ที่ 1.14% ถือว่าคุณภาพค่อนข้างดี

“ในช่วง 2 เดือนแรกถือว่า Inline กับเป้าหมายกลุ่มลูกค้าบัตรใหม่ที่ต้องการ Young Gen เพราะจะทำให้พอร์ตเราสุขภาพดีในระยะยาว”

สำหรับผลประกอบการในปี 2566 เติบโตเป็นที่น่าพอใจ โดยมียอดใช้จ่ายผ่านบัตร 365,000 ล้านบาท เติบโต 10% ยอดสินเชื่อใหม่ 92,000 ล้านบาท เติบโต 6% เทียบกับปีก่อน

เรื่องญี่ปุ่นต้องกรุงศรีฯ

นายสมหวัง โตรักตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมลูกค้าผู้ถือบัตรในเครือกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ที่มีการใช้จ่ายต่างประเทศในปี 2566 อยู่ที่ 183,000 คน เติบโต 132% และมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรอยู่ที่ 5,500 ล้านบาท เติบโต 97%

อย่างไรก็ดี หากดูประเทศที่ลูกค้าเดินทางเป็นอันดับ 1 คือ ประเทศญี่ปุ่นมีสัดส่วนถึง 37% และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง สอดคล้องกับข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) พบว่าคนไทยเที่ยวญี่ปุ่นถึง 9.55 แสนคน เติบโต 402%

ทั้งนี้ หากดูในปี 2566 บัตรในเครือกรุงศรี คอนซูมเมอร์ มียอดใช้จ่ายในญี่ปุ่นสูงถึง 2,200 ล้านบาท เติบโต 250% หรือราว 106,000 คน เติบโต 180% ดังนั้น จากทิศทางดังกล่าว บริษัทจึงมุ่งเน้นขยายตลาดในประเทศญี่ปุ่นต่อเนื่องภายใต้กลยุทธ์ “เรื่องญี่ปุ่นต้องกรุงศรีฯ”

“ตอนนี้เราพันธมิตรกว่า 400 ราย และปีนี้เราจะขยายต่อเนื่องเป็นกว่า 600 ราย จากกลยุทธ์ดังกล่าว บริษัทตั้งเป้าลูกค้าเดินทางไปญี่ปุ่นอยู่ที่ 1.5 แสนคน หรือเติบโต 40% และมียอดใช้จ่าย 2,950 ล้านบาท เติบโต 50% ภายในปีนี้”