เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
World IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
Politics วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
Columns IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
Business ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
เล่าสู่กันฟัง วิธีสัมภาษณ์แบบกลุ่ม
SD Talk เล่าสู่กันฟัง วิธีสัมภาษณ์แบบกลุ่ม
‘การบินไทย’ คลอดมาตรการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมแล้ว
Business ‘การบินไทย’ คลอดมาตรการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมแล้ว
บ้าน-คอนโดแข่งระบายสต๊อก สาดโปรดาวน์ 0 บาท-ดอกเบี้ย 0% 5 ปี
Real Estate บ้าน-คอนโดแข่งระบายสต๊อก สาดโปรดาวน์ 0 บาท-ดอกเบี้ย 0% 5 ปี
เกมนิรโทษกรรม ล้างมลทิน แผนทักษิณ ปลุกเพื่อไทยคืนชีพ?
Politics เกมนิรโทษกรรม ล้างมลทิน แผนทักษิณ ปลุกเพื่อไทยคืนชีพ?
ราคาทองวันนี้ (17 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
วิเคราะห์ดีลประวัติศาสตร์ KFC จับมือโคคา-โคล่า ปิดฉากสัมพันธ์ 40 ปีเป๊ปซี่
Business วิเคราะห์ดีลประวัติศาสตร์ KFC จับมือโคคา-โคล่า ปิดฉากสัมพันธ์ 40 ปีเป๊ปซี่
ดูทั้งหมด

รู้จัก ‘จ่าเหน่ง’ ทำอะไรถึงได้เป็น เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2567

07 พ.ค. 2567 | 18:41น.

รู้จัก จ่าเหน่ง เรืออากาศตรีบัญชา เพ็ชรรักษ์ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2567

วันที่ 7 พฤษภาคม 2567 ในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญประจำปี 2567  ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 10 พฤษภาคม 2567 นี้ ‘เรืออากาศตรีบัญชา เพ็ชรรักษ์’  หรือจ่าเหน่ง เป็นเกษตรกรอีกรายหนึ่งที่จะเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในสาขาเกษตรอินทรีย์ดีเด่นแห่งชาติ

ไม่เพียงเท่านั้น “จ่าเหน่ง เกษตรอินทรีย์” ยังได้รับรางวัล แปลงต้นแบบสิงห์บุรีโมเดล การผลิตผักปลอดภัยสร้างรายได้สูง ภายใต้โครงการ 76 จังหวัด 76 โมเดล การผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยมูลค่าสูง” ของกรมวิชาการเกษตรอีกด้วย

แปลงเกษตรอินทรีย์ของจ่าเหน่ง ตั้งอยู่ที่ ตำบลโพกรวม อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เป็นแหล่งผลิตพืชผักอินทรีย์ผสมผสาน และเป็นแหล่งเรียนรู้และเชื่อมโยงการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ โครงการส่งเสริมและพัฒนาเตรียมความพร้อมตามระบบของเกษตรอินทรีย์ของจังหวัด รวมทั้งยังเป็นศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม (PGS) และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจังหวัดสิงห์บุรีด้วย

ในอดีตจ่าเหน่งเป็นข้าราชการทหาร ด้วยเหตุผลทางสุขภาพ จึงตัดสินใจหันมาประกอบอาชีพเกษตรกรอย่างเต็มตัวเมื่อปี 2553 ผ่านการศึกษา ค้นคว้า ทดลอง สร้างองค์ความรู้จากการลงมือปฏิบัติจริงและค้นคว้าหาความรู้จากเอกสารและสื่อต่าง ๆ  รวมทั้งเข้าร่วมอบรมกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้นำมาปรับใช้ให้เข้ากับระบบการผลิตพืชของตนเอง

ปี 2555 จ่าเหน่งเริ่มมีองค์ความรู้เกี่ยวกับการทำการเกษตรเพิ่มขึ้น และได้สมัครขอการรับรองมาตรฐาน GAP กับสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 กรมวิชาการเกษตร โดยได้รับการรับรอง จำนวน 12 ชนิดพืช

จ่าเหน่ง

ขณะเดียวกันก็ได้เตรียมความพร้อมเพื่อพัฒนาการผลิตให้เข้าสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์  โดยเริ่มศึกษาหาความรู้ด้านการทำปุ๋ยหมัก น้ำหมักสูตรต่าง ๆ ทดลอง พัฒนาปรับสูตรให้เหมาะสมกับการผลิตของตนเอง พร้อมทั้งศึกษาแนวทางการผลิตพืชในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ จนมั่นใจในแนวทางปฏิบัติ ในปี 2560 จึงได้ปรับเปลี่ยนมาทำการเกษตรในรูปแบบเกษตรอินทรีย์

โดยได้ยื่นขอการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ กรมวิชาการเกษตร พื้นที่ 0.75 ไร่ จำนวน 18 ชนิดพืช ได้การรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (Organic Thailand) ในปี 2562 โดยจ่าเหน่งนับว่าเป็นเกษตรกรรายแรกของจังหวัดสิงห์บุรีที่ประสบความสำเร็จในการผลิตพืชให้ได้รับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ จากกรมวิชาการเกษตร

นอกจากนี้ จ่าเหน่งเป็นเกษตรกรที่สร้างองค์ความรู้ และนวัตกรรมเป็นต้นแบบ  โดยออกแบบชั้นปลูกด้วยตนเอง ทำด้วยเหล็ก ขนาด กว้าง 1.20 เมตร ยาว 3 เมตร กรุชั้นปลูกด้วยมุ้งตาข่ายกันแมลง ใช้แผ่นกระเบื้องรองเป็นฐาน ความลึกของกระบะ 20 เซนติเมตร คลุมหลังคาชั้นปลูกด้วยพลาสติก ด้านข้างมีสแลนเพื่อช่วยพรางแสงให้กับต้นพืช  และแก้ปัญหาการเข้าทำลายของมดในช่วงเพาะเมล็ดโดยใช้วิธีเพาะเมล็ดในตะกร้าก่อนย้ายลงถาดหลุมเพาะกล้า

รวมทั้งยังใช้เทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร เช่น ไส้เดือนฝอย แมลงหางหนีบ BS มาใช้ในการบริหารจัดการศัตรูพืช เน้นวิธีการสำรวจแปลงเป็นหลักโดยสำรวจทุกวัน เพื่อสามารถควบคุมป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้ทันที  มิให้เกิดความเสียหายรุนแรง

ด้านการตลาดจ่าเหน่งใช้หลักการตลาดนำการผลิต โดยศึกษาความต้องการของตลาด นำมาวางแผนการผลิตผักและจำหน่ายผักตามชนิดที่ผู้บริโภคต้องการสูง และปลูกหมุนเวียนตามฤดูกาลเพื่อให้ผลผลิตมีคุณภาพ การปลูกเป็นแบบแปลง  ยกแคร่ทั้งหมด ปัจจุบันขยายเต็มพื้นที่ มีจำนวน 60 แปลง มีการวางแผนการปลูกเป็นรอบ โดยปลูกพืชผักหมุนเวียน รอบละ 10 แปลง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้ตามกำลังของตนเอง และให้มีรายได้หมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง

พร้อมทั้งยังหาช่องทางจำหน่ายสินค้าให้หลากหลาย ถึงมือผู้บริโภคโดยตรง เช่น การวางจำหน่ายหน้าร้าน และการเปิดสวนเป็นแหล่งท่องเที่ยวผู้บริโภคสามารถตัดผักด้วยตนเอง ในปี 2563 จ่าเหน่งมีรายได้รวมจำนวนทั้งสิ้น 208,735 บาท

จ่าเหน่ง

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า   สวนผัก จ่าเหน่ง มีการจัดการคุณภาพพืชในระบบเกษตรอินทรีย์อย่างต่อเนื่อง  เน้นการพึ่งพาตนเองมากที่สุดเพื่อให้เกิดความยั่งยืน โดยใช้แรงงานภายในครอบครัวเป็นหลัก ตั้งแต่การจัดเตรียมวัสดุเพาะ การจัดเตรียมวัสดุปลูก การผลิตปุ๋ยหมัก น้ำหมักต่าง ๆ ซึ่งจะทำไว้ใช้เองภายในสวน มีการค้นคว้า ทดลอง พัฒนาสูตรต่าง ๆ ที่เหมาะสมเพื่อนำมาใช้ในแปลงผลิตพืชของตนเองอย่างต่อเนื่อง ปลูกพืชตามความต้องการของตลาดหรือผู้บริโภค  ทำให้ไม่มีปัญหาด้านการผลิตและการจำหน่าย

ส่วนผลผลิตเป็นที่เชื่อมั่นของผู้บริโภคและเป็นที่ต้องการของตลาด รวมทั้งยังเปิดร้าน “จ่าเหน่งเกษตรอินทรีย์” จำหน่ายผลผลิตในสวน  และยังนำผลผลิตแปรรูปเป็นอาหารเมนูต่าง ๆ เช่น สเต๊ก สลัด สลัดโรล ฯ เป็นการพัฒนาต่อยอดการทำการเกษตรในระบบเกษตรอินทรีย์ให้เกิดความยั่งยืน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วันพืชมงคล เกษตรกร