เศรษฐา ทวีสิน ตรวจติดตามความก้าวหน้าโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โครงการ 10 คลองสวย น้ำใส คนไทยมีสุข
วันที่ 13 มิถุนายน 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะประกอบด้วย นายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางวันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร ตรวจติดตามความก้าวหน้าโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โครงการ 10 คลองสวย น้ำใส คนไทยมีสุข “คลองรอบกรุง (คลองโอ่งอ่าง-บำงลำพู)” และตรวจติดตามความก้าวหน้าการจัดขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค และความก้าวหน้าในการประดับตกแต่งเรือพระที่นั่ง ณ กองบังคับการกองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

โดยเมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางถึงบริเวณสวนสาธารณะป้อมมหากาฬ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร รับฟังบรรยายสรุปโครงการพัฒนาคลองรอบกรุง (คลองโอ่งอ่าง-บางลำพู) โดยสำนักการระบายน้ำ ณ บริเวณท่าเทียบเรือสวนสาธารณะป้อมมหากาฬ จากนั้นนายกรัฐมนตรีล่องเรือตรวจติดตามความก้าวหน้าโครงการ 10 คลองสวย น้ำใส คนไทยมีสุข (คลองโอ่งอ่าง)
โดยเดินทางจากท่าเทียบเรือสวนสาธารณะป้อมมหากาฬ ไปยังท่าเทียบเรือสะพานหัน (คลองโอ่งอ่าง) โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและกรุงเทพมหานครรายงานถึงความคืบหน้าในการดำเนินการ ซึ่งมีความคืบหน้าไปเกือบ 100% แล้ว โดยเฉพาะช่วงเวลาเย็นและค่ำเมื่อมีการเปิดไฟประดับจะทำให้มีความสวยงามของคลอง เป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างดี
ทั้งนี้ เมื่อเดินทางถึงท่าเทียบเรือสะพานหัน คลองโอ่งอ่าง นายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมพื้นที่บริเวณสะพานหัน และพบปะกับผู้ค้าขายริมคลองโอ่งอ่าง โดยนายกรัฐมนตรีได้สอบถามถึงเรื่องของการค้าขายจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าบริเวณตลาดริมคลองโอ่งอ่าง ขณะที่ผู้นำชุมชนริมคลององอ่างได้ขอให้ทางรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้คลองโอ่งอ่างกลับมาคึกคักอีกครั้ง
เนื่องจากมีบางช่วงซบเซา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้บรรยากาศเริ่มจะกลับมามีประชาชนและนักท่องเที่ยวทยอยกลับมาเดินเพิ่มมากขึ้น แต่ยังต้องการให้นายกฯและรัฐบาลช่วยผลักดันและประชาสัมพันธ์ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทีมงานช่วยประสานให้ช่างภาพ โดยเฉพาะสื่อต่างประเทศมาช่วยถ่ายภาพและรำเสนอ โดยเฉพาะมุมที่เป็น Unseen ของคลองโอ่งอ่าง เพื่อเผยแพร่ไปยังทั่วโลก เนื่องจากบางมุมที่เป็น Unseen ยังไม่ได้รับการประชาสัมพันธ์เท่าที่ควร และยังไม่ได้ถูกเผยแพร่สู่สายตาชาวโลก ให้เป็นที่รู้จัก เพื่อเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง
ขณะเดียวกัน ปลัดกรุงเทพมหานครได้ขอให้นายกฯรัฐมนตรีกลับมาเยี่ยมชมและล่องเรือเพื่อดูทัศนียภาพยามเย็นที่คลองโอ่งอ่าง เพื่อดูถึงความสวยงาม อีกรูปแบบหนึ่ง เนื่องจากช่วงเย็น-ค่ำจะมีการประดับไฟในจุดต่าง ๆ ซึ่งนายกรัฐมนตรีรับปากว่าจะกลับมาอย่างแน่นอน พร้อมจะพาช่างภาพจากสื่อต่างประเทศมาเยี่ยมชมด้วย
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเดินเยี่ยมชมและพบปะกับประชาชนริมคลองโอ่งอ่าง ได้มีชาวบ้านเข้ามาทักทายถ่ายรูปและมอบพวงมาลัยเพื่อเป็นกำลังใจให้กับนายกรัฐมนตรีตลอดเส้นทางก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะร่วมถ่ายรูปที่สะพานคลองโอ่งเป็นที่ระลึก
จากนั้นเวลา 10.00 น. นายกรัฐมนตรีตรวจติดตามความก้าวหน้าโครงการ 10 คลองสวย น้ำใส คนไทยมีสุข (คลองบางลำพู) โดยออกเดินทางจากท่าเทียบเรือสะพานหัน ไปยังท่าเทียบเรือบริเวณพิพิธภัณฑ์บางลำพู (คลองบางลำพู) เขตพระนคร โดยมีประชาชนสองฝั่งคลองได้ออกมาโบกไม้โบกมือต้อนรับและถ่ายรูปเป็นที่ระลึก นอกจากนี้ ยังมีชาวบ้านตะโกนทวงถามว่าเงินดิจิทัลของเราเมื่อไหร่จะได้ ซึ่งนายกรัฐมนตรียิ้มรับ พร้อมบอกว่า “ปลายปี”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากขึ้นเรือ นายกรัฐมนตรีเดินเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์บางลำพู โดยมัคคุเทศก์น้อยนำเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์และของดีจากชุมชนเขียงนิวาสไก่แจ้ โดยเฉพาะการปักดิ้นบนของที่ระลึก ก่อนออกเดินทางไปยังกองบังคับการ กองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
ต่อมาเวลา 10.40 น. ที่ห้องประชุมอเนกประสงค์ กองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ตรวจติดตามความก้าวหน้าการจัดขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค และความก้าวหน้าในการประดับตกแต่งเรือพระที่นั่ง โดยมี พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร พล.ร.ท.วิจิตร ตันประภา รองเสนาธิการทหารเรือ และหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วม
เมื่อมาถึงนายกรัฐมนตรี รับฟังบรรยายสรุปความก้าวหน้าในการเตรียมความพร้อมการจัดขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค โดยคณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี (กองทัพเรือ) และรับฟังบรรยายสรุปความก้าวหน้าในการประดับตกแต่งเรือพระที่นั่ง โดยกรมศิลปากร
นายเศรษฐากล่าวภายหลังรับฟังบรรยายสรุปว่า ขอให้เพิ่มในเรื่องความปลอดภัยทุกด้านด้วย เพราะความปลอดภัยเรียกว่าเป็นปัจจัยพื้นฐาน ในฐานะที่ตนมาจากภาคเอกชนในอดีต ได้ดูพระราชพิธีอันสมพระเกียรตินี้มาโดยตลอด และรู้สึกภาคภูมิใจ เห็นถึงความสวยงามอลังการ ถือเป็นเรื่องที่ดีงามอย่างยิ่ง ขอขอบคุณอธิบดีกรมศิลปากรด้วย ที่พยายามตอบรับให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในเรื่องของการท่องเที่ยว
และที่บอกว่ามีนักท่องเที่ยวที่มาดู ส่วนมากเป็นนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ถือว่าสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และมีการขยายเวลาในการทำเหล่านี้ ก็อยากจะขอให้ทีมงานของตนที่อยู่ที่นี่หลายท่านไปประสานกับทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯด้วย และให้ช่วยทำให้บรรจุเข้าไปในในตารางการโปรโมตเรื่องเหล่านี้
นายกรัฐมนตรีกล่าวตอนท้ายว่า หากมีการเก็บภาพระหว่างที่ดำเนินการพัฒนาเรื่องเหล่านี้ ซึ่งเป็นเบื้องหลังที่เราซ่อมแซม หรือการจัดงานใหญ่ในครั้งนี้ให้นำไปประกอบกับในวันงาน จะดูยิ่งใหญ่อลังการมาก เหมาะสมที่จะเก็บภาพไว้ใช้โปรโมตเรื่องการท่องเที่ยว ซึ่งประเทศไทยมีประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม ยืนยันไม่มีชาติใดในโลกนี้มี จึงฝากสำนักนายกรัฐมนตรีช่วยบริหารจัดการตรงนี้ด้วย
จากนั้นนายกรัฐมนตรีตรวจติดตามการซ่อมแซมการประดับตกแต่งเรือพระที่นั่ง ณ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ภายหลังตรวจเยี่ยมนายกฯ กล่าวว่า ขอชื่นชมและมีความภาคภูมิใจ ปลื้มปีติและยินดีที่ได้มีส่วนร่วมในพระราชพิธีสำคัญครั้งนี้ นายกฯยังได้สอบถามงบประมาณว่าเพียงพอหรือไม่ เนื่องจากได้จัดสรรไปแล้ว ซึ่งผู้บัญชาการทหารเรือกล่าวว่าเรียบร้อยและเพียงพอ
จากนั้นเวลา 11.00 น. นายกรัฐมนตรีนั่งรถกอล์ฟมายังบ่อพักเรือ แผนกเรือพระราชพิธี เพื่อตรวจเยี่ยมการฝึกซ้อมและการสาธิตการพายประกอบการเห่เรือพระราชพิธี ของกำลังพลฝีพายเรือพระราชพิธี พร้อมให้กำลังใจกำลังพลฝีพายจำนวน 900 ราย
นายกรัฐมนตรีกล่าวมอบโอวาทว่า มีความยินดีที่ได้มาพบกำลังพลทุกท่านในวันนี้ พระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ด้วยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคมีความสำคัญ และหน้าที่ที่ทุกท่านได้รับผิดชอบเป็นการร่วมแสดงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอให้กำลังพลทุกคนภาคภูมิใจและตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้การจัดพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินด้วยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเป็นไปได้อย่างสมพระเกียรติสูงสุด