เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รับลูกต้านทุจริต-ลดไซซ์ ขรก. รื้อใหญ่กฎกระทรวง 7,600 ฉบับ
Politics รับลูกต้านทุจริต-ลดไซซ์ ขรก. รื้อใหญ่กฎกระทรวง 7,600 ฉบับ
ราคาน้ำมันวันนี้ (3 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (3 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
โตโยต้า หนุนนักกีฬา ลุย ‘ไอจิ-นาโกยา 2026’
Automotive โตโยต้า หนุนนักกีฬา ลุย ‘ไอจิ-นาโกยา 2026’
สุญญากาศการบินไทย ปลด ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ลุ้นซีอีโอใหม่กู้ วิกฤต
Business สุญญากาศการบินไทย ปลด ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ลุ้นซีอีโอใหม่กู้ วิกฤต
ธุรกิจงัดแผนสำรองรับวิกฤต แรงกว่าปี 54 สะเทือนเศรษฐกิจทั้งประเทศ
Economic ธุรกิจงัดแผนสำรองรับวิกฤต แรงกว่าปี 54 สะเทือนเศรษฐกิจทั้งประเทศ
นายกฯสั่งรับมือฝนถล่มซ้ำ เฝ้าระวังเขื่อนระบายน้ำเพิ่ม
Economic นายกฯสั่งรับมือฝนถล่มซ้ำ เฝ้าระวังเขื่อนระบายน้ำเพิ่ม
“ชัชชาติ” พบ “ดร.เอ้” แลกข้อมูลน้ำท่วมลาดกระบัง–ร่มเกล้า เร่งแก้น้ำนิ่ง–น้ำเน่า ช่วยพื้นที่วิกฤต
News “ชัชชาติ” พบ “ดร.เอ้” แลกข้อมูลน้ำท่วมลาดกระบัง–ร่มเกล้า เร่งแก้น้ำนิ่ง–น้ำเน่า ช่วยพื้นที่วิกฤต
เตือนฝนระลอกใหม่ 11-14 ต.ค. 69 “ลุ่มเจ้าพระยา-กทม.” ระวังฝนแช่ 100 มม.
News เตือนฝนระลอกใหม่ 11-14 ต.ค. 69 “ลุ่มเจ้าพระยา-กทม.” ระวังฝนแช่ 100 มม.
ปี 2569 กรุงเทพฯ น้ำท่วม = ประเทศไทยน้ำท่วม
Business ปี 2569 กรุงเทพฯ น้ำท่วม = ประเทศไทยน้ำท่วม
จับตาเจ้าพ่อสวนน้ำ “ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ” กู้วิกฤต “สวนสยาม” อาณาจักรหมื่นล้าน ในวันธุรกิจร่วงโรย
Business จับตาเจ้าพ่อสวนน้ำ “ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ” กู้วิกฤต “สวนสยาม” อาณาจักรหมื่นล้าน ในวันธุรกิจร่วงโรย
ดูทั้งหมด

ฟังเสียงคนรุ่นใหม่ เลือกองค์กรใส่ใจสิ่งแวดล้อม

23 มิ.ย. 2567 | 15:29น.
ดร.โชดก ปัญญาวรานันท์-มานิตา ลิ่มสกุล

หากกล่าวถึงกลุ่มคน Gen Z และ Millennials ที่เป็นกำลังสำคัญในตลาดแรงงานทั่วโลก พวกเขามักให้ความสนใจร่วมงานกับองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยวัตถุประสงค์ และไม่กลัวที่จะปฏิเสธการร่วมงานกับองค์กรที่มีแนวทางไม่สอดคล้องกับค่านิยมของตนเอง

เช่น องค์กรที่สร้างผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อม หรือมีส่วนทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมผ่านแนวปฏิบัติที่ไม่ครอบคลุม และปัจจัยส่วนบุคคลอื่น ๆ เช่น องค์กรที่ขาดการสนับสนุนด้านสุขภาพจิตของพนักงาน และความสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต ด้วยเหตุนี้ องค์กรทั่วโลกจึงให้ความสำคัญกับการพยายามทำความเข้าใจคนทุกกลุ่ม

ดีลอยท์ (Deloitte) บริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการชั้นนำรายหนึ่งของโลก จึงทำการสำรวจ Deloitte Global 2024 Gen Z and Millennial Survey เพื่อรวบรวมความคิดเห็นจากคนทั้งหมด 22,841 คน จาก 44 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย แบ่งเป็น Gen Z 14,468 คน และ Millennials 8,373 คน ซึ่งเป็นผลการศึกษาสะท้อนมุมมองของเจนซี และมิลเลนเนียลชาวไทย ที่มีต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

“อริยะ ฝึกฝน” กรรมการบริหาร ดีลอยท์ คอนซัลติ้ง กล่าวว่า การสำรวจ Global 2024 Gen Z and Millennial Survey จัดทำขึ้นโดยดีลอยท์ต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ 13 เพื่อสำรวจมุมมองแนวคิดเชิงลึกของคนกลุ่มนี้ และติดตามความเปลี่ยนแปลงด้านแนวคิดและมุมมองต่าง ๆ

โดยล่าสุดรวบรวมความคิดเห็น 22,841 คน จาก 44 ประเทศทั่วโลก แบ่งเป็น Gen Z ที่มีอายุระหว่าง 19-29 ปี จำนวน 14,468 คน และ Millennials ที่มีอายุระหว่าง 30-41 ปี จำนวน 8,373 คน เก็บข้อมูลระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2566 ถึงเดือนมีนาคม 2567

สำหรับ Deloitte Global 2024 Gen Z and Millennial Survey-Thailand Perspective มีผู้เข้าร่วมการตอบแบบสอบถามทั้งหมด 301 คน แบ่งเป็น Gen Z จำนวน 201 คน และ Millennials จำนวน100 คน โดยกระจายผู้ตอบแบบสอบถามเป็นเพศหญิง และชายเท่า ๆ กัน

“ผลสำรวจบอกว่า กลุ่มคน Gen Z และ Millennials ในประเทศไทย มีความเครียด และความกังวลในเรื่องต่าง ๆ น้อยลงกว่าปีที่ผ่านมา โดยค่าครองชีพเป็นต้นเหตุของความกังวลอันดับ 1 ขณะที่มุมมองในเรื่องเศรษฐกิจและสังคม คนไทยทั้งสองกลุ่มนี้มีความคาดหวังจากภาครัฐและภาคเอกชนลดลง

แต่หันมาเชื่อในพลังของตนเองในการสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคม มีเป้าหมายในการทำงานชัดเจน ต้องการทำงานที่ตรงตามความมุ่งหมายของตน อยากอยู่กับองค์กรที่เห็นคุณค่าตรงกัน และเลือกที่จะไม่ทำในสิ่งที่ขัดกับคุณค่าของตัวเอง”

ด้านสิ่งแวดล้อม พวกเขามีความกังวลสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกอย่างมีนัยสำคัญ มองว่าภาครัฐ และภาคธุรกิจควรมีบทบาทมากกว่านี้ โดยคนรุ่นใหม่พร้อมใจจะมีส่วนผลักดันในเรื่องนี้ ทั้งการผลักดันองค์กรที่ตนเองทำงานอยู่ รวมถึงยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อใช้สินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ส่วนด้านการทำงาน คนไทยรุ่นใหม่เลือกองค์กรที่ตอบโจทย์ในการสร้างสมดุลให้ชีวิตและการทำงาน (Work-life Balance) มีโอกาสในการเรียนรู้ และเป็นงานที่มีความหมาย อย่างไรก็ดี โดยภาพรวมคนไทยทั้งสองกลุ่มเห็นว่านายจ้างใส่ใจต่อความรู้สึก และมีความเห็นอกเห็นใจลูกจ้างมากกว่าค่าเฉลี่ยโลก

“อริยะ” อธิบายว่า 3 อันดับแรกที่คน Gen Z กังวลมากที่สุดในด้านสุขภาพจิต และความกังวลคือ ค่าครองชีพ (ร้อยละ 37) การว่างงาน (ร้อยละ 36) และความเหลื่อมล้ำทางรายได้และความมั่งคั่ง (ร้อยละ 21) ขณะที่คน Millennials มีความกังวลมากที่สุดในเรื่องค่าครองชีพ (ร้อยละ 37) ความเหลื่อมล้ำทางรายได้และความมั่งคั่ง (ร้อยละ 26) และความไม่มั่นคงทางการเมือง/ความขัดแย้งระดับโลก (ร้อยละ 24)

นอกจากนั้นยังพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม Gen Z ในประเทศไทย ร้อยละ 42 และ Millennials ร้อยละ 60 รู้สึกดีถึงดีมากกับสภาพจิตใจโดยรวมของตนเองในปัจจุบันเมื่อเทียบกับปี 2566 โดยคน Gen Z ระบุว่า มีความเครียดน้อยลงจากร้อยละ 51 เหลือร้อยละ 40 และคน Millennials ลดลงเล็กน้อยจากร้อยละ 39 เหลือร้อยละ 38

ขณะที่มุมมองด้านเศรษฐกิจ และสังคม คน Gen Z และ Millennials มีความคาดหวังว่าอีก 12 เดือนจะไม่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2566 โดยจำนวนคน Gen Z ที่คาดหวังว่าจะดีขึ้นลดลงจากร้อยละ 27 เหลือร้อยละ 15 และ Millennials ลดลงจากร้อยละ 26 เหลือร้อยละ 22

ส่วนความคาดหวังต่อสถานการณ์การเงินของตัวเอง จำนวนคน Gen Z ที่มองว่าจะดีขึ้น ลดลงจากร้อยละ 37 เหลือร้อยละ 19 และจำนวนคน Millennials ลดลงจากร้อยละ 38 เหลือร้อยละ 33 และความคาดหวังต่อสถานการณ์การเมืองของ Gen Z ลดลงจากร้อยละ 27 เหลือร้อยละ 15 และ Millennials ลดลงจากร้อยละ 24 เหลือร้อยละ 23

“คนไทย 2 กลุ่มนี้ชอบร่วมงานกับองค์กรที่สร้างผลกระทบด้านบวกต่อสิ่งแวดล้อม โดยผลสำรวจพบว่าร้อยละ 42 ของ Gen Z และร้อยละ 45 ของ Millennials เชื่อว่าองค์กรภาคธุรกิจสร้างผลกระทบเชิงบวกกับสังคมต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ร้อยละ 49 และ 47 ตามลำดับ

ซึ่งคนไทยรุ่นใหม่มีความคาดหวังว่าภาคธุรกิจควรมีบทบาทในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยมองภาคธุรกิจควรสร้างโอกาสการมีส่วนร่วมของพนักงาน รวมถึงการให้ผลตอบแทนที่เท่าเทียมและโปร่งใส สนับสนุนด้านทุนการศึกษา และสร้างความมั่นใจว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะไม่ซ้ำเติมให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคม”

ดังนั้น เมื่อถามถึงความรู้สึกต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ Gen Z และ Millennials ในประเทศไทย ร้อยละ 81 และ 92 ตามลำดับ ตอบว่ามีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของคนกลุ่มเดียวกันทั่วโลก อย่างมีนัยสำคัญที่ร้อยละ 62 และ 59 ตามลำดับ

นอกจากนั้น Gen Z ร้อยละ 90 และ Millennials ร้อยละ 91 มองว่า ภาครัฐและภาคธุรกิจควรมีบทบาทในด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ทั้งนี้ ร้อยละ 92 ของ Gen Z และร้อยละ 93 ของ Millennials ยอมจ่ายแพงขึ้น เพื่อใช้สินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

โดยแนวปฏิบัติยอดนิยม ได้แก่ หลีกเลี่ยงการซื้อสินค้าแฟชั่นด่วน (Fast Fashion) ลดการเดินทาง ศึกษาข้อมูลด้านการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของบริษัทก่อนการอุดหนุนสินค้าของบริษัทนั้น ๆ ทานมังสวิรัติ และเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้า

“มานิตา ลิ่มสกุล” ผู้จัดการอาวุโส ฝ่าย Human Capital ดีลอยท์ คอนซัลติ้ง กล่าวเสริมว่า เรื่องการมีสุขภาวะทางจิตที่ดี หรือ Mental Well-being เป็นเรื่องสำคัญมาก กลุ่มเจนซี และมิลเลนเนียล คือแรงงานหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของโลกในวันนี้ องค์กรที่มีความเข้าใจ ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ และสามารถปรับเปลี่ยนวิธีในการดูแลคนรุ่นใหม่อย่างถูกต้อง จะสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับองค์กรอย่างมีนัยสำคัญ

“คนไทยรุ่นใหม่มีเป้าหมายในการทำงานที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก โดยร้อยละ 96 ของ Gen Z ในประเทศไทย และร้อยละ 99 ของ Millennials ตอบว่าการมีเป้าหมายในการทำงานค่อนข้างสำคัญ หรือสำคัญมากต่อความพึงพอใจในงาน และความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของคนทั่วโลกที่ร้อยละ 86 และร้อยละ 89 ตามลำดับ”

อย่างไรก็ดี ร้อยละ 91 ของ Gen Z ในไทย และร้อยละ 93 ของ Millennials ในไทยบอกว่า งานปัจจุบันทำให้ตนเองรู้สึกมีเป้าหมาย ที่สำคัญไปกว่านั้นคือร้อยละ 55 ของ Gen Z และร้อยละ 60 ของ Millennials ในประเทศไทย ปฏิเสธงานที่ได้รับมอบหมายที่ขัดต่อจริยธรรมและความเชื่อของตนเอง

ร้อยละ 55 ของเจนซี และร้อยละ 57 ของมิลเลนเนียล ปฏิเสธที่จะร่วมงานกับองค์กรที่ขัดต่อจริยธรรม และความเชื่อของตนเอง โดยจะเลือกทำงานกับองค์กรที่ตอบโจทย์ในการสร้างสมดุลให้ชีวิตและการทำงาน (Work-life Balance) มีโอกาสในการเรียนรู้ และเป็นงานที่มีความหมาย

“ดร.โชดก ปัญญาวรานันท์” ผู้จัดการฝ่าย Clients & Market ดีลอยท์ ประเทศไทย กล่าวว่า ผลสำรวจมีความน่าสนใจ และสะท้อนให้เห็นถึงบุคลิกลักษณะของคนไทยที่มีความแตกต่างจากค่าเฉลี่ยโลกในหลายแง่มุม ถ้ามองให้ละเอียดกว่านั้น จะเห็นถึงความแตกต่างกันของคนในแต่ละเจนอีกด้วย

สำหรับมุมมองที่คนกลุ่มนี้มีต่อนายจ้าง ในภาพรวมเห็นว่านายจ้างมีความใส่ใจต่อพนักงานสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก โดย Gen Z ร้อยละ 70 และ Millennials ร้อยละ 74 ตอบว่านายจ้างให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของพนักงาน นอกจากนั้น Gen Z ร้อยละ 77 และ Millennials ร้อยละ 76 ตอบว่ารู้สึกสบายใจที่จะพูดคุยกับผู้จัดการอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับความรู้สึกเครียด วิตกกังวล หรือปัญหาด้านสุขภาพจิตอื่น ๆ

และ Gen Z ร้อยละ 73 และ Millennials ร้อยละ 68 บอกว่า หัวหน้างานรู้ว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไรเมื่อมีการพูดคุยสื่อสารเมื่อเกิดความเครียด ซึ่งคำตอบของไทยทั้งสองกลุ่มสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ร้อยละกว่า 52-59

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คนรุ่นใหม่ สิ่งแวดล้อม