กรมอุตุฯเตือนรับมือฝนตกหนัก ช่วง 4-8 ก.ค.นี้ จาก 3 ปัจจัยหลัก
กรมอุตุฯเตือน รับมือฝนตกหนักช่วง 4-8 ก.ค.นี้ จาก 3 ปัจจัยหลัก ทั้งมี “มรสุม” ที่พาดผ่านภาคเหนือ-อีสาน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนาม ขณะที่ยังมีมรสุมพัดปกคลุมอันดามันและอ่าวไทย โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนเฉลี่ย 60-70% เสี่ยงท่วมฉับพลัน ส่วน กทม.และปริมณฑลมีฝน 40-60% ของพื้นที่
วันที่ 2 กรกฎาคม 2567 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า (2 ก.ค. 67) ว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น โดยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักที่อาจจะเกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย
พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า
ในช่วงวันที่ 2 – 3 ก.ค. 67 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ในขณะที่มีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ส่วนในช่วงวันที่ 4 – 8 ก.ค. 67 ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนาม ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ข้อควรระวัง
ในช่วงวันที่ 3 – 8 ก.ค. 67 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม
สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย ตลอดช่วง
ส่วนสถานการณ์แผ่นดินไหว (ในช่วงวันที่ 1 – 2 ก.ค. 67): ตรวจพบเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 3.6 มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมา ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยแต่อย่างใด
วันเดียวกัน ( 2 ก.ค. 2567) สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เตือน เฝ้าระวัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ช่วงวันที่ 3-8 กรกฎาคม 2567 ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนาม ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ต้องเฝ้าระวังบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่ชุมชนเมืองที่เคยเกิดน้ำท่วมขังระบายไม่ทัน ได้แก่
- ภาคเหนือ จ.ตาก สุโขทัย น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ และเพชรบูรณ์
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.เลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ และนครพนม
- ภาคตะวันออก จ.ระยอง จันทบุรี และตราด
- ภาคใต้ จ.ระนอง พังงา ภูเก็ต ตรัง ยะลา และนราธิวาส

คาดหมายอากาศรายภาค ระหว่าง 2 – 8 กรกฎาคม 2567
ภาคเหนือ
ในช่วงวันที่ 2 – 3 ก.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่
ส่วนในวันที่ 4 – 8 ก.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 – 37 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ในช่วงวันที่ 2 – 3 ก.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนในช่วงวันที่ 4 – 8 ก.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 36 องศาเซลเซียส
ภาคกลาง
ในช่วงวันที่ 2 – 3 ก.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 30 ของพื้นที่
ส่วนในช่วงวันที่ 4 – 8 ก.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34 – 38 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออก
ในช่วงวันที่ 2 – 3 ก.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่
ส่วนในช่วงวันที่ 4 – 8 ก.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 36 องศาเซลเซียส
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)
ในช่วงวันที่ 2 – 3 ก.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่
ส่วนในช่วงวันที่ 4 – 8 ก.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1 – 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 36 องศาเซลเซียส
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
ในช่วงวันที่ 2 – 3 ก.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่
ส่วนในช่วงวันที่ 4 – 8 ก.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 33 องศาเซลเซียส
กรุงเทพฯและปริมณฑล
ในช่วงวันที่ 2 – 3 ก.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่
ส่วนในช่วงวันที่ 4 – 8 ก.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 25 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34 – 37 องศาเซลเซียส

(ออกประกาศ 02 กรกฎาคม 2567)