Skip to content

“พฤติกรรมใหม่” หนุ่มสาวจีน “ออมแก้แค้น” รับมือเศรษฐกิจชะลอตัว

06 ก.ค. 2567 | 16:42น.
“พฤติกรรมใหม่” หนุ่มสาวจีน “ออมแก้แค้น” รับมือเศรษฐกิจชะลอตัว
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

หลังผ่านพ้นช่วงการระบาดใหญ่ในระดับวิกฤตของโควิด-19 ใหม่ ๆ ได้เกิดปรากฏการณ์หนึ่งของคนจีนนั่นก็คือ “ใช้จ่ายแก้แค้น” (Revenge Spending) หมายถึงการออกมาใช้จ่ายอย่างทะลักทลาย เป็นการชดเชยหลังจากอัดอั้นเพราะถูกกักตัว และถูกจำกัดพื้นที่อยู่เป็นเวลานาน

อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลจีนยังคงจำกัดกิจกรรมและการเคลื่อนไหวของประชาชนต่อมาอีกนานตามนโยบายโควิดเป็นศูนย์ ทั้งที่ส่วนใหญ่ทั่วโลกผ่อนคลายเกือบ 100% แล้วจึงส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ต้องล่าช้าออกไป

เมื่อมาประกอบกับการถูกสหรัฐอเมริกาและชาติพันธมิตรเล่นงานทางการค้าเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยี ซ้ำเติมด้วยวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ครั้งใหญ่ ทำให้เศรษฐกิจจีนเติบโตชะลอลงมาก ส่งผลให้เกิดการตกงานของคนหนุ่มสาวและเยาวชนสูงเป็นประวัติการณ์ โดยเคยตกงานระดับ 20% ในปี 2023 ทำให้ในปัจจุบันเกิดค่านิยมใหม่ในจีน นั่นคือ “ออมแก้แค้น” (Revenge Saving) ซึ่งเป็นพฤติกรรมตรงข้ามกับ “การใช้จ่ายล้างแค้น”

แม้ว่า “การใช้จ่ายล้างแค้น” จะยังคงดำเนินต่อไป แต่ส่วนหนึ่งของหนุ่มสาวจีนเหล่านี้กำลังออมอย่างเข้มข้น แทนการใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายแบบตามใจตัวเอง พวกเขากำลังโอบรับ “เศรษฐกิจตระหนี่ขี้เหนียว” ซึ่งกำลังเป็นแนวโน้มใหม่บนโซเชียลมีเดีย มีการตั้งเป้าการออมรายเดือนแบบโหดสุด ๆ อย่างเช่น หญิงวัย 26 ปี ซึ่งใช้ชื่อว่า “ไจ๋ ไจ๋ น้อย” ได้เปิดเผยแผนการออมของเธอว่า จำกัดการใช้จ่ายต่อเดือนไว้ที่ 300 หยวน (ประมาณ 1,500 บาท) ในส่วนที่เป็นค่าอาหารเธอจำกัดไว้ที่วันละ 10 หยวน (ประมาณ 50 บาท)

ส่วนคนอื่น ๆ ใช้วิธีหา “เพื่อนออม” บนโซเชียลมีเดีย ซึ่งก็จะหาจากคนที่อยู่ในกลุ่มการออมอยู่แล้ว เพื่อให้แน่ใจว่าคู่หูหรือเพื่อนที่จะมาออมด้วยต้องยึดมั่นในเป้าหมายเดียวกับพวกเขา มาตรการออมของพวกเขา ก็อย่างเช่น ทานอาหารตามโรงอาหารของชุมชนที่ปกติเป็นบริการสำหรับคนสูงอายุ เพราะที่นี่อาหารราคาถูก

สัญญาณอื่น ๆ ที่บ่งบอกว่าหนุ่มสาวจีนกำลังประหยัด เห็นได้จากประโยคที่กำลังแพร่หลาย อย่างเช่น “กลับทิศการใช้จ่าย” ซึ่งหมายถึงมีสติมากขึ้นเพื่อลดการใช้จ่าย และ “เศรษฐกิจตระหนี่ขี้เหนียว” ซึ่งหมายถึงมองหาสิ่งของที่ลดราคาเยอะ ๆ เมื่อออกไปช็อปปิ้ง

แนวโน้มดังกล่าวของหนุ่มสาวจีนแตกต่างสุดขั้วกับแนวโน้มส่วนใหญ่ของเยาวชนในวงกว้างทั่วโลก โดยเฉพาะคนเจเนอเรชั่น Z หรือ เจน Z ซึ่งเกิดระหว่างปี 1997-2012 ที่มักมีรายงานออกมาอยู่เสมอ ๆ ว่านิยมก่อหนี้เพื่อนำมาใช้จ่ายในสิ่งฟุ่มเฟือย อย่างเช่นท่องเที่ยว โดย 73% ของเจน Z ที่เป็นชาวอเมริกัน บอกว่าพวกเขาอยากมีชีวิตที่มีคุณภาพมากกว่าจะมีเงินฝากในธนาคารเพิ่มขึ้น

ตามข้อมูลของธนาคารแห่งชาติจีนระบุว่า ไตรมาสแรกปี 2024 เงินฝากครัวเรือนเพิ่มขึ้น 11.8% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่อัตราว่างงานของเยาวชนอายุระหว่าง 16-24 ปี เดือนพฤษภาคม 2024 อยู่ที่ 14.2% สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งประเทศซึ่งอยู่ที่ 5%

ผู้ใช้บัญชีเว่ยป๋อรายหนึ่งจากเหอหนาน โพสต์อธิบายเกี่ยวกับลักษณะของ “เศรษฐกิจขี้เหนียว” ว่า จากที่ตนได้เรียนรู้มา มันคือการไปทานอาหารเป็นกลุ่ม ต้องได้รับส่วนลดเมื่อไปช็อปปิ้ง เมื่อจะดูวิดีโอก็ยืมบัตรสมาชิกของคนอื่น และแม้แต่การซื้อผลไม้ก็ต้องซื้อในซูเปอร์มาร์เก็ตตอนกลางคืนเมื่อมีการลดราคา

ทั้งนี้ ไม่เพียงเรียกพฤติกรรมเหล่านี้ว่า “เศรษฐกิจขี้เหนียว” แต่กลุ่มคนเหล่านี้ก็ถูกเรียกแบบตลก ๆ ว่า “คนขี้เหนียว” พวกเขายังมี “ทักษะแห่งการตระหนี่” อีกด้วย และไม่เคยปิดบัง แต่ยอมรับอย่างเปิดเผยว่าพวกเขาขี้เหนียว เท่านั้นไม่พอ ยังแบ่งปันวิธีประหยัดเงินให้คนอื่นอีกด้วย

ฌอน เรน กรรมการผู้จัดบริษัท ไชน่า มาร์เก็ต รีเสิร์ช ระบุว่า ตอนนี้เยาวชนจีนมีแนวคิดอยากออม เพราะรู้ว่าเศรษฐกิจไม่ดีนัก ต่างจากเยาวชนช่วงทศวรรษ 2010 ที่มักจะใช้จ่ายมากกว่าที่หาได้ และกู้ยืมผ่านบัตรเครดิตเพื่อซื้อสินค้าหรูหราฟุ่มเฟือย อย่างกระเป๋ากุชชี่หรือโทรศัพท์ไอโฟน “ตอนนี้ความมั่นใจของเยาวชนหมดไป อาจใช้เวลาหลายปีกว่าตลาดจะกลับมาบูม และพวกเขารู้สึกสบายใจที่จะใช้จ่าย”

เจี่ย เหมียว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นิวยอร์ก ยูนิเวอร์ซิตี้ เซี่ยงไฮ้ ชี้ว่า การปฏิเสธใช้จ่ายเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เพราะหนุ่มสาวจำนวนหนึ่งไม่สามารถหางานได้ หรือไม่ก็ไม่สามารถเพิ่มรายได้ จึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากใช้จ่ายน้อยลง