Skip to content

กยศ. ชี้แจงกรณีดอกเบี้ยเพิ่มรายวัน ยันคิดดอกเบี้ยอัตรา 1%

09 ก.ค. 2567 | 17:45น.
กยศ. ชี้แจงกรณีดอกเบี้ยเพิ่มรายวัน ยันคิดดอกเบี้ยอัตรา 1%

กยศ. ชี้แจงกรณีดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นรายวัน ยืนยันคิดดอกเบี้ยในอัตรา 1% ไม่มีการคิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ย ขอผู้กู้ยืมชำระตามจำนวนที่แจ้งในแอป กยศ.Connect

วันที่ 9 กรกฎาคม 2567 นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า “กรณีที่สื่อออนไลน์ได้นำเสนอข่าวเรื่องผู้กู้ยืมได้มีข้อสงสัยเกี่ยวกับยอดหนี้ที่ปรากฏในแอปพลิเคชั่น กยศ.Connect กับตารางผ่อนชำระ 15 ปี มีจำนวนไม่ตรงกันนั้น

ชัยณรงค์ กัจฉปานันท์
ชัยณรงค์ กัจฉปานันท์

กองทุนขอชี้แจงว่า ตารางชำระหนี้ของผู้กู้ยืมได้กำหนดขึ้นหลังจากจบการศึกษาและปลอดหนี้ 2 ปีแล้ว ซึ่งยอดหนี้และอัตราการผ่อนชำระของผู้กู้ยืมแต่ละรายจะไม่เท่ากัน โดยกำหนดผ่อนชำระให้เสร็จสิ้นภายใน 15 ปี โดยอัตราการผ่อนชำระรายปีกำหนดให้แบ่งชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ดังนี้

  • ปีที่ 1 ชำระเงินต้น 1.5% ไม่มีดอกเบี้ย
  • ปีที่ 2 ชำระเงินต้น 2.5% พร้อมดอกเบี้ย 1% ของเงินต้นคงเหลือ
  • ปีที่ 3 ชำระเงินต้น 3% พร้อมดอกเบี้ย 1% ของเงินต้นคงเหลือ

โดยจะชำระเป็นขั้นบันไดจนถึงปีที่ 15 (ปีสุดท้าย) จะชำระเงินต้น 13% พร้อมดอกเบี้ย 1% ของเงินต้นคงเหลือ ทั้งนี้ กองทุนคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพียง 1% ไม่มีการคิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ย ส่วนกรณีที่ยอดรวมที่ต้องชำระมีจำนวนแตกต่างกับตารางที่กำหนดนั้น เกิดจากเหตุต่าง ๆ เช่น ความเข้าใจคลาดเคลื่อนและชำระเงินไม่ตรงตามกำหนด ทำให้เกิดดอกเบี้ยค้างหรือเบี้ยปรับ

ซึ่งกองทุนขอให้ชำระตามยอดรวมที่ต้องชำระที่ปรากฏในแอปพลิเคชั่น กยศ.Connect ส่วนดอกเบี้ยที่ผู้กู้ยืมมีข้อสงสัยว่าทำไมเพิ่มขึ้นรายวันนั้น ขอชี้แจงว่า หากเงินต้นจำนวน 200,000 บาท ดอกเบี้ย 1% ต่อปี จะเกิดดอกเบี้ยปีละ 2,000 บาท เมื่อคำนวณเป็นรายวันจะเกิดดอกเบี้ย 5.48 บาทต่อวัน ทั้งนี้ ในระบบจะมีการคำนวณดอกเบี้ยเป็นรายวันจนกว่าผู้กู้ยืมจะชำระหนี้เสร็จสิ้น

“กองทุนอยู่ในระหว่างการคำนวณภาระหนี้ย้อนหลังนับตั้งแต่วันเริ่มกู้จนถึงปัจจุบันให้กับผู้กู้ยืม 3.6 ล้านราย ซึ่งมีรายการคำนวณประมาณ 100 ล้านรายการ และเมื่อการคำนวณภาระหนี้ทั้งหมดในระบบเสร็จสมบูรณ์แล้ว กองทุนจะขึ้นระบบเพื่อทราบต่อไป และขอยืนยันว่าจะไม่มีใครเสียสิทธิอันพึงได้ตามกฎหมายอย่างแน่นอน” ผู้จัดการกองทุนกล่าว