ภาพระหว่างการประชุมผู้นำนาโตครั้งที่ 75
แถลงการณ์ผลประชุมองค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ NATO พุ่งเป้าจีนเป็นพิเศษ โดยบอกว่าจีนเป็นผู้ตั้งใจก่อสงคราม จากความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับรัสเซียและให้การสนับสนุนที่มากเกินพอดี
วันที่ 11 กรกฎาคม 2024 สำนักข่าวเอพีรายงานแถลงการณ์ผลลัพธ์การประชุมผู้นำองค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือ NATO ที่กรุงวอชิงตัน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (10 ก.ค.) ว่า ชาติสมาชิกนาโต (NATO) เรียกจีนว่าเป็น ‘ผู้ตั้งใจก่อสงคราม’ ในความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ทั้งยังแสดงความกังวลต่ออาวุธนิวเคลียร์และศักยภาพด้านอวกาศของจีนอีกด้วย
ถ้อยคำอันรุนแรงนี้มาจากแถลงการณ์ที่รับรองโดย 32 ประเทศสมาชิกนาโตซึ่งเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า เริ่มมุ่งเป้าไปยังประเทศจีนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างจีนกับรัสเซียซึ่งกำลังเป็นที่กังวล
ทางการจีนได้ออกมายืนกรานว่า ไม่มีการสนับสนุนทางการทหารใด ๆ ให้แก่รัสเซียทั้งสิ้น เพียงแค่รักษาไว้ซึ่งความสัมพันธ์ทางการค้าที่แข็งแกร่งเท่านั้น แถมยังกล่าวหาเช่นกันว่า นาโตก็ได้กระทำการเลยเถิดและยั่วยุให้เกิดการเชิญหน้าในแถบภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
แถลงการณ์นาโตดังกล่าวระบุว่า จีนเป็นผู้ก่อสงครามผ่าน “การค้าอย่างไม่มีขอบเขต” กับรัสเซีย และยังเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ในอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศของรัสเซีย
“เนื่องด้วยการเพิ่มภัยคุกคามจากรัสเซียที่มีต่อประเทศเพื่อนบ้านและความมั่นคงของสหภาพยุโรป (อียู) และนาโต ขัดกับจุดประสงค์และหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติหรือยูเอ็น ดังนั้น เราขอเรียกร้องจีนในฐานะสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงถาวรแห่งสหประชาชาติหรือยูเอ็นเอสซี ให้ยุติการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์และความช่วยเหลือทางการเมืองต่อการทำสงครามของรัสเซีย” แถลงการณ์ระบุ
ทั้งนี้ เอกสารยังระบุอีกด้วยว่า จีนจะกระทำเช่นนี้ต่อไปโดยไม่เสียผลประโยชน์และภาพลักษณ์ยังดีอยู่ไม่ได้อีกแล้ว
นายเยนส์ สโตลเตนเบิร์ก (Jens Stoltenberg) เลขาธิการนาโตชี้ว่า จีนส่งวัตถุดิบที่ใช้ได้สองทางทั้งทางทหารและพลเรือน (Dual-Use Materials) เช่น วัตถุดิบทำอาวุธ ในการสร้างจรวดมิสไซล์ และระเบิด
ด้านโฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนในกรุงวอชิงตันปฏิเสธว่า จีนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิกฤตยูเครนเลย จีนไม่ได้ส่งมอบอาวุธ ทั้งยังควบคุมการส่งออกวัตถุดิบที่ใช้ได้สองทางอย่างเคร่งครัด เป็นการค้าอย่างตรงไปตรงมาและไม่มีอะไรมัวหมอง
นักวิเคราะห์มอง
นายแดนนี รัสเซล (Danny Russel) อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งขณะนี้ดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายความมั่นคงและการทูตระหว่างประเทศของสถาบันนโยบายสังคมแห่งเอเชียชี้ว่า เป็น “ก้าวที่ไม่ธรรมดา” ของชาติพันธมิตรนาโตในการสกัดขาจีนที่พยายามจะมีอิทธิพลในยุโรป
แม็กซ์ เบิร์กแมน (Max Bergmann) ผู้อำนวยการโครงการยุโรป รัสเซีย และยูเรเซีย ที่ศูนย์ยุทธศาสตร์และนานาชาติศึกษา กล่าวว่า แถลงการณ์ของชาติพันธมิตรนาโตครั้งนี้มีความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นการส่งสัญญาณว่ายุโรปก็ออกมาประณามการสนับสนุนรัสเซียเช่นกัน ซึ่งจีนจะต้องใส่ใจ เพราะจีนทำการค้ากับยุโรป
เหล่าพันธมิตรนาโตเชื่อว่าจีนอยู่เบื้องหลังกิจกรรมประสงค์ร้ายทางไซเบอร์ อย่างการบิดเบือนข้อมูล และแสดงความกังวลต่อความสามารถทางด้านอวกาศของจีน ทั้งยังเตือนอีกด้วยว่าจีนกำลังขยายและเพิ่มความหลากหลายของการจัดส่งหัวรบนิวเคลียร์ที่ซับซ้อนอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม โฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนในกรุงวอชิงตันออกมาคัดค้านว่า การกล่าวเกินจริงถึงสิ่งที่เรียกว่า ‘ภัยคุกคามจากจีน’ นั้นไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง พร้อมเสริมว่าจีนต่อต้านการใช้ประเด็นร้อนในภูมิภาคมาป้ายสีจีน และปลุกปั่นสงครามเย็นครั้งใหม่
บรรดาชาติพันธมิตรนาโตยืนยันถึงความสำคัญของการร่วมมือกับพันธมิตรที่อยู่ในอินโด-แปซิฟิก ได้แก่ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ เกาหลีใต้ และประเทศอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมกลาโหมทั่วภูมิภาคยูโร-แอตแลนติก โดยวางแผนที่จะเปิดตัว 4 โครงการเพื่อสนับสนุนยูเครนในความมั่นคงทางไซเบอร์ การต่อต้านข้อมูลบิดเบือน และการทำงานด้านปัญญาประดิษฐ์
จีนซ้อมรบร่วมเบลารุสห้วงประชุมนาโต
วันเดียวกัน เอเอฟพีรายงานว่าจีนกำลังโชว์การฝึกซ้อมทางทหารร่วมกับประเทศเบลารุสอยู่ที่พรมแดนทางตะวันออกของชาตินาโต สัญญาณของความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างจีนและชาติพันธมิตรด้านความมั่นคงอย่างนาโต
การฝึกซ้อมร่วมเพื่อต่อต้านการก่อการร้ายบนแผ่นดินเบลารุส พันธมิตรรัสเซีย ใกล้พรมแดนโปแลนด์ เกิดขึ้นในช่วงที่ผู้นำนาโตกำลังประชุมในกรุงวอชิงตัน อีกทั้งอยู่ใกล้สงครามในยูเครนที่กำลังรุนแรง
ในอีกด้านหนึ่ง ความสัมพันธ์ระหว่างนาโต จีน และรัสเซียอยู่ในสถานะเลวร้าย นักวิเคราะห์เชื่อว่าจีนต้องการส่งสารไปยังนาโต จากการเลือกช่วงเวลาซ้อมรบตรงกับที่ผู้นำนาโตประชุม
การซ้อมรบร่วมจีนและเบลารุสเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 8-19 ก.ค. ที่เมืองเบรสต์ใกล้พรมแดนโปแลนด์ แต่ฝ่ายจีนไม่ได้ระบุว่า ส่งทหารเข้าร่วมเท่าไร และมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาเทคนิกการสู้รบและกระชับความร่วมมือและการสื่อสารระหว่างกองทัพสองประเทศ กระทรวงกลาโหมโปแลนด์กล่าววิพากษ์วิจารณ์ในแง่ช่วงเวลาการจะซ้อมรบร่วม และเตือนถึงความเสี่ยงของการนำปฏิบัติการซ้อมรบนี้ไปบิดเบือนข้อมูลและฉวยใช้เพื่อจุดประสงค์ด้านโฆษณาชวนเชื่อ