กรมอุตุฯ เปิด 3 ตัวการใหญ่ เตือน “ฝนตกหนัก-หนักมาก” 16-18 ก.ค.นี้
กรมอุตุฯชี้อิทธิพลจาก 3 ปัจจัยใหญ่ ทั้งมรสุม แนวร่องมรสุม และหย่อมความกดอากาศต่ำเข้าไทย ทำฝนตกหนักทั่วทุกภาค 16-18 ก.ค.นี้ รวมกทม.และปริมณฑล เฉลี่ย 60-80% ของพื้นที่ กับมีลมแรง เสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะภาคเหนือตอนล่าง ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคตะวันออก เตือนต้องเฝ้าระวังช่วงนี้เป็นพิเศษ
วันที่ 16 กรกฎาคม 2567 กรมอุตุนิยมวิทยา อัพเดตผลการพยากรณ์ฝนสะสมรายวัน (ทุกๆ 24 ชม.:(นับตั้งแต่ 07.00น. ถึง 07.00น.วันรุ่งขึ้น) และลมที่ระดับ 925hPa (750 ม.)10 วันล่วงหน้า ระหว่าง 16-25 ก.ค.67 init. 2024071512 จากศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางยุโรป (ECMWF) (วิเคราะห์ตามผลจากแบบจำลองฯ) เฉดสีแดงหมายถึงฝนหนัก สีฟ้าหมายถึงฝนเล็กน้อย
กรมอุตุฯระบุว่า ในระยะ 1-3 วันนี้ บริเวณประเทศไทยจะมีความแปรปรวนของสภาพอากาศและมีฝนเพิ่มมากขึ้น ต้องเตรียมความพร้อมรับมือกันเป็นพิเศษ อาจมีหลายจังหวัดเจอสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มได้ ทะเลทั้ง 2 ฝั่ง มีคลื่นลมแรง เรือเล็กขอให้งดออกจากฝั่ง ตั้งแต่วันที่ 16 -20 ก.ค.67 เป็นไป
โดยในวันที่ 16 -18 ก.ค.67 จะเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษและติดตามข่าวพยากรณ์อากาศและประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
เนื่องจากคาดว่าจะมีปัจจัยที่ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและกระจายเกือบทั่วไป มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ จากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรง พัดเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณภาคอีสาน ประกอบกับแนวร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบนและภาคอีสาน
ทั้ง 3 ปัจจัยนี้จึงทำให้ฝนตกกระจายเพิ่มขึ้น พื้นที่ฝนที่ตกหนักถึงหนักมากจะเกิดขึ้นได้บางแห่งด้านรับมรสุม (ภาคใต้ฝั่งอันดามัน และภาคตะวันออก) และภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง (ใกล้ร่องมรสุม) ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือ การกระจายของฝนยังดีในทั่วทุกภาค เมฆมากตลอดช่วง ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และมีลมแรงบ้างบางเวลา คลื่นลมทั้ง 2 ฝั่งจะแรงขึ้น เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
3 ตัวการทำฝนตกหนัก
1.มรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น
2.แนวร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคอีสาน
3.หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมภาคอีสาน

ส่วนในช่วงวันที่ 19 -25 ก.ค. 67 ร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านภาคเหนือและอีสานตอนบน ฝนยังตกต่อเนื่อง ภาคเหนือ ภาคอีสานยังต้องระวังฝนตกสะสม ไปอีก 1-2 วัน ก่อนที่ 21-25 ก.ค.67 ฝนจะเริ่มน้อยลง ยังมีฝนตกบางแห่งบริเวณด้านรับมรสุม ยังไม่มีสัญญาณของพายุหมุนเขตร้อนใกล้บ้านเราในขณะนี้ (ข้อมูลนี้ใช้เป็นแนวทางในการติดตามสภาพอากาศ ยังต้องติดตามด้วยข้อมูลจากผลการตรวจอากาศอื่นๆ ร่วมด้วย (ข้อมูลนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลง ตามข้อมูลนำเข้าใหม่)
ข้อควรระวัง
ในช่วงวันที่ 16 – 19 ก.ค. 67 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 16 – 19 ก.ค. 67

TEAM GROUP เตือน 3 ภาค รับมือฝนตกหนัก
วานนี้ (15 ก.ค.67) TEAM GROUP ระบุว่า ประเทศไทยกำลังได้รับอิทธิพลจาก หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงในทะเลจีนใต้ โดยหย่อมความกดอากาศต่ำดังกล่าวได้ทวีกำลังแรงขึ้นแล้วเคลื่อนตัวมาทางทิศตะวันตกจะขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนามที่เมืองดานัง
สถานการณ์ดังกล่าวจะทำให้เกิดฝนฝนตกหนักถึงหนักมากในวันที่ 15 ก.ค. ที่เมืองดานัง ด้องฮอย วิน (เวียดนาม) เซกอง สาละวัน (ลาว) มุกดาหาร และ พื้นที่ใกล้เคียง
วันที่ 16 ก.ค. 67 ทำให้ฝนตกหนักถึงหนักมากที่ จังหวัดมุกดาหาร, ยโสธร, กาฬสินธุ์, ร้อยเอ็ด และพื้นที่ใกล้เคียง และเกิดฝนตกปานกลางถึงฝนตกหนักที่จังหวัดอุดรธานี, ขอนแก่น, มหาสารคาม, ชัยภูมิ, เพชรบูรณ์, พิษณุโลก และพื้นที่ใกล้เคียง
และจะมีฝนตกปานกลางกระจายตัวอยู่ทั่วไปในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน
วันที่ 17 ก.ค. 67 ทำให้ฝนตกปานกลางถึงฝนตกหนักที่จังหวัดเพชรบูรณ์, ลพบุรี, พิจิตร, นครสวรรค์, ระยอง, จันทบุรี, ตราด และพื้นที่ใกล้เคียง
และมีฝนตกปานกลางกระจายตัวอยู่ทั่วไปในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน
วันที่ 18 ก.ค. 67 ทำให้ฝนตกปานกลางถึงฝนตกหนักที่จังหวัดพิษณุโลก, เพชรบูรณ์, ลพบุรี, นครสวรรค์, สิงห์บุรี, อ่างทอง, พระนครศรีอยุธยา, จันทบุรี, ตราด และพื้นที่ใกล้เคียง
และจะเกิดฝนตกปานกลางกระจายอยู่ทั่วไปในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้ตอนบน
ส่วนระหว่างวันที่ 19 ถึง 20 ก.ค. 67 จะมีฝนตกปานกลางถึงตกหนักบางแห่งในภาคตะวันตก แถวจังหวัดแม่ฮ่องสอน, อ.แม่สอด, กาญจนบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด

คาดหมายอากาศรายภาค ระหว่าง 16 – 22 ก.ค. 2567
ภาคเหนือ
ในช่วงวันที่ 16 – 19 ก.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่งในช่วงวันที่ 16 – 17 ก.ค. 67
ส่วนในช่วงวันที่ 20 – 22 ก.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ในช่วงวันที่ 16 – 19 ก.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่งในช่วงวันที่ 16 – 17 ก.ค. 67
ส่วนในช่วงวันที่ 20 – 22 ก.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งทางตอนบนของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 25 กม./ชม.
ภาคกลาง
ในช่วงวันที่ 16 – 19 ก.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
ส่วนในช่วงวันที่ 20 – 22 ก.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งทางตะวันตกของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก
ในช่วงวันที่ 16 – 19 ก.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 – 40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 20 – 22 ก.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 35 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง โดยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ในช่วงวันที่ 16 – 17 ก.ค. 67
ในช่วงวันที่ 16 – 19 ก.ค. 67
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 20 – 22 ก.ค. 67
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1 – 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 29 – 35 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
ในช่วงวันที่ 16 – 19 ก.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่งในช่วงวันที่ 16 – 17 ก.ค. 67
ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ต ขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 – 40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 20 – 22 ก.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ตั้งแต่จังหวัดพังงา ขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ต ลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 34 องศาเซลเซียส
กรุงเทพและปริมณฑล
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ ตลอดช่วง กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่งในช่วงวันที่ 16 – 17 ก.ค. 67 อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 25 กม./ชม.

ออกประกาศ 16 กรกฎาคม 2567 12:00 น.