หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีไต้หวันร่วงยกแผง ข่าว “โจ ไบเดน” ถอนตัวชิงประธานาธิบดี กลางความกังวลปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ระอุเร็วขึ้น
วันที่ 22 กรกฎาคม 2567 สำนักข่าว นิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า ดัชนีอ้างอิง Taiex ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 28% ในปีนี้ ณ วันที่ 19 กรกฎาคม ลดลงเกือบ 700 จุดหรือ 3.04% ท่ามกลางความกังวลว่าการถอนตัวของ โจ ไบเดน ในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ อาจเร่งเร้าให้ปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ก่อตัวเร็วขึ้น
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ไต้หวัน นำโดยบริษัท TSMC (Taiwan Semiconductor Manufacturing Co.) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปขั้นสูงรายใหญ่ที่สุดของโลก ร่วงมากกว่า 3%
ในขณะที่ MediaTek ซึ่งเป็นผู้พัฒนาชิปมือถือชั้นนำของโลก ร่วงลงมากกว่า 5% หุ้นของ United Microelectronics Corp. ผู้ผลิตชิปรายใหญ่อันดับสองของไต้หวันร่วงลงมากกว่า 3% และหุ้นของ ASE Technology Holding ซึ่งเป็นผู้ให้บริการแพ็กและทดสอบชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก ร่วงลงมากกว่า 4%
ด้านหุ้นของ Foxconn ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปเซิร์ฟเวอร์ให้กับ Nvidia AI มูลค่าร่วง 6%
ความผันผวนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาด Taiex รุนแรงกว่าที่ตลาดอื่น ๆ ในเอเชีย เมื่อเทียบกับในเซี่ยงไฮ้ เสิ่นเจิ้น และญี่ปุ่น ซึ่งร่วงลงน้อยกว่า 1% ในช่วงการซื้อขายช่วงเช้า ขณะที่เกาหลีใต้ร่วงลง 1.41%
รายงานระบุด้วยว่า สาเหตุที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในไต้หวัน และในเอเชีย ร่วงลงเป็นวงกว้างตั้งแต่ช่วงใกล้ปิดตลาดเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ผลจากคำพูดของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “ไต้หวันควรจะจ่ายเงินสำหรับการป้องกันเกาะแห่งนี้โดยสหรัฐ ซึ่งเกาะแห่งนี้ได้ครอบครองธุรกิจชิปของสหรัฐราว 100%”
“เจฟ ปู” กรรมการผู้จัดการฝ่ายวิจัยเทคโนโลยีของ Haitong Securities บอกกับ Nikkei Asia ว่าหุ้นเทคโนโลยีและชิปที่กำลังร่วงลงในสัปดาห์นี้ สาเหตุหลักมาจากการที่ “โจ ไบเดน” ถอนตัวจากการชิงตำแหน่งประธานาธิบดี กอปรกับความกังวลของนักลงทุนว่าความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์อาจเร่งตัวเร็วขึ้น
“แต่เหตุผลพื้นฐานอีกประการหนึ่ง ก็คือ หุ้นฮาร์ดแวร์เทคโนโลยีจำนวนมาก มูลค่าเพิ่มขึ้นเร็วเกินไปด้วย ดังนั้นการประเมินมูลค่าของหุ้นหลายตัวอยู่ในระดับสูงอยู่แล้ว เหตุผลที่หุ้นเทคโนโลยีของไต้หวันร่วงลงมากกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาค ก็เนื่องมาจากความคิดเห็นของทรัมป์เกี่ยวกับไต้หวัน ที่บอกว่าไต้หวันควรจ่ายเงินเพื่อปกป้องตนเอง ล้วนส่งผลกระทบต่อการชั่งน้ำหนักการถือครองหุ้นในตลาดหุ้นไต้หวัน ของนักลงทุนทั่วไปทั่วโลก”
นอกจากนี้ค่าเงินดอลลาร์ไต้หวัน ก็ร่วงลงมากในช่วงเวลาสั้น ๆ นั่นก็เป็นสัญญาณว่านักลงทุนต่างชาติกำลังปรับพอร์ตหุ้นบางส่วนให้มีความสมดุลขึ้น
“ปู” เสริมว่า นี่เป็นเพียงการปรับฐานในระยะสั้น และแนวโน้มของอุตสาหกรรมเทคโนโลยียังคงไม่เปลี่ยนแปลง
ด้าน “โจนาห์ เจิง” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของบริษัทไพรเวทอิควิตี้ J&J Investment กล่าวว่า ตลาดไต้หวันได้รับผลกำไรมากนับตั้งแต่ต้นปี และมีความเสี่ยงอย่างมากต่อข่าวด้านลบของตลาด
“ช่วงนี้ตลาดหุ้นไต้หวันมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะหุ้นที่มีมูลค่าสูง ข่าวเล็ก ๆ ที่กระซิบกระซาบกันสามารถกระตุ้นให้เกิดแรงกดดันในการขาย ซึ่งข่าวการถอนตัวของ ไบเดน เป็นตัวกระตุ้นล่าสุด และไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าแรงกดดันในการขายดังกล่าวจะคงอยู่นานแค่ไหน”
“นักลงทุนสถาบัน นักลงทุนต่างชาติ และบริษัทประกันภัย ขายหุ้นไต้หวันไปตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นสัญญาณว่าขายทำกำไร นั่นหมายความว่านักลงทุนที่เหลือที่ซื้อหุ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ เป็นนักลงทุนระยะสั้นและเป็นนักลงทุนทั่วไป ทำให้ตลาดมีความผันผวนมากขึ้นตามความเคลื่อนไหวของข่าว” เจิง กล่าว