ท่องเที่ยวพิษณุโลก ชวนร่วมสักการะ พระบรมสารีริกธาตุ จากเนปาล
“สมาคมท่องเที่ยวพิษณุโลก” จับมือสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก-มหาวิทยาลัยนเรศวร อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศเนปาลมาประดิษฐานชั่วคราว ณ บริเวณโถงแก้ว คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ตั้งแต่ 23 กันยายน-1 ตุลาคม 2567 หวังเปิดโอกาสให้ชาวพิษณุโลก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวพุทธจากทั่วโลกที่มาเที่ยวได้ร่วมกราบสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล
วันที่ 25 กันยายน 2567 นายวิวัฒน์ชัย ก้อนจันทร์เทศ อุปนายกสมาคมท่องเที่ยวพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า คณะกรรมการสภาศิลปินส่งเสริมพระพุทธศาสนา ในฐานะหน่วยเผยแพร่ศีลธรรมทางพระพุทธศาสนา กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ได้อัญเชิญพระเจดีย์พระบรมสารีริกธาตุขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จากวัดมหาปชาบดีโคตมี ประเทศเนปาล สู่ผืนแผ่นดินไทยมาประดิษฐาน (ชั่วคราว) ในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เพื่อเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางพระพุทธศาสนาไทย-เนปาล และให้คนไทยทั่วประเทศได้กราบสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล ระหว่างวันที่ 6 กันยายน 2567-1 มกราคม 2568
นายวิวัฒน์ชัยกล่าวว่า ในโอกาสนี้ทางสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวพิษณุโลกได้ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก และคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จากประเทศเนปาล มาประดิษฐานชั่วคราว ณ บริเวณโถงแก้ว คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน-1 ตุลาคม 2567
พร้อมทั้งจัดให้มีกิจกรรมทำวัตรสวดมนต์เย็นในช่วงเวลา 17.00-18.30 น. ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2567 เป็นต้นไป โดยงบประมาณหลังหักค่าใช้จ่ายจะสมทบโครงการระดมทุนเพื่อจัดตั้งมูลนิธินิรันดราจารย์ เพื่อบริหารจัดการสร้างอนุสรณ์สถานหอประวัติท่านอาจารย์ใหญ่ ภายใต้ “โครงการนิรันดราจารย์” โดยสามารถร่วมสมทบทุนโครงการระดมทุนเพื่อจัดตั้งมูลนิธินิรันดราจารย์ได้ที่ ธนาคารกรุงไทย บัญชีเลขที่ 857 0 82335 5
นอกจากนี้ ในช่วงเวลาดังกล่าวยังได้จัดพิธีบูชาและเวียนเทียนสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ณ สถานที่ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุชั่วคราว เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสร่วมสักการะ อย่างทั่วถึงอีกด้วย
“การได้สักการะพระบรมสารีริกธาตุถือเป็นมงคลอันสูงสุด ช่วยเสริมสิริมงคลให้ชีวิต และเป็นการสร้างบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ การอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศเนปาล มาประดิษฐานชั่วคราว ณ มหาวิทยาลัยนเรศวรครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญทางพระพุทธศาสนาที่หาโอกาสได้ยากยิ่ง จึงเป็นโอกาสที่ดีของชาวพิษณุโลกรวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวพุทธจากทั่วโลกจะได้เดินทางมาร่วมแสดงความเคารพศรัทธา และร่วมกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป” นายวิวัฒน์ชัยกล่าว

