กรมส่งเสริมสหกรณ์จับมือปิดทองหลังพระ ดึงงานวิจัยลงจากหิ้ง ช่วยชาวบ้านพื้นที่โครงการพระราชดำริ
นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ร่วมมือสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ และนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำผลจากการวิจัยเพื่อศึกษาแนวทางการรวมกลุ่มอย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดำริ ของรัชกาลที่ 9 ลงพื้นที่ถ่ายทอดความรู้ขั้นตอนการสร้างความเข้มแข็งให้กับสหกรณ์ในพื้นที่ต่างๆ นำร่องจากสหกรณ์ในพื้นที่โครงการพระราชดำริ ซึ่งมีจำนวน 126 แห่งทั่วประเทศ เป็นอันดับแรก
ซึ่งผลของงานวิจัยดังกล่าวได้ชี้ให้เห็นว่า กระบวนการพัฒนากลุ่มชุมชนให้ประสบความสำเร็จ ต้องพัฒนาใน 3 ขั้นตอน คือจากระดับครัวเรือน สู่ชุมชน และสู่สังคมภายนอก ซึ่งการพัฒนาจากระดับครัวเรือนเข้าสู่ชุมชนเป็นก้าวที่สำคัญ เพราะหากครัวเรือนมีความเข้มแข็งแล้วรวมกลุ่มกันได้สำเร็จ สังคมชนบท จะมั่นคงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
จากนั้นนำงานวิจัยไปพัฒนาต่อยอด เรื่องของการรวมกลุ่มในชุมชนให้เข้มแข็งยั่งยืน ได้ข้อสรุปว่าแนวทางในการขับเคลื่อนการพัฒนากลุ่มอย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดำริ จะสำเร็จได้ต้องมีบันไดความสำเร็จ 7 ขั้น เช่น ก่อนรวมกลุ่มต้องตรวจสอบความพร้อมของสมาชิก จากนั้นทำความเข้าใจในหน้าที่ วางกติกา ของสมาชิกในกลุ่ม และการปฏิบัติตามกฎข้อบังคับ ขั้นต่อไปเป็นการเพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ และให้ทุกคนร่วมกันทุกขั้นตอน แล้วร่วมกันคิดร่วมกันทำ พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และหาช่องทางการตลาด แสวงหาองค์ความรู้ใหม่ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์แข่งขันได้ และหาพันธมิตรใหม่ๆ ตลอดเวลา

“แนวทางการพัฒนาของกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อให้สหกรณ์เป้าหมายได้ศึกษากระบวนการในการสร้างกลุ่มให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน พร้อมทั้งได้นำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาสหกรณ์ของตนเอง เชื่อมั่นว่าหากสหกรณ์มีความเข้มแข็งมากขึ้นเท่าไหร่ ระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศก็จะเข้มแข็งตามไปด้วย” นายพิเชษฐ์กล่าว
สำหรับพื้นที่เป้าหมายที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ และสถาบันส่งเสริมและพัฒนาปิดทองหลังพระฯ หวังจะนำผลการวิจัยไปปฏิบัติ ในระยะต่อไปประกอบด้วย สหกรณ์โดยรวมมีทั้งสิ้น 8,171 แห่ง แบ่งเป็นสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศจำนวน 4,409 แห่ง ซึ่งสหกรณ์การเกษตรที่อยู่ในระดับเข้มแข็งและมีความมั่นคงในการดำเนินงานมีประมาณ 24.57% สหกรณ์ที่อยู่ในระดับพอใช้มีประมาณ 55.19% ซึ่งยังต้องใช้องค์ความรู้ต่างๆ เข้าไปพัฒนาให้ก้าวหนาและเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสหกรณ์มีความเกี่ยวข้องกับสมาชิกถึง 12 ล้านคน มีปริมาณธุรกิจรวมแล้วมากกว่า 2.2 ล้านล้านบาท
นายการัณย์ ศุภกิจวิเลขการ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมและพัฒนาปิดทองหลังพระฯ เปิดเผยว่า ความร่วมมือนี้จะช่วยในการยกระดับสหกรณ์ นอกจากนี้ทางกรมฯ ก็จะเข้ามาร่วมพัฒนาการร่วมกลุ่มในพื้นที่ปิดทองหลังพระฯ ลักษณะงานจะดำเนินอย่างเป็นขั้นตอน ได้แก่ การประเมินความเข้มแข็ง การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม การอบรม และการร่วมพัฒนา

“ความร่วมมือในการนำองค์ความรู้จากงานวิจัย ทำงานต่อเนื่องกับกรมส่งเสริมสหกรณ์จะเป็นอีกก้าวหนึ่งของหน่วยงานรัฐที่นำแนวพระราชดำริเข้าไปใช้ในระบบ ตรงตามพระราชประสงค์ให้ประชาชนมีความก้าวหน้า มั่นคง” ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมและพัฒนาปิดทองหลังพระฯ กล่าว
นายการัณย์กล่าวว่า สำหรับจุดเริ่มต้น สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ กรมส่งเสริมสหกรณ์และวิทยาลัยนวัตกรรม ได้ร่วมกันจัดทำสื่อการเรียนรู้ขึ้น ประกอบด้วยคู่มือการรวมกลุ่ม โปสเตอร์ชุด และแอนิเมชั่นที่จะรับชมได้ที่ www.pidthong.org/7steps และ http://www.cpd.go.th/cpdth2560/index.php/component/k2/item/202
“แนวพระราชดำริจากการค้นคว้าวิจัย พบว่าแนวทางการพัฒนาชนบทประกอบด้วย 3 ขั้นตอน คือจากระดับครัวเรือน สู่ชุมชน และกลุ่มพัฒนายั่งยืนสู่ภายนอก ส่วนการรวมกลุ่มให้ยั่งยืนนั้น แบ่งเป็นการพัฒนาแบบบันได 7 ขั้น มีเป้าหมายและข้อพึงระวังอย่างชัดเจนในแต่ละขั้น โดยทั้งหมดนี้ยืนบนหลักการเศรษฐกิจพอเพียงทั้งสิ้น” นายการัณย์กล่าว