Skip to content

ตลาดจับตาดูการประชุม ECB วันนี้

17 ต.ค. 2567 | 18:28น.
ตลาดจับตาดูการประชุม ECB วันนี้

ตลาดจับตาดูการประชุมธนาคารกลางยุโรป(ECB) วันนี้ หลังคาดการณ์ว่าจะลดดอกเบี้ยนโยบายลง รวมถึงการเตรียมปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางอีกหลายประเทศ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ (17/10) ที่ระดับ 33.23/25 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (16/10) ที่ระดับ 33.19/20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยค่าเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนแกว่งตัว sideways หลังจากที่แข็งค่าลงมาอย่างรวดเร็วเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ แม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีมติให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาอยู่ที่ 2.25%

แต่เนื่องจากมีกระแสเงินลงทุนต่างชาติเข้าในตลาดหุ้นไทยราว 4,201 ล้านบาท ทั้งนี้ประกอบกับราคาทองคำที่ปรับตัวขึ้น จากปัจจัยการคาดการณ์ของตลาดต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้ของธนาคารกลางในหลายประเทศ ได้แก่ ยุโรป (ECB) อังกฤษ (BOE) และสหรัฐอเมริกา (FED) ซึ่งเป็นการลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

นอกจากนี้ยังได้ปัจจัยหนุนจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางหนุนให้นักลงทุนเข้าถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอีกด้วย โดยระหว่างวันราคาทองคำเคลื่อนไหวบริเวณ 2,672-2,685 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับ ALL-Time high ก่อนหน้านี้

ด้าน Dollar Index เปิดตลาดที่ระดับ 103.54 โดยระหว่างวันปรับตัวขึ้นแถวบริเวณ 103.60 หลังตลาดมีมุมมองต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงของธนาคารกลางสหรัฐว่าจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป รวมทั้งการคาดการณ์ว่าโดนัลด์ ทรัมป จะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

นอกจากนี้การอ่อนค่ของเงินยูโรก่อนการประชุมของ ECB จากการคาดว่า ECB จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงเป็นปัจจัยหนุนค่าเงินดอลลาร์อีกทาง

สำหรับปัจจัยในประเทศ เมื่อวานนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย มีมติให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 2.25% โดยใจความสำคัญจากการแถลงของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีความว่า การตัดสินใจของ กนง.อยู่ภายใต้กรอบเงินเฟ้อยืดหยุ่นที่ต้องพิจารณาจาก 3 ด้านหลัก ได้แก่ของการเติบโตของเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และเสถียรภาพการเงิน

นอกจากนี้ กนง.ยังเน้นย้ำว่าการลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของวัฏจักรลดดอกเบี้ย หรือเป็นการปรับลดลงต่อเนื่อง แต่เป็นการลดเพื่อรอดูผลจากการลดดอกเบี้ยครั้งนี้

ส่วนแนวโน้มในระยะถัดไป อัตราดอกเบี้ยนโยบายยังควรอยู่ในระดับที่เป็นกลางและสอดคล้องกับศักยภาพเศรษฐกิจ รวมทั้งไม่ต่ำเกินไปจนนำไปสู่การสะสมความไม่สมดุลทางการเงินในระยะยาว โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.17-33.26 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.24/25 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้านี้ (17/10) ที่ระดับ 1.0861/63 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (16/10) ที่ 1.0892/93 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ซึ่งเงินยูโรอ่อนค่าต่อเนื่องก่อนการประชุมของ ECB ในวันนี้ โดยตลาดคาดว่า ECB จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลงเป็นครั้งที่สอง โดยลดลงอีก 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 3.25% หลังจากข้อมูลต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อลดลงอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เศรษฐกิจภูมิภาคยังคงอ่อนแอ

นอกจากนี้สำนักงานสถิติยุโรปประกาศดัชนีราคาผู้บริโภคยูโรโซนในเดือนกันยายนออกมาที่ 1.7% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเนการลดลงอย่างมากจากเดือนสิงหาคมที่ระดับ 2.2% เมื่อเทียบรายปี โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.847-1.0870 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.85/60 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้านี้ (17/10) ที่ระดับ 149.63/64 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (16/10) ที่ 149.26/57 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยวันนี้ยังไร้ปัจจัยสำคัญ แต่โดยรวมค่าเงินเยนยังคงถูกกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ รวมถึงการให้ความเห็นของเจ้าหน้าที่ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่นที่ยังคงให้ความเห็นไปในทิศททางเดียวกันว่า ควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 149.21-149.81 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 149.61/62 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในวันนี้ ได้แก่ การประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ, ยอดค้าปลีกเดือนกันยายนของสหรัฐ, ดัชนีการผลิตเดือน ต.ค.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย, การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนกันยายนของสหรัฐ, สต๊อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือน ส.ค.ของสหรัฐ และดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนตุลาคมจากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.3/-7.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4/-3.2 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ