เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
Politics นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
Biz Movement ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
News กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
Biz Movement อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
Business บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
SD มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
Biz Movement กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
Tech TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
World สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
ดูทั้งหมด

Trump Trade กดดันค่าเงินบาทอ่อนทะลุ 35.00

15 พ.ย. 2567 | 21:52น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 11-15 พฤศจิกายน 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (11/11) ที่ระดับ 34.23/24 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (8/11) ที่ระดับ 34.00/01 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดีในระหว่างวันจันทร์ (11/11) เงินบาทปรับตัวอ่อนค่าขึ้นในกรอบจำกัด

เนื่องจากลาดเงินสหรัฐ ปิดทำการ เนื่องในวัน Veterans Day หรือวันทหารผ่านศึกของอเมริกา จึงไม่มีการเปิดเผยตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจในคืนวันจันทร์ (11/11) ที่ผ่านมา ก่อนเงินบาทจะปรับตัวอ่อนค่าอย่างมากตลากวันอังคาร (12/11) หลังตลาดเงินสหรัฐกลับมาเปิดทำการประกอบกับราคาทองคำยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจากแรงกดดันของ “Trump Trade”

โดยในช่วงปลายสัปดาห์ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 107.06 (14/11) แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2566 จากการคาดการณ์ว่านโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ จะส่งผลให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นและอาจส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย หรืออาจยุติวงจรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง หลังจากพรรครีพับลิกันภายใต้การนำของนายทรัมป ใกล้จะได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะส่งผให้พรรคครองอำนาจในสภาคองเกรสได้ทั้งหมด และเปิดทางให้นายทรัมป์ดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ต.ค. เร่งตัวขึ้น 2.6% เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือน ก.ย. และดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 3.3% เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 3.3% ในเดือน ก.ย. ในวันพฤหัสบดี (14/11) กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่าดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือน ต.ค. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 2.3% หลังจากเพิ่มขึ้น 1.9% ในเดือน ก.ย. และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือน ต.ค. สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ หลังจากปรับตัวขึ้น 0.1% ในเดือน ก.ย. ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.1% ในเดือน ต.ค. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 3.0% หลังจากปรับตัวขึ้น 2.9% ในเดือน ก.ย. และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือน ต.ค. สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ หลังจากปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือน ก.ย. ส่วนจำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 4,000 ราย สู่ระดับ 217,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว

ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 225,000 ราย ในวันศุกร์ (15/11) Dollar Index ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 106.9 ภายหลังตัวเลขเงินเฟ้อด้านผู้บริโภค (CPI) และตัวเลขเงินเฟ้อด้านผู้ผลิต (PPI) ในเดือน ต.ค. ปรับตัวสูงขึ้นจากเดือน ก.ย. และถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณไม่รีบร้อนปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ตลาดแรงงานมีความแข็งแกร่ง และอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% และสถานการณ์ดังกล่าวทำให้เฟดสามารถดำเนินนโยบายการเงินอย่างรอบคอบระมัดระวัง นอกจากนี้ กรรมการเฟดคนอื่น ๆ ยังคงมองว่าเงินเฟ้อมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนตัวสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% อย่างยั่งยืน พร้อมกับย้ำว่าภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้ไม่ได้ส่งสัญญาณใด ๆ ที่ทำให้เฟดจำเป็นต้องรีบร้อนในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย

นอกจากนี้ ยังได้แรงหนุนจากชัยชนะในการเลือกตั้งของโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐและการครองอำนาจเบ็ดเสร็จในสภาคองเกรสของพรรครีพับลิกัน ซึ่งจะทำให้การผลักดันนโยบายต่าง ๆ ของทรัมป์เป็นไปอย่างรวดเร็ว

โดยผลการนับคะแนนล่าสุดพบว่า พรรครีพับลิกันได้ที่่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 218 ที่นั่ง ซึ่งเพียงพอสำหรับการครองเสียงข้างมาก ขณะที่พรรคเดโมแครตได้ไปเพียง 208 ที่นั่ง พรรครีพับลิกันยังสามารถครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา โดยได้ 52 ที่นั่ง ขณะที่พรรคเดโมแครตได้ไปเพียง 47 ที่นั่ง โดยล่าสุดเครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักราว 59.1% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.25%-4.50% ในการประชุมเดือน ธ.ค. จากเดิมที่ให้น้ำหนักราว 82.5%

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ เงินบาทอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงต้นสัปดาห์ จากความวิตกกังวลเกี่ยวกับข่าวการแต่งตั้งนาย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นประธานกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ (11/11) โดยนักวิเคราะห์กล่าวว่า การแต่งตั้งนายกิตติรัตน์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อสะท้อนความตั้งใจของรัฐบาลที่จะผลักดันให้ทาง ธปท.ผ่อนคลายนโยบายลง แต่โดยภาพรวมแล้วมองว่าตลาดยังคงต้องมีความระมัดระวังเนื่องจากยังมีโอกาสที่ค่าเงินบาทจะกลับมาแข็งค่าอีกครั้ง ในช่วงปลายสัปดาห์ค่าเงินบาทยังคงปรับตัวอ่อนค่าตามทิศทางตลาดโลกและราคาทองคำ

โดยตลาดยังคงกังวลเกี่ยวกับนโยบายกีดกันทางการค้าของนายทรัมป โดยวันที่ 13 พ.ย.สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้เปิดผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือน ต.ค. 2567 อยู่ที่ระดับ 89.1 ปรับตัวเพิ่มขึ้น จาก 87.1 ในเดือน ก.ย.

เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย ซึ่งส่งผลดีต่อยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องใช้ในบ้าน อุปกรณ์การเกษตร และปุ๋ยเคมี ในวันที่ 14 พ.ย. ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (CCI) เดือน ต.ค. ปรับตัวดีขึ้นในรอบ 8 เดือน สู่ระดับ 56.0 จากระดับ 55.3 ในเดือน ก.ย. เนื่องจากประชาชนคลายความกังวลจากสถานการณ์น้ำท่วม และรัฐบาลมีการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครการแจกเงิน 10,000 บาท ให้แก่กลุ่มเปราะบางและผู้พิการ ส่งผลให้การจับจ่ายใช้สอยคล่องตัวขึ้น

อย่างไรก็ตาม ดัชนีที่อยู่ต่ำกว่าระดับ 100 ซึ่งเป็นระดับปกติ บ่งชี้ว่าผู้บริโภคยังคงมองว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงฟื้นตัวช้า ค่าครองชีพยังคงสูง และประชาชนยังคงมีความระมัดระวังต่อการจับจ่ายใช้สอย ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.19-35.15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (15/11) ที่ระดับ 34.91/93 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดวันจันทร์ (11/11) ที่ระดับ 1.0727/29 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (08/11) ที่ระดับ 1.0771/72 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโรโดยค่าเงินยูโรยังเคลื่อนไหวอ่อนค่าต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์ โดยได้รับแรงกดดันจากผลการเลือกตั้งของสหรัฐ และความกังวลของตลาดต่อนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ในส่วนของกำแพงภาษี นอกจากนี้นายฟรองซัวส์ วิลเลรอย เดอ กาลโฮ ประธานธนาคารกลางฝรั่งเศสและสมาชิกธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่า

นโยบายเศรษฐกิจของนายทรัมปหลังนักลงทุนยังคงรับข่าวชัยชนะของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เนื่องจากประเทศทางยุโรปเป็นประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐ เป็นลำดับที่ 2 รองจากจีน นอกจากนี้ ประธานแบงก์ชาติฟินแลนด์ คาดว่า ECB จะปรับลดดอกเบี้ยเดือน ธ.ค. 67 แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะดำเนินการต่อไปในอัตราเท่าใด เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อในยูโรโซนอยู่ในแนวโน้มที่ดี และแนวโน้มการเติบโตดูเหมือนจะอ่อนตัวลง ทั้งนี้ในช่วงระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0524-10579 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโ และปิดตลาดในวันศุกร์ (15/11) ที่ระดับ 1.0544/48 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดวันจันทร์ (11/11) ที่ระดับ 153.08/09 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (08/11) ที่ระดับ 152.22/23 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในเช้าวันจันทร์ (11/11) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้เผยแพร่สรุปการประชุมนโยบายเดือน ต.ค. โดยคณะกรรมการ BOJ มีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งกรรมการบางรายเตือนว่าการขึ้นดอกเบี้ยเร็วเกินไปอาจทำให้ตลาดการเงินกลับมาผันผวนได้

นอกจากนี้ กรรมการส่วนใหญ่ในคณะยังเน้นว่าต้องติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เพื่อประเมินว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะรับมือกับต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม กรรมการบางรายเห็นว่า BOJ ควรประกาศจุดยืนให้ชัดเจนว่า หากเศรษฐกิจและเงินเฟ้อเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ BOJ ก็พร้อมจะปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อไป สำหรับตัวเลขทางเศรษฐกิจ กระทรวงการคลังของญี่ปุ่นเปิดเผยข้อมูลว่า ญี่ปุ่นมีบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 15.82 ล้านล้านเยน (1.03 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเดือน เม.ย.-ก.ย. ซึ่งเป็นครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2567

โดยได้รับแรงหนุนจากผลตอบแทนการลงทุนต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นเมื่อเงินเยนอ่อนค่าลง อย่างไรก็ดีวันที่ 13 พ.ย. ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้มีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (CGPI) ซึ่งเป็นดัชนีที่ใช้วัดราคาสินค้าและบริการที่บริษัทขายให้แก่กัน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.4% ในเดือน ต.ค. เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 2.9% และสูงกว่าเดือน ก.ย.ที่เพิ่มขึ้น 3.1% ซึ่งจะทำให้การตัดสินใจของ BOJ เกี่ยวกับระยะเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้นมีความยากลำบากมากขึ้น

นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์ซังเคอิ (Sankei) รายงานว่ารัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมจัดทำงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อเป็นเงินทุนสำรองสำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในการช่วยเหลือครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำและบรรเทาผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น โดยคาดว่าจะใช้เงินทุนเพิ่มเติมราว 13.5 ล้านล้านเยน (8.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยนายอิชิบะ ชิเงรุ นายกรัฐมนตรี กำลังวางแผนที่จะสรุปมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในวันที่ 22 พ.ย.นี้ ส่วนในวันศุุกร์ (15/11) รัฐบาลญี่ปุ่นเปิเผยข้อมูลว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยายตัว 0.9% ในไตรมาส 3/2567 เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการขยายตัวติดต่อกันสองไตรมาส และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวบลูมเบิร์กคาดการณ์ว่าจะขยายตัว 0.7% โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) (นายคาซูโอะ อุเอดะ) มีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์และแถลงข่าวที่เมืองนาโกย่าของญี่ปุ่นในวันจันทร์หน้า (18/11) ซึ่งตลาดจะจับตาอย่างใกล้ชิดเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ว่า BOJ อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. หรือในเดือน ม.ค.ปีหน้า หลังจากข้อมูล GDP ไตรมาส 3 ของญี่ปุ่นแสดงถึงการบริโภคที่แข็งแกร่งเกินคาด ทั้งนี้ในช่วงระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 152.62-156.74 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (15/11) ที่ระดับ 156.43/54 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท