เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘อนุทิน’ คุย ‘โทนี่ แบลร์’ พร้อมให้คำปรึกษารัฐบาล ยกระดับเศรษฐกิจไทย
Politics ‘อนุทิน’ คุย ‘โทนี่ แบลร์’ พร้อมให้คำปรึกษารัฐบาล ยกระดับเศรษฐกิจไทย
ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ขยับลง 200 บาท รูปพรรณขายออก 68,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ขยับลง 200 บาท รูปพรรณขายออก 68,850 บาท
NEDA แจงยิบงบปี’70 ชดเชยดอกเบี้ย 30.7 ล. ยันไม่ใช่อุ้มกัมพูชา ชี้หากหักงบกระทบ EXIM Bank
Economic NEDA แจงยิบงบปี’70 ชดเชยดอกเบี้ย 30.7 ล. ยันไม่ใช่อุ้มกัมพูชา ชี้หากหักงบกระทบ EXIM Bank
ปืนใหญ่ (ไม่) นอนมา
คุยกับเอกราช ปืนใหญ่ (ไม่) นอนมา
หุ้นไทยวันนี้พักฐาน จับตา กกต.ลงมติคดีฮั้ว สว. บ่ายนี้ โบรกฯ ชูแบงก์-รพ.-สื่อสาร
Finance หุ้นไทยวันนี้พักฐาน จับตา กกต.ลงมติคดีฮั้ว สว. บ่ายนี้ โบรกฯ ชูแบงก์-รพ.-สื่อสาร
กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานพระโอวาท นักศึกษาราชวิทยาลัยจุฬาภรณปี’69
ข่าวในพระราชสำนัก กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานพระโอวาท นักศึกษาราชวิทยาลัยจุฬาภรณปี’69
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
อนุทิน คุย ‘อดีตนายกฯอังกฤษ’ ถกการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีใหม่-พลังงาน​
Politics อนุทิน คุย ‘อดีตนายกฯอังกฤษ’ ถกการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีใหม่-พลังงาน​
ก.ล.ต. จับมือแบงก์ชาติคุมเข้ม ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ เปิดชำระเงินเรียลไทม์-ปิดช่องฟอกเงิน
Finance ก.ล.ต. จับมือแบงก์ชาติคุมเข้ม ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ เปิดชำระเงินเรียลไทม์-ปิดช่องฟอกเงิน
Beyond ESG : Thailand Transition
50 ประชาชาติธุรกิจ Beyond ESG : Thailand Transition
ดูทั้งหมด

แก้กฎหมายธุรกิจต่างด้าว ลดขั้นตอน-ทบทวน 3 กลุ่ม บัญชีท้าย

14 ก.ย. 2569 | 07:42น.
พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์

การออกกฎกระทรวงกำหนดธุรกิจบริการที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 กลายเป็นประเด็นร้อน หลังเกิดกระแสวิพากษ์ว่าเป็นการเปิดทางให้ทุนต่างชาติเข้ามาแข่งขันกับผู้ประกอบการไทย กระทบ SMEs และผ่อนคลายกฎเกณฑ์ให้บริษัทข้ามชาติมากเกินไป ขณะเดียวกันยังมีการเผยแพร่ข้อมูลว่า การปลดล็อกครั้งนี้ครอบคลุม 7 ธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม นำเที่ยว ร้านอาหาร ขายของที่ระลึก บริการด้านกีฬา และโรงเรียนสอนภาษา อย่างไรก็ตาม กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยการไม่ต้องขออนุญาตไม่ได้หมายถึงการเปิดเสรีโดยไร้การกำกับ แต่มีเป้าหมายเพื่อลดขั้นตอนและความซํ้าซ้อนในการประกอบธุรกิจ

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ถึงการดูแลผู้ประกอบการ และการแข่งขันของธุรกิจไทย

มี กม.เฉพาะกำกับอยู่แล้ว

การออกกฎกระทรวงครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจและลดความซ้ำซ้อนในการเข้ามาประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เนื่องจากธุรกิจบางประเภทมีกฎหมายและหน่วยงานเฉพาะกำกับอยู่แล้ว บางประเภทเป็นเพียงการให้บริการระหว่างบริษัทในเครือเดียวกัน ขณะที่บางกิจการมีขอบเขตการให้บริการจำกัดและไม่ได้เข้ามาแข่งขันกับผู้ประกอบการไทยโดยตรง

“การไม่ต้องขออนุญาตตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ไม่ได้หมายความว่าเป็นการเปิดเสรีให้เข้ามาทำธุรกิจ เพราะยังมีกฎ กติกา และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคอยกำกับดูแลอยู่”

การออกกฎกระทรวงครอบคลุม 8 ธุรกิจบริการ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มแรก มี 4 ธุรกิจ ซึ่งมีกฎหมายและหน่วยงานเฉพาะกำกับดูแลอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเพิ่มขั้นตอนการขออนุญาตตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว อีกชั้นหนึ่ง คือ ธุรกิจแรก ธุรกิจบริการโทรคมนาคม สำหรับใบอนุญาตที่ผู้ประกอบกิจการไม่มีโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นของตนเอง ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงาน กสทช. ที่ผ่านมา กสทช.ออกใบอนุญาตกิจการประเภทดังกล่าวแล้ว 525 ราย ในจำนวนนี้เป็นนิติบุคคลต่างด้าว 171 ราย ดังนั้น แม้จะไม่ต้องขออนุญาตตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว แต่ยังต้องขออนุญาตจาก กสทช.ตามกฎหมายเฉพาะเช่นเดิม

ธุรกิจที่สองคือ ธุรกิจศูนย์บริหารเงิน ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ธปท.ให้ความเห็นว่า ธุรกิจดังกล่าวไม่ได้เป็นการแข่งขันกับผู้ประกอบการไทย เนื่องจากเป็นกิจการที่ให้บริการกับบริษัทซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกันเท่านั้น

ธุรกิจที่สามคือ ธุรกิจการให้กู้ยืมเงินที่มีหลักทรัพย์เป็นหลักประกัน ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และธุรกิจที่สี่คือ ธุรกิจบริการเป็นตัวแทนผู้ค้า ที่ปรึกษา หรือผู้จัดการเงินทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ที่สินค้าหรือตัวแปรอ้างอิงไม่ได้อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ.2546 ซึ่งทั้งสองธุรกิจอยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดย ก.ล.ต.ให้ความเห็นว่า ผู้ประกอบการไทยมีความพร้อมในการแข่งขัน และเป็นหน่วยงานที่เสนอให้ถอดธุรกิจดังกล่าวออกจากบัญชีท้ายของ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

ลดขั้นตอนขออนุญาตที่ไม่จำเป็น

กลุ่มที่สอง เป็นธุรกิจที่ให้บริการเฉพาะบริษัทในเครือหรือภายในกลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย 2 ธุรกิจ คือ ธุรกิจบริการบริหารจัดการด้านงานธุรการ ด้านทรัพยากรบุคคล และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ระหว่างนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์แบบบริษัทในเครือ และธุรกิจบริการรับค้ำประกันหนี้เฉพาะภายในประเทศให้แก่บริษัทในเครือในกลุ่ม เหตุผลสำคัญของการผ่อนคลายในกลุ่มนี้คือ เป็นการให้บริการกันเองภายในกลุ่ม จึงไม่ได้เข้ามาแข่งขันกับผู้ประกอบการไทย หรือ SMEs โดยตรง ที่ผ่านมาการยื่นคำขออนุญาตในธุรกิจลักษณะนี้ได้รับอนุญาตทุกครั้ง รวมแล้ว 334 ราย ทำให้การคงขั้นตอนขออนุญาตไว้ไม่มีความจำเป็นมากนัก และการถอดออกจากบัญชีจะช่วยลดภาระทั้งผู้ประกอบการและคณะกรรมการที่พิจารณาคำขอ

กลุ่มที่สาม เป็นธุรกิจที่มีการจำกัดขอบเขตการให้บริการ หรือให้บริการเฉพาะกลุ่ม ประกอบด้วย 2 ธุรกิจ คือ การให้เช่าพื้นที่บางส่วนเพื่อติดตั้งเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการให้บริการทางการเงิน หรือเครื่องจำหน่ายสินค้าหรือบริการอัตโนมัติ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานของบริษัท ธุรกิจนี้มีลักษณะรูปแบบเกิดจากบริษัทต่างชาติที่มีพนักงานจำนวนมาก เช่น 1,000-2,000 คน จึงต้องการนำพื้นที่บางส่วนภายในบริษัทมาใช้ติดตั้งเครื่องให้บริการต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พนักงาน ไม่ได้ออกไปให้บริการเช่าพื้นที่ในห้างสรรพสินค้า คอนโดมิเนียม หรือพื้นที่เชิงพาณิชย์อื่น และถือเป็นสวัสดิการแก่พนักงานมากกว่าการเข้ามาแข่งขันในตลาดธุรกิจให้เช่าพื้นที่

ธุรกิจสุดท้าย คือ ธุรกิจบริการขุดเจาะปิโตรเลียม เนื่องจากเป็นกิจการที่ต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยีและเงินลงทุนในระดับสูง ซึ่งเป็นเหตุผลในการถอดออกจากบัญชีท้าย ทั้งนี้ กรมได้มีการพิจารณาความเห็นจากหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงพลังงาน สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ซึ่งเห็นด้วยกับการถอดธุรกิจดังกล่าวออกจากบัญชีท้าย โดยเหตุผลคือ ต้องการเพิ่มจำนวนผู้ให้บริการ ในธุรกิจขุดเจาะปิโตรเลียม ขณะที่ลักษณะของธุรกิจจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีและเงินลงทุนสูง จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นควรให้ถอดธุรกิจดังกล่าวออกจากบัญชีท้าย และมองว่าการดำเนินการครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย

ไม่เกี่ยว “รร.-ทัวร์-ร้านอาหาร” 

นอกจากนี้ สำหรับกรณีที่มีข้อมูลเผยแพร่ว่า กฎกระทรวงดังกล่าวซึ่งครอบคลุม 7 ธุรกิจ ได้แก่ โรงแรม ธุรกิจนำเที่ยว ร้านอาหาร การขายของที่ระลึก บริการด้านกีฬา โรงเรียนสอนภาษา และธุรกิจบริการอื่น ๆ เปิดให้คนต่างด้าวเข้ามาประกอบธุรกิจบริการที่ใกล้ชิดกับผู้ประกอบการไทย โดยไม่ต้องขออนุญาต ตามกฎหมายต่างด้าวนั้น ย้ำว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกต้อง “7 ธุรกิจนี้ไม่มีอยู่ในกฎกระทรวงที่ถอดออกเลย” และต้องแยกกับธุรกิจบริการ 8 ประเภทที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงที่ได้ดำเนินการ

ดังนั้น การออกกฎกระทรวงครั้งนี้จึงไม่ได้หมายถึงการเปิดให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจบริการทั่วไปที่มีการแข่งขันกับผู้ประกอบการไทยโดยไม่ต้องผ่านหลักเกณฑ์ แต่จำกัดเฉพาะ 8 ธุรกิจตามที่กำหนดไว้เท่านั้น ไม่ได้ครอบคลุมไปถึงธุรกิจบริการทั่วไปตามกระแสข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ก่อนหน้านี้

ทบทวนธุรกิจท้ายบัญชีทุกปี 

การถอดธุรกิจออกจากบัญชีท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ไม่ใช่เรื่องใหม่และไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่เป็นกระบวนการที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และเคยออกกฎกระทรวงลักษณะนี้มาแล้ว 5 ครั้ง ซึ่งการทบทวนดังกล่าวเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ซึ่งต้องทบทวนธุรกิจในบัญชีท้ายอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อพิจารณาว่าธุรกิจใดมีความจำเป็นต้องคงขั้นตอนการขออนุญาตไว้ หรือธุรกิจใดมีหน่วยงานเฉพาะกำกับและสามารถลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนได้ และการดำเนินการแต่ละครั้งได้มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับดูแลธุรกิจนั้น และต้องให้ความเห็นก่อนการดำเนินการ

จุดมุ่งหมายและสาระสำคัญของกฎกระทรวงครั้งนี้จึงอยู่ที่การ “ลดใบอนุญาตที่ซ้ำซ้อน” มากกว่าการเปิดเสรีธุรกิจบริการให้ต่างชาติ โดยธุรกิจที่มีกฎหมายเฉพาะยังคงอยู่ภายใต้การกำกับของ กสทช. ธปท. ก.ล.ต. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ธุรกิจบริการภายในเครือและบริการที่มีขอบเขตจำกัดถูกประเมินว่าไม่ได้เข้ามาแข่งขันกับผู้ประกอบการไทยโดยตรง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ต่างด้าว ธุรกิจ