ธุรกิจเปิดใหม่ 8 เดือนปี 69 แตะ 6.02 หมื่นราย ร้านเสื้อผ้า-อีคอมเมิร์ซ-ร้านอาหารขยายตัวแรง
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยเดือนสิงหาคม 2569 มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 7,913 ราย เพิ่มขึ้น 5.34% จากเดือนก่อน และ 3.56% จากปีก่อน ส่งผลให้ 8 เดือนแรกมีธุรกิจเกิดใหม่สะสม 60,198 ราย เพิ่มขึ้น 1.70% โดยร้านขายปลีกเสื้อผ้าโตแรงสุด 87.02% ตามด้วยขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต 52.11% และร้านอาหาร 21.40% ขณะที่ยอดเลิกกิจการ 8 เดือนเพิ่มขึ้น 17.38% สะท้อนภาพธุรกิจยังฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก ภูมิรัฐศาสตร์ และต้นทุนพลังงาน
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการวิเคราะห์สถานการณ์การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนสิงหาคม 2569 ว่า มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 7,913 ราย
เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งมี 7,512 ราย เพิ่มขึ้น 401 ราย หรือ 5.34% และเมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม 2568 ที่มี 7,641 ราย เพิ่มขึ้น 272 ราย หรือ 3.56%
ขณะที่ทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่เดือนสิงหาคมอยู่ที่ 16,811 ล้านบาท ลดลง 36,836 ล้านบาท หรือ 68.66% จากเดือนก่อน และลดลง 6,378 ล้านบาท หรือ 27.51% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
8 เดือนเปิดใหม่ 60,198 ราย
สำหรับช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 หรือมกราคม-สิงหาคม มีธุรกิจจัดตั้งใหม่สะสม 60,198 ราย เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มี 59,189 ราย เพิ่มขึ้น 1,009 ราย หรือ 1.70%
ด้านทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่สะสม 8 เดือนอยู่ที่ 181,658 ล้านบาท ลดลงจาก 194,347 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน จำนวน 12,689 ล้านบาท หรือ 6.53%
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าวิเคราะห์ว่า ภาวะเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาอยู่ในทิศทางฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยส่วนหนึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการของรัฐบาล เช่น ไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งมีเป้าหมายลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นการใช้จ่ายฐานราก รวมถึงโครงการด้านการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี 2569
ร้านเสื้อผ้าโตแรง 87%-ออนไลน์พุ่ง 52%
เมื่อพิจารณาการเติบโตของธุรกิจใหม่เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบ 3 กลุ่มที่ขยายตัวเด่น
อันดับแรก ร้านขายปลีกเสื้อผ้า มีการจัดตั้งใหม่ 735 ราย เพิ่มขึ้น 342 ราย หรือ 87.02% ทุนจดทะเบียนรวม 1,001 ล้านบาท
รองลงมา ธุรกิจการขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต มีจำนวน 1,766 ราย เพิ่มขึ้น 605 ราย หรือ 52.11% ทุนจดทะเบียน 2,861 ล้านบาท
และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร มีจำนวน 2,927 ราย เพิ่มขึ้น 516 ราย หรือ 21.40% ทุนจดทะเบียน 4,721 ล้านบาท
ส.ค. “ก่อสร้าง-ร้านอาหาร-อสังหาฯ” เปิดใหม่มากสุด
เฉพาะเดือนสิงหาคม 2569 ธุรกิจที่มีการจดทะเบียนจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 539 ราย คิดเป็น 6.81% ของจำนวนจัดตั้งใหม่ทั้งหมด
รองลงมา ธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหาร 435 ราย คิดเป็น 5.50% และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 251 ราย คิดเป็น 3.17%
เลิกกิจการ 8 เดือนเพิ่ม 17.38%
ด้านการจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการ เดือนสิงหาคม 2569 มีจำนวน 2,244 ราย เพิ่มขึ้น 92 ราย หรือ 4.28% จากเดือนกรกฎาคม และเพิ่มขึ้น 584 ราย หรือ 35.18% จากเดือนสิงหาคม 2568
ทุนจดทะเบียนเลิกกิจการเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 7,035 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 260 ล้านบาท หรือ 3.83% จากเดือนก่อน แต่ลดลง 5,298 ล้านบาท หรือ 42.96% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับช่วง 8 เดือนแรก มีธุรกิจจดทะเบียนเลิก 11,420 ราย เพิ่มขึ้นจาก 9,729 รายในช่วงเดียวกันของปี 2568 จำนวน 1,691 ราย หรือ 17.38%
ขณะที่ทุนจดทะเบียนเลิกสะสมอยู่ที่ 112,668 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49,635 ล้านบาท หรือ 78.74% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
นิติบุคคลดำเนินกิจการกว่า 1.01 ล้านราย
ข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2569 พบว่า ประเทศไทยมีธุรกิจที่จดทะเบียนนิติบุคคลรวมทั้งสิ้น 2,110,274 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 32.78 ล้านล้านบาท
ในจำนวนนี้มีนิติบุคคลที่ยังดำเนินกิจการอยู่ 1,014,836 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 24.13 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นบริษัทจำกัด 811,591 ราย หรือ 79.97% ทุนจดทะเบียน 18.12 ล้านล้านบาท
ห้างหุ้นส่วนจำกัดและห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 201,729 ราย หรือ 19.88% ทุนจดทะเบียน 0.43 ล้านล้านบาท และบริษัทมหาชนจำกัด 1,516 ราย หรือ 0.15% ทุนจดทะเบียน 5.58 ล้านล้านบาท
หากแยกตามกลุ่มธุรกิจ กลุ่มบริการมีนิติบุคคลดำเนินกิจการมากที่สุด 552,830 ราย คิดเป็น 54.48% ทุนจดทะเบียน 14.22 ล้านล้านบาท
รองลงมาคือกลุ่มค้าส่ง/ค้าปลีก 332,791 ราย คิดเป็น 32.79% ทุนจดทะเบียน 2.60 ล้านล้านบาท และกลุ่มผลิต 129,215 ราย คิดเป็น 12.73% ทุนจดทะเบียน 7.31 ล้านล้านบาท
ยังต้องจับตาภูมิรัฐศาสตร์-ต้นทุนพลังงาน
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า แม้จำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่ยังขยายตัว แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามที่ยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนพลังงานและการขนส่ง
รวมถึงแรงกดดันจากเงินเฟ้อโลก ความผันผวนของค่าเงินบาท การลงทุนของภาคเอกชนบางกลุ่มที่ชะลอตัว และการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่รุนแรง ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางการจัดตั้งและการดำเนินธุรกิจในช่วงที่เหลือของปี



