‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย เผย ระบียบสำนักนายกฯ ฉบับใหม่ ปม เนรเทศฉบับใหม่ หากต่างด้าวทำวิปริต ไม่สอดคล้องศีลธรรมอันดี ไม่สอดคล้องสังคมไทย ให้กลับประเทศได้ทันที
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. …. ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างสำนักงานกฤษฎีกากำลังตรวจร่างระเบียบดังกล่าว ภายหลังรัฐบาลยกให้เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องเร่งด่วน ทั้งนี้ กรณีกฎหมายเนรเทศมีอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่มีกฎระเบียบที่ชัดเจน ว่าอย่างไรถึงจะเนรเทศ และไทยก็ไม่ได้เนรเทศมานานแล้ว เพราะมีกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองเกิดขึ้นมาแทน ถ้าจับคนหลบหนีเข้าเมืองได้ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่า ก็จับเขามาขัง ดำเนินคดีก่อน หรือกักไว้ก่อนที่จะปล่อยออก ส่งตัวกลับบ้าน
“กฎหมายเนรเทศฉบับเก่าออกมาเมื่อหลายสิบปีก่อนแล้ว วิธีการเข้าเมืองของคนเราสมัยก่อน ก็คือเข้ามาตามท่า ตามทาง ตามด่านต่างๆ มาจากเรือบ้าง มาจากเครื่องบินบ้าง มันชัดเจน เพราะฉะนั้น สิ่งที่กฎหมายดั้งเดิมเขียนไว้คือ มาทางไหน คนที่พามา ก็ต้องเอาเขากลับไปด้วย และให้ไปคิดค่าใช้จ่ายจากผู้ให้บริการรับขนส่งมา ไม่ว่าจะเป็นสายการบิน หรือว่าสายเรือ แต่โลกของความเป็นจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น เวลาหลบหนีเข้าเมืองมา สุดท้ายคือเขาไม่มีสตางค์จะกลับ เพราะกฎหมายไปบอกว่าเวลาจะส่งกลับก็ต้องใช้ทางเดิม สายการบินเขาก็ปฏิเสธแล้วว่าหนีเข้ามานานแล้วเขาไม่รู้เรื่อง ใช้เงินหลวงก็ไม่ได้ทีนี้ เพราะกฎหมายไปล็อกไว้อย่างนั้น ดังนั้น ต้องมีการปรับระบบบางอย่าง แล้วใช้ระบบการเนรเทศแทน ซึ่งเดิมคิดว่าจะเลิกด้วยซ้ำไป เพราะไม่ได้ใช้มานาน แต่ตอนนี้ต้องเอากลับมาใช้แล้ว กำหนดเป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ในรายละเอียดของการเนรเทศไว้” นายปกรณ์ กล่าว
รองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย อธิบายเพิ่มเติมว่า รายละเอียดของร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. …. แบ่งเป็น 2 ข้อสำคัญ 1.ถ้าเขาเข้ามา แล้วมาทำอะไรที่ วิปลาส วิปริต ซึ่งไม่สอดคล้องกับบรรทัดฐานสังคมไทย เนรเทศได้ทันที 2.ถ้าเข้ามาทำผิดกฎหมาย ถ้าเป็นเรื่องร้ายแรงเราจะดำเนินคดีก่อนก็ได้ แต่ถ้าดำเนินคดีเสร็จแล้ว ถูกลงโทษในประเทศไทยแล้ว ก็เนรเทศภายใน 30 วัน หลังจากมีถูกคำสั่งเนรเทศ
“ถามว่าเนรเทศไปที่ไหน ก็สัญชาติอะไรเราก็เนรเทศไปที่นั่น แล้วถามว่าถ้าคนไม่มีสัญชาติจะเนรเทศไปที่ไหน เข้ามาช่องทางไหน ก็กลับไปทางนั้น เพราะว่าไม่อย่างนั้น ทุกคนบอกว่าให้เราช่วยดูแลตามหลักสิทธิมนุษยชน แต่ว่าไม่มีใครให้สตังค์เราเลย แล้วเขาก็ไม่อยู่ในกักขัง ตามกฎหมายคนเข้าเมือง ซึ่ง สภาพมันดูไม่ดี”
ส่วนค่าใช้จ่ายเดินทางกลับหากบุคคลที่ถูกเนรเทศอ้างว่าไม่มีเงิน แล้วเขาบอกว่าฉันกลับไม่ได้ นายปกรณ์ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงคือเขาไม่มีเงินอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น เรามานั่งชั่งน้ำหนักดูระหว่างการต้องกัก ซึ่งเราจะต้องเสียค่าดูแลเขาไปเรื่อยๆ ค่าอาหาร ค่าสุขภาพ ค่าเสื้อผ้า เทียบกับค่าใช้จ่ายในการจัดส่งเขากลับไปทีเดียว อันไหนมันคุ้มกว่ากัน เราเลือกอย่างหลัง ก็คือให้ใช้เงินหลวงจัดส่งกลับออกไปได้ โดยส่งไปได้ให้เร็วภายใน 30 วัน หลังจากมีถูกคำสั่งเนรเทศ หรือกรณีที่พ้นพ้นโทษแล้ว แล้วก็ถูกคำสั่งเนรเทศ ก็ส่งไปภายใน 30 วัน อันนี้จะเป็นหลักการใหม่
“เราจะเนรเทศเขากลับไปที่ประเทศสัญชาติเขา หรือไม่เราก็ผลักดันเขากลับ เข้ามาทางไหนเราก็ผลักดันเขากลับทางนั้น เพราะว่ารัฐต้นทางต้องรับผิดชอบ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. …. นั้น เริ่มจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี 16 มิถุนายน 2569 ได้มอบหมายให้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ประสานงานหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแนวทางการ ปรับปรุง/แก้ไข กฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนเข้าเมือง เพื่อให้กระบวนการส่งตัวคนต่างด้าวที่ทำความผิดหรือที่เข้าเมืองโดยมิชอบด้วยกฎหมายกลับออกไปนอกราชอาณาจักรมีความรวดเร็วยิ่งขึ้น
อีกทั้ง ปัจจุบันยังไม่มีระเบียบปฏิบัติราชการว่าด้วยการเนรเทศไว้ ซึ่งต้องมีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานของรัฐ ดังนั้น จำเป็นต้องวางระเบียบปฏิบัติราชการว่าด้วยการเนรเทศเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินในส่วนที่เกี่ยวกับการเนรเทศเป็นไปโดยรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์ของชาติในภาพรวม
ต่อมา ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม มีมติเห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. …. ตามที่นายปกรณ์ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี นำเสนอ โดยกำหนดลักษณะความผิดของคนต่างด้าวที่จะเนรเทศออกไปนอกราชอาณาจักร กรณีมีความจำเป็นเพื่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน 6 ลักษณะความผิด ได้แก่
- เข้ามาหรืออยู่ในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
- ทำงานในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว
- ประกอบธุรกิจในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
- ปลอมเอกสารทางราชการหรือใช้เอกสารราชการปลอม
- กระทำความผิดกฎหมายที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป
- เป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตามข้อ 1-5
นอกจากนี้ ร่างระเบียบฯ ดังกล่าว ยังกำหนดให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้ 1. ให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์แจ้งรายชื่อ สัญชาติ สำนวนคดี หรือ เอกสารหลักฐานหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคนต่างด้าวนั้น ต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมหาดไทยมอบหมาย เพื่อทราบและดำเนินการตามระเบียบนี้ ก่อนที่จะปล่อยตัวคนต่างด้าวนั้น จากเรือนจำไม่น้อยกว่าเวลาที่กำหนด
ทั้งนี้ ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือ ผู้ที่ได้รับมอบหมาย รายงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณาออกคำสั่งให้เนรเทศคนต่างด้าวนั้นออกไปนอกราชอาณาจักรโดยไม่ชักช้า โดยให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการส่งตัวผู้ต้องคำสั่งเนรเทศ กลับไปยังประเทศที่ผู้ต้องคำสั่งเนรเทศนั้นมีสัญชาติอยู่ สาระสำคัญ อาทิ ถ้าไม่มีสัญชาติแน่นอน ให้เนรเทศกลับไปยังประเทศที่คนต่างด้าวนั้นแจ้งว่า ตนอยู่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนเข้ามาในราชอาณาจักร
- กรณีที่ประเทศอื่นที่ผู้ต้องคำสั่งเนรเทศไม่มีสัญชาติอยู่ หรือ องค์การระหว่างประเทศ แล้วแต่กรณี มีหนังสือร้องขอผ่านวิธีทางการทูต ให้มีหนังสือร้องขอผ่านวิธีทางการทูต โดยแสดงเจตนาว่า จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ต้องคำสั่งเนรเทศนั้นที่เกิดขึ้นทั้งหมด ก่อนจะมีการส่งตัว และค่าใช้จ่ายในการส่งตัวผู้ต้องคำสั่งเนรเทศ และผู้ต้องคำสั่งเนรเทศนั้น ยินยอมเป็นหนังสือ