Skip to content

ไทยเบฟ กำไรปี’67 สะดุด หลังธุรกิจสุราฉุดแรง

22 พ.ย. 2567 | 13:53น.
ไทยเบฟ กำไรปี’67 สะดุด หลังธุรกิจสุราฉุดแรง

ไทยเบฟ ประกาศผลประกอบการปี’67 กำไรสุทธิโตเพียง 0.6% เป็น 35,270 ล้าน แม้รายได้โต 2.2% เป็น 340,289 ล้านบาท หลังธุรกิจสุรากำไรหด 4.6%

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ประกาศผลประกอบการปีงบฯ 2567 (ต.ค. 66-ก.ย. 67) เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 ระบุว่าในปีงบฯ 2567 บริษัทมีรายได้รวม 340,289 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% จากปี 2566 หรือเพิ่มขึ้น 7,358 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิกลับเพิ่มขึ้นเพียง 0.6% หรือ 207 ล้านบาท เป็น 35,270 ล้านบาท

ธุรกิจสุราฉุดกำไร

ยักษ์เครื่องดื่ม อธิบายว่า สาเหตุที่ผลกำไรเติบโตเพียงเล็กน้อยนี้ เป็นผลจากธุรกิจสุรามีกำไรสุทธิลดลงถึง 1,034 ล้านบาท หรือ 4.6% จากช่วงเดียวกันของปี 2566 และธุรกิจอาหารกำไรลดลง 71.9% หรือลดลง 772 ล้านบาท ฉุดภาพรวมของกำไรสุทธิบริษัท แม้ธุรกิจอื่นทั้งเบียร์ จะมีกำไรเพิ่มขึ้น 3.9% และเครื่องดื่มน็อนแอลกอฮอลล์ มีกำไรเพิ่มขึ้น 9.3% รวมถึงธุรกิจอื่น ๆ กำไรเพิ่มขึ้น 117.5% ก็ตาม

สำหรับสาเหตุที่กำไรสุทธิของธุรกิจสุราลดลง เป็นผลจากการที่บริษัทเพิ่มเม็ดเงินลงทุนด้านการสร้างแบรนด์ และจัดกิจกรรมการตลาดมากขึ้น ประกอบกับต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่สูงขึ้น ทำให้เหลือกำไรสุทธิเพียง 21,385 ล้านบาท

ธุรกิจสุราในเมียนมายังแกร่ง

ในส่วนของภาพรวมธุรกิจสุราของไทยเบฟนั้น ณ ปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2567 มีรายได้จากการขายอยู่ที่ 120,728 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 942 ล้านบาท หรือ 0.8% ส่วนปริมาณการขายสุราทั้งหมดอยู่ที่ 637.8 ล้านลิตร ลดลง 0.8% ด้านโซดา Rock Mountain มีปริมาณการขายทั้งหมดอยู่ที่ 39.9 ล้านลิตร ลดลง 1.3%

สำหรับกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 40,834 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 164 ล้านบาท หรือ 0.4% ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการปรับราคาและปรับพอร์ตโฟลิโอสินค้าซึ่งสามารถชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นได้บางส่วน

ในส่วนของกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 29,324 ล้านบาท ลดลง 318 ล้านบาท หรือ 1.1% เป็นผลจากการลงทุนในแบรนด์ และกิจกรรมการตลาด กำไรสุทธิอยู่ที่ 21,385 ล้านบาท ลดลง 1,034 ล้านบาท หรือ 4.6% สาเหตุหลักมาจาก EBITDA ที่ลดลง ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้

อย่างไรก็ตาม ไทยเบฟ ย้ำว่า ธุรกิจสุราในเมียนมายังคงแข็งแกร่ง โดยในปีงบฯ 2567 รายได้จากการขายและ EBITDA ยังเพิ่มขึ้น

ปริมาณการขายเบียร์ทรงตัว

ด้านธุรกิจเบียร์ของไทยเบฟ มีรายได้จากการขาย 126,332 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,945 ล้านบาท หรือ 2.4% ปริมาณการขายรวมอยู่ที่ 2,314.1 ล้านลิตร ลดลง 0.1% อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมเบียร์ Sabeco ปริมาณการขายจะอยู่ที่ 900.9 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 5.9%

ส่วนปริมาณการขายรวมของโซดาช้างและน้ำช้างอยู่ที่ 122.8 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 8.2%

กำไรขั้นต้นของธุรกิจเบียร์อยู่ที่ 28,693 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,375 ล้านบาท หรือ 5.0% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและการปรับราคา

ด้านกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 15,509 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 962 ล้านบาท หรือ 6.6% สาเหตุหลักมาจากกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนการจัดจำหน่ายที่ลดลง

ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 5,221 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 197 ล้านบาท หรือ 3.9% สาเหตุหลักมาจาก EBITDA ที่เพิ่มขึ้นซึ่งถูกชดเชยด้วยค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้น

สำหรับกำไรสุทธิสำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัทอยู่ที่ 2,735 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 251 ล้านบาท หรือ 10.1% สาเหตุหลักมาจากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น

เครื่องดื่มน็อนแอลกอฮอล์ ยอดขาย-กำไรพุ่ง

ธุรกิจเครื่องดื่มน็อนแอลกอฮอล์ มีรายได้จากการขายอยู่ที่ 65,802 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,659 ล้านบาท หรือ 4.2% ปริมาณการขายรวมอยู่ที่ 3,218.9 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 146.6 ล้านลิตร หรือ 4.8% ปริมาณการขายน้ำดื่มเพิ่มขึ้น 21.9 ล้านลิตร หรือ 1.9% ชาพร้อมดื่ม 9.4 ล้านลิตร หรือ 2.8% น้ำอัดลม 48.2 ล้านลิตร หรือ 19.2% น้ำอัดลม F&N 58.0 ล้านลิตร หรือ 7.8% และผลิตภัณฑ์นม 8.6 ล้านลิตร หรือ 1.4%

กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 23,688 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,365 ล้านบาท หรือ 11.1% สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพการผลิตที่สูงขึ้น และต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่ลดลง

กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 11,553 ล้านบาท เพิ่มขึ้น
1,373 ล้านบาท หรือ 13.5% สาเหตุหลักมาจากกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น

กำไรสุทธิอยู่ที่ 5,934 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 504 ล้านบาท หรือ 9.3% สาเหตุหลักมาจาก
EBITDA ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งชดเชยบางส่วนด้วยต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้น ส่วนกำไรสุทธิที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทอยู่ที่ 1,455 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 259 ล้านบาท หรือ 21.7% สาเหตุหลักมาจากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น

ค่าใช้จ่ายเพิ่มฉุดกำไรธุรกิจอาหาร

ด้านธุรกิจอาหาร รายได้จากการขายอยู่ที่ 22,288 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,164 ล้านบาท หรือ 5.5% โดยหลักแล้วเกิดจากการเปิดสาขาใหม่

กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 8,639 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 531 ล้านบาท หรือ 6.5% จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย และการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน มาชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นบางส่วน

กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 2,318 ล้านบาท ลดลง 633 ล้านบาท หรือ 21.5% โดยหลักแล้วเกิดจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพื่อรองรับการเติบโตของยอดขาย และการลดลงของกำไรจากมูลค่ายุติธรรมครั้งเดียวจากการวัดมูลค่าการลงทุนใน Cocoaland เมื่อปีก่อน

กำไรสุทธิอยู่ที่ 301 ล้านบาท ลดลง 772 ล้านบาท หรือ 71.9% สาเหตุหลักมาจาก EBITDA ที่ลดลง ส่วนกำไรสุทธิสำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัทอยู่ที่ 64 ล้านบาท ลดลง 169 ล้านบาท หรือ 72.5% สาเหตุหลักมาจากกำไรสุทธิที่ลดลง

โซลูชั่นดิจิทัล-บรรจุภัณฑ์ หนุนกำไรธุรกิจสิ่งพิมพ์

สำหรับธุรกิจอื่น ๆ ที่ประกอบด้วยธุรกิจสิ่งพิมพ์ และการพิมพ์เป็นหลักนั้น มีรายได้จากการขายอยู่ที่ 5,400 ล้านบาท ลดลง 343 ล้านบาท หรือ 6.0% ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากรายได้จากการขายที่ลดลงจากความต้องการพิมพ์ในต่างประเทศที่ลดลงและการปิดหน่วยธุรกิจที่ไม่ทำกำไร

โดยกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 1,402 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50 ล้านบาท หรือ 3.7% ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่สิ่งพิมพ์ เช่น โซลูชั่นดิจิทัลและธุรกิจบรรจุภัณฑ์ซึ่งมีอัตรากำไรที่สูงขึ้น

ด้านกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ซึ่งรวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนใน FPL อยู่ที่ 2,946 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,297 ล้านบาท หรือ 78.7% กำไรสุทธิอยู่ที่ 2,429 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,312 ล้านบาท หรือ 117.5% สาเหตุหลักมาจาก EBITDA ที่เพิ่มขึ้น

ในส่วนของกำไรสุทธิสำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัทอยู่ที่ 2,191 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 716 ล้านบาท หรือ 48.5% จากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น