เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
Automotive โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
“ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
Real Estate “ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
Economic พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
Real Estate กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
Biz Movement อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
Automotive ‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
“สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
Real Estate “สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
Sport ‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
Biz Movement อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
ดูทั้งหมด

ยุคทรัมป์ 2.0 เวียดนามอาจไม่เจ็บอย่างที่คิด

24 พ.ย. 2567 | 11:05น.
ท่าเรือขนส่งสินค้าในจังหวัดไฮฟอง ประเทศเวียดนาม

มีการคาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่า “เวียดนาม” ซึ่งเป็นประเทศที่สหรัฐเสียดุลการค้าให้มากเป็นอันดับ 3 จะได้รับผลกระทบหนัก เมื่อรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ จะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากทุกประเทศ 10% ถึง 20% (ยกเว้นจีนที่จะเก็บอย่างน้อย 60%) ยิ่งประเทศไหนที่สหรัฐเสียดุลให้มากก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะโดนตรวจสอบหนัก และเสี่ยงที่จะเจออัตราภาษีสูงสุดตามกรอบที่ประกาศไว้

เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนในสมัยรัฐบาลทรัมป์ 1.0 โดยมีธุรกิจจำนวนมากย้ายฐานการผลิตออกจากจีนมายังเวียดนาม เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากกำแพงภาษีที่ทรัมป์ก่อขึ้นสำหรับกีดกันสินค้าจากจีน และยิ่งได้รับแรงหนุนมากขึ้นอีกเมื่อมาถึงยุครัฐบาลโจ ไบเดน ที่พยายามแบ่งขั้วเศรษฐกิจออกเป็นขั้วสหรัฐกับขั้วจีน

ปรากฏการณ์การย้ายฐานผลิตจากจีนมาเวียดนาม ทำให้มูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ของเวียดนามเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งส่งผลให้ยอดดุลการค้าที่เวียดนามได้จากสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน โดยเมื่อปี 2017 ที่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยแรก เวียดนามได้ดุลการค้าสหรัฐอยู่ 38,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ล่าสุดเมื่อปี 2023 เวียดนามได้ดุลสหรัฐมากถึง 104,627 ล้านดอลลาร์

อานิสงส์ผลบวกนี้กลายเป็นดาบสองคมสำหรับเวียดนาม เพราะในขณะที่มีเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามากมายและส่งออกสินค้าได้มากขึ้น แต่เศรษฐกิจเวียดนามก็ต้องพึ่งพาสหรัฐสูงมาก โดยการส่งออกของเวียดนามไปยังสหรัฐคิดเป็นเกือบ 30% ของการส่งออกทั้งหมด อีกทั้งการลงทุนของต่างชาติในเวียดนามที่เพิ่มขึ้นนั้นก็มาจากบริษัทจีนเป็นจำนวนมาก เวียดนามจึงถูกมองว่าเป็นประเทศที่เสี่ยงจะได้รับผลกระทบจากนโยบายทางการค้าของทรัมป์มากประเทศหนึ่ง

นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโอเวอร์ซี-ไชนีส แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น (OCBC) จากสิงคโปร์คาดการณ์ว่า หากสหรัฐเก็บภาษีสินค้าจากเวียดนามมากถึง 20% จะส่งผลให้อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจเวียดนามโตน้อยกว่ากรณีที่ไม่ถูกเก็บภาษี 4 จุดเปอร์เซ็นต์ (Percentage Point)

แต่ขณะเดียวกันก็มีมุมมองความเห็นแยกออกไปอีกทางว่า หรือจริง ๆ แล้วเวียดนามจะยังได้ประโยชน์มากกว่าที่ได้รับผลกระทบ ? 

ผู้เชี่ยวชาญและนักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่าเวียดนามคงไม่เดือดร้อนขนาดนั้น เพราะรัฐบาลเวียดนามอาจจะเพิ่มการตรวจสอบการลงทุนของจีนในเวียดนาม หรือเปิดการสอบสวนการทุ่มตลาดของสินค้าจีนเพื่อเอาใจทรัมป์ และอาจจะดำเนินมาตรการเพื่อลดการเกินดุลการค้า โดยการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐมากขึ้น

แต่หากเวียดนามจะใช้แนวทางเพิ่มการนำเข้าจากสหรัฐ ปีเตอร์ มัมฟอร์ด (Peter Mumford) หัวหน้าฝ่ายภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ ยูเรเซีย กรุ๊ป (Eurasia Group) บริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงทางการเมืองวิเคราะห์ว่า แนวทางนี้มีความท้าทายตรงที่ว่าเศรษฐกิจเวียดนามมีขนาดไม่ใหญ่ ดังนั้น จึงมีศักยภาพที่จะเพิ่มการนำเข้าได้ไม่มากนัก 

ส่วนด้านที่มีการคาดการณ์ว่าเวียดนามจะยังคงได้รับประโยชน์ต่อไปก็คือ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ เนื่องจากแผนของทรัมป์ที่จะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนขั้นต่ำ 60% นั้น จะทำให้มีการย้ายฐานการผลิตออกจากจีนมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น ซึ่งเวียดนามที่ถูกเลือกมาก่อนหน้านี้ และมีกำลังการผลิตที่ขยายตัวอยู่นั้น ยังคงเป็นประเทศที่เหมาะสมที่จะถูกเลือกเป็นฐานการผลิตต่อไป

เหงียน ถุยแองห์ (Nguyen Thuy Anh Nguyen) กรรมการบริหารบริษัทจัดการสินทรัพย์ ดรากอน แคปิตัล (Dragon Capital) วิเคราะห์ว่า การลงทุนจากบริษัทจีนอาจต้องเผชิญการตรวจสอบเป็นพิเศษจากรัฐบาลเวียดนาม แต่เวียดนามจะยังคงดึงดูด FDI ได้มากขึ้น เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ จะยังคงย้ายฐานการผลิตออกจากจีนต่อไป ส่วนด้านการค้า รัฐบาลเวียดนามมีแนวโน้มที่จะปรับแนวทางการนำเข้าและส่งออก การเจรจาข้อตกลงการค้า และการเข้มงวดกับกฎถิ่นกำเนิดสินค้า เพื่อลดความเสี่ยงด้านภาษีศุลกากร

นอกจากนั้น ยังมีการวิเคราะห์ลงไปอีกว่า เวียดนามเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “มิตร” ของสหรัฐ และดูเหมือนว่าทรัมป์จะชอบเวียดนามกว่าประเทศอื่น ๆ ทั่วไป

ทรัมป์เป็นหนึ่งในคนที่คัดค้านสงครามเวียดนามอย่างเปิดเผย และในระหว่างที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก เขาเดินทางเยือนเวียดนามถึงสองครั้ง บริษัท เดอะ ทรัมป์ ออร์แกไนเซชัน (The Trump Organization) ของเขายังมีการลงทุนในเวียดนามด้วย อีกทั้งโต เลิม ผู้นำเวียดนามก็เป็นผู้นำประเทศแรก ๆ ที่ได้คุยกับทรัมป์หลังจากที่เขาชนะเลือกตั้งล่าสุด

เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยความเป็นมิตรของสหรัฐกับเวียดนาม นักเศรษฐศาสตร์ นักวิเคราะห์หลายคนจึงมองว่าเวียดนามคงจะไม่โดนรัฐบาลทรัมป์ “เล่นแรง” เว้นแต่ว่ามีแรงกดดันจากชาวอเมริกันให้ต้องแก้ไขความไม่สมดุลที่สหรัฐขาดดุลให้เวียดนามมากเกินไป

อ้างอิง :