Skip to content

ค่ายรถจีนหนาวญี่ปุ่นทวงคืนตลาด EV ฮอนด้าผนึกนิสสันขึ้นเบอร์ 3 โลก

25 ธ.ค. 2567 | 07:44น.
ค่ายรถจีนหนาวญี่ปุ่นทวงคืนตลาด EV ฮอนด้าผนึกนิสสันขึ้นเบอร์ 3 โลก

ค่ายรถจีนหนาว หลังญี่ปุ่นฮึดสู้ 3 แบรนด์ยักษ์ “ฮอนด้า-นิสสัน-มิตซูบิชิ” ผนึกกำลังถล่มตลาด EV ลั่นผงาดขึ้นเบอร์ 3 ของโลก ต่อจากโตโยต้าและโฟล์ค ขณะที่ซีอีโอฮอนด้าแย้มปี’68 กำไรพุ่งแตะ 3 ล้านล้านเยน ดีเดย์บริษัทใหม่จบกลางปี’68

อุตสาหกรรมรถยนต์ทั้งยุโรปและญี่ปุ่นกำลังเผชิญวิกฤตอย่างหนักจากการรุกอย่างรวดเร็วของค่ายจีน ซึ่งมีรถ EV ต้นทุนต่ำเป็นหัวหอกหลักในการทำตลาด ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญโดยเฉพาะการผนึกกำลังกันระหว่างแบรนด์รถยนต์จากญี่ปุ่นด้วยกันเอง

แหล่งข่าวจากกลุ่มยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การประกาศความร่วมมือกันระหว่าง ฮอนด้า-นิสสัน และล่าสุดมีมิตซูบิชิเข้าร่วมอีกราย โดยพยายามดึงความได้เปรียบของแต่ละแบรนด์และเพิ่มสปีดขยายวอลุ่มกลุ่มรถใช้มอเตอร์เพื่อแข่งขันกับค่ายจีนอย่างเต็มกำลัง ได้สร้างแรงกระเพื่อมให้กับบรรดาค่ายรถยนต์จากจีนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มบริษัท กว่างโจว ออโตโมบิล กรุ๊ป หรือจีเอซี ซึ่งแต่เดิมเป็นพันธมิตรร่วมทุนกับฮอนด้า และตงเฟิง มอเตอร์ กรุ๊ป ที่มีพันธมิตรด้านการผลิตทั้งแบรนด์ฮอนด้าและนิสสันโดยมีรัฐบาลจีนเป็นเจ้าของ

3 แบรนด์ทะลุ 8 ล้านคัน

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า อนาคตไม่เพียงรถ EV ที่ทำคลอดออกจากบริษัทร่วมทุนทั้ง 3 แบรนด์จะกลายเป็นคู่แข่งหลักของผู้ผลิตรถจีนแล้ว กำลังการผลิตของแบรนด์ญี่ปุ่นต่าง ๆ ในจีนก็พลอยสะดุดตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้จากการสรุป 3 แบรนด์หลักของญี่ปุ่น ซึ่งผนึกกำลังกันสามารถสร้างมาร์เก็ตแชร์ในตลาดได้สูงมากและมีผลดำเนินงานปีงบการเงิน 2566 (1 เมษายน 2566-31 มีนาคม 2567) ฮอนด้า มอเตอร์ ยอดขาย 3,687,000 คัน รายได้ 20,428,802 ล้านเยน กำไรสุทธิ 1,182,590 ล้านเยน

นิสสัน มอเตอร์ ยอดขาย 3,441,836 คัน รายได้ 12,685,700 ล้านเยน กำไรสุทธิ 426,600 ล้านเยน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยอดขาย 815,000 คัน รายได้ 19,567,601 ล้านเยน กำไรสุทธิ 1,024,858 ล้านเยน

โดยหลังควบรวมจะเป็นกลุ่มที่มียอดขายรถยนต์มากเป็นอันดับ 3 ของโลก ประมาณ 8 ล้านคัน นับเป็นตัวเลขที่กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์จากจีนต้องใส่ใจ

ลั่นดีลจบกลางปี’68

โดยเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2567 ฮอนด้า มอเตอร์ และนิสสัน มอเตอร์ ได้เปิดแถลงข่าวร่วมกันว่า ทั้งสองบริษัทตกลงจะพิจารณาการควบรวมกิจการ และจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งร่วมกัน ศึกษาความเป็นไปได้เชิงกลยุทธ์ในด้านของยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า และการเคลื่อนที่อัจฉริยะ ความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้บริษัทกลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์ลำดับ 3 ของโลก ต่อจากโตโยต้า และโฟล์คสวาเก้น และน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์โลก และทั้งสองบริษัทจะสรุปการควบรวมกิจการกันให้เรียบร้อยกลางปี 2568 หลังจากนั้นจะนำบริษัทโฮลดิ้งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯภายในไตรมาส 3 ปี 2569

กวาดรายได้ 30 ล้านล้านเยน

โดยนายโทชิฮิโระ มิเบะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของฮอนด้า มอเตอร์ กล่าวว่า ผลของการร่วมมือกันครั้งนี้จะทำบริษัทมีกำไรมากกว่า 1 ล้านล้านเยน และมีโอกาสขึ้นไปแตะ 3 ล้านล้านเยนในที่สุด และทั้งสองบริษัทยังคงเป็นบริษัทลูกที่ถือหุ้นทั้งหมดของบริษัทโฮลดิ้ง โดยยังคงใช้แบรนด์ของตนต่อไป บริษัทโฮลดิ้งจะรวมแบรนด์ของทั้งฮอนด้า และนิสสัน และรวมบริษัทลูกที่ผลิตรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ของฮอนด้าเข้าไปด้วย ทั้งสองบริษัทยังได้ตั้งเป้าหมายยอดขายรวมกัน 30 ล้านล้านเยน

ขณะที่นายมาโกโตะ อุชิดะ ซีอีโอนิสสัน กล่าวว่า แม้ว่านิสสันและฮอนด้าตัดสินใจร่วมกันแล้ว แต่แผนการปรับโครงสร้างบริษัทก็ยังดำเนินต่อไป แต่เชื่อว่าปัญหาใหญ่ยอดขายในสหรัฐและจีนหดตัว จนทำให้นิสสันต้องเลิกจ้างพนักงานทั่วโลกมากกว่า 9,000 อัตรา ลดกำลังการผลิต และลดประมาณกำไรประจำปีลง 70% บรรเทาลงแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันมูลค่าตลาดฮอนด้าซึ่งเป็นค่ายรถยนต์ใหญ่สุดอันดับสองในญี่ปุ่นรองจากโตโยต้า มีมูลค่าตามราคาตลาดมากกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ ในขณะที่นิสสันซึ่งอยู่อันดับสาม มีมูลค่าตามราคาตลาดอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นล้านดอลลาร์

สร้างโอกาสจากการเปลี่ยนแปลง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การเปลี่ยนแปลงถือเป็นการสร้างโอกาสใหม่ ๆ โลกยานยนต์มีการควบรวมกันระยะหนึ่งแล้ว ดังนั้นการผนึกกำลังกันของค่ายรถสัญชาติญี่ปุ่นในครั้งนี้ ถือเป็นการพลิกโฉมครั้งใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมรถยนต์โลก นับตั้งแต่มีการควบรวมกิจการ อาทิ กลุ่มสเตลแลนทิส ซึ่งเป็นการผนึกกำลังกันระหว่าง เฟียต ไครสเลอร์ และกลุ่มพีเอสเอ เช่นเดียวกับในญี่ปุ่น ที่ก่อนหน้านั้นก็มีการรวมตัวกันกับขั้วของโตโยต้า อาทิ ซูบารุ ซูซูกิ และมาสด้า

แท็กที่เกี่ยวข้อง

EV จีน รถญี่ปุ่น