เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ออมสิน เตรียมปล่อยสินเชื่อ ‘ออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ’ วงเงิน 5 หมื่น ไม่ต้องมีหลักประกัน ลงทะเบียน 24 ก.ย.นี้
Finance ออมสิน เตรียมปล่อยสินเชื่อ ‘ออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ’ วงเงิน 5 หมื่น ไม่ต้องมีหลักประกัน ลงทะเบียน 24 ก.ย.นี้
‘อนุทิน’ คุย ‘โทนี่ แบลร์’ พร้อมให้คำปรึกษารัฐบาล ยกระดับเศรษฐกิจไทย
Politics ‘อนุทิน’ คุย ‘โทนี่ แบลร์’ พร้อมให้คำปรึกษารัฐบาล ยกระดับเศรษฐกิจไทย
ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ขยับลง 200 บาท รูปพรรณขายออก 68,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ขยับลง 200 บาท รูปพรรณขายออก 68,850 บาท
NEDA แจงยิบงบปี’70 ชดเชยดอกเบี้ย 30.7 ล. ยันไม่ใช่อุ้มกัมพูชา ชี้หากหักงบกระทบ EXIM Bank
Economic NEDA แจงยิบงบปี’70 ชดเชยดอกเบี้ย 30.7 ล. ยันไม่ใช่อุ้มกัมพูชา ชี้หากหักงบกระทบ EXIM Bank
ปืนใหญ่ (ไม่) นอนมา
คุยกับเอกราช ปืนใหญ่ (ไม่) นอนมา
หุ้นไทยวันนี้พักฐาน จับตา กกต.ลงมติคดีฮั้ว สว. บ่ายนี้ โบรกฯ ชูแบงก์-รพ.-สื่อสาร
Finance หุ้นไทยวันนี้พักฐาน จับตา กกต.ลงมติคดีฮั้ว สว. บ่ายนี้ โบรกฯ ชูแบงก์-รพ.-สื่อสาร
กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานพระโอวาท นักศึกษาราชวิทยาลัยจุฬาภรณปี’69
ข่าวในพระราชสำนัก กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานพระโอวาท นักศึกษาราชวิทยาลัยจุฬาภรณปี’69
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
อนุทิน คุย ‘อดีตนายกฯอังกฤษ’ ถกการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีใหม่-พลังงาน​
Politics อนุทิน คุย ‘อดีตนายกฯอังกฤษ’ ถกการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีใหม่-พลังงาน​
ก.ล.ต. จับมือแบงก์ชาติคุมเข้ม ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ เปิดชำระเงินเรียลไทม์-ปิดช่องฟอกเงิน
Finance ก.ล.ต. จับมือแบงก์ชาติคุมเข้ม ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ เปิดชำระเงินเรียลไทม์-ปิดช่องฟอกเงิน
ดูทั้งหมด

เงินบาทแข็งค่า จับตาสัปดาห์หน้า 4 ปัจจัยสำคัญ-เงินหยวน-ราคาทอง

29 ธ.ค. 2567 | 09:37น.
ทองคำ เงินบาท

เงินบาทแข็งค่าขึ้น ขณะที่หุ้นไทยกลับมายืนเหนือ 1,400 จุดได้ช่วงท้ายปี 2567 คาดสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 33.90-34.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตา 4 ปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า สัญญาณเงินทุนต่างชาติ ทิศทางเงินหยวน ราคาทองคำในตลาดโลก รวมถึงสัญญาณเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศของโดนัลด์ ทรัมป์

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทแข็งค่าขึ้นสอดคล้องกับจังหวะการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลกในระหว่างสัปดาห์

เงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ฯ หลังตัวเลขอัตราเงินเฟ้อที่วัดจากดัชนีราคา PCE/Core PCE ของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด ประกอบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย (รวมเงินบาท) ได้รับแรงหนุนจากการแข็งค่าของเงินเยน หลังจากที่กระทรวงการคลังญี่ปุ่นกล่าวย้ำถึงความกังวลของญี่ปุ่นเกี่ยวกับแรงขายเงินเยนที่มากเกินไปในระยะนี้

อย่างไรก็ดี เงินบาทลดช่วงบวกลงบางส่วนในระหว่างสัปดาห์ โดยมีปัจจัยลบจากตัวเลขการส่งออกของไทยเดือนพ.ย. ที่ขยายตัวต่ำกว่าที่ตลาดคาดเล็กน้อย (การส่งออก +8.2% YoY ตลาดคาดที่ +9.0%)

เงินบาทกลับมาแข็งค่าอีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์ตามอานิสงส์ของการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก และการขยับแข็งค่าขึ้นของเงินเยนรับสัญญาณในเชิงคุมเข้มนโยบายการเงินจากบันทึกการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เมื่อวันที่ 18-19 ธ.ค. ที่ผ่านมา

กราฟค่าเงินบาท

ในวันศุกร์ที่ 27 ธ.ค. 2567 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 34.04 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 34.47 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (20 ธ.ค. 67) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 23-27 ธ.ค. 2567 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 1,468 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 1,209 ล้านบาท (แบ่งเป็น ขายสุทธิพันธบัตร 1,208.4 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 0.7 ล้านบาท)

จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า

สำหรับสัปดาห์หน้า หรือสัปดาห์ระหว่างวันที่ 30 ธ.ค. 2567 – 3 ม.ค. 2568 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 33.90-34.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สัญญาณเงินทุนต่างชาติ ทิศทางเงินหยวนและราคาทองคำในตลาดโลก รวมถึงสัญญาณเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศของนายโดนัลด์ ทรัมป์

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนพ.ย. ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิตเดือนธ.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนธ.ค. ของญี่ปุ่น จีน ยูโรโซน และอังกฤษด้วยเช่นกัน

สำหรับภาพรวมระหว่างวันที่ 2 ม.ค. – 27 ธ.ค. 2567 นั้น เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 34.04 บาทต่อดอลลาร์ฯ (ณ 27 ธ.ค. 67) แข็งค่าขึ้น 0.3% จากระดับ 34.14 บาทต่อดอลลาร์ฯ ณ สิ้นปี 2566

เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบอ่อนค่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 โดยมีปัจจัยกดดันในช่วงต้นปีจากความกังวลเกี่ยวกับความล่าช้าของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศและการอ่อนค่าของสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย นำโดย เงินเยนและเงินหยวน สวนทางกับเงินดอลลาร์ฯ ที่แข็งค่าขึ้นหลังสัญญาณกังวลเงินเฟ้อจากเฟดทำให้ตลาดประเมินว่า จังหวะการปรับลดดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เร็ว

ทั้งนี้ เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 6 เดือนที่ 37.18 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในเดือนเม.ย. 2567 ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนตามการปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของราคาทองคำในตลาดโลก ขณะที่ แรงหนุนของเงินดอลลาร์ฯ เริ่มชะลอลง หลังประธานเฟดส่งสัญญาณว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ น่าจะแตะจุดสูงสุดไปแล้ว

เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 3/2567 โดยมีปัจจัยหนุนจากตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2567 ของไทยที่ออกมาดีกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และการกลับมาแข็งค่าขึ้นของเงินเยน หลัง BOJ เริ่มคุมเข้มนโยบายการเงินด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ กลับมาเผชิญแรงเทขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหลังจากเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงถึง 50 basis points ในการประชุม FOMC เดือนก.ย. 2567 โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 31 เดือนที่ 32.15 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงปลายเดือนก.ย. 2567

อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาอ่อนค่าลงอีกครั้งในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2567 สอดคล้องกับสัญญาณฟื้นตัวล่าช้าของเศรษฐกิจไทยและการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของกนง. ในเดือนต.ค. 2567 ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ เริ่มฟื้นตัวกลับมาอีกครั้ง หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งจุดชนวนความกังวลต่อประเด็นความขัดแย้งของนโยบายการค้า (ทำให้เงินหยวน สกุลเงินเอเชียและเงินบาทอ่อนค่าลง)

ประกอบกับเฟดมีการปรับมุมมองที่มีต่อทิศทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในปี 2568 ซึ่งสะท้อนว่า แม้เฟดอาจจะยังปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่อง แต่จังหวะและจำนวนรอบของการปรับลดดอกเบี้ยอาจชะลอลงและมีความไม่แน่นอนมากขึ้น

คาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า
แนวรับ 1,385 และ 1,375 จุด

ส่วนความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นเกือบตลอดสัปดาห์ ขณะที่ปริมาณการซื้อขายค่อนข้างเบาบางในช่วงใกล้สิ้นปี

กราฟตลาดหุ้นไทย

SET Index ขยับขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ (จากร่วงลงแรงก่อนหน้านี้) สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค หลังจากสหรัฐฯ สามารถหลีกเลี่ยงภาวะ Government shutdown ได้ นอกจากนี้ตลาดหุ้นไทยยังมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากแรงซื้อของกองทุนลดหย่อนภาษีช่วงสิ้นปี ตัวเลขการส่งออกเดือนพ.ย. ของไทยที่ยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง และความหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 จากภาครัฐ ซึ่งกระตุ้นแรงซื้อหุ้นหลายกลุ่ม นำโดย กลุ่มค้าปลีก

หุ้นไทยย่อตัวลงช่วงสั้นๆ ระหว่างสัปดาห์จากแรงขายหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าหลัง กพช. มีมติให้ชะลอการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติมออกไปก่อน อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยกลับมายืนเหนือ 1,400 จุดได้อีกครั้งในช่วงท้ายสัปดาห์ตามแรงหนุนจากการทำ Window Dressing ขณะที่ปริมาณการซื้อขายที่ค่อนข้างเบาบาง เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนชะลอการลงทุนก่อนวันหยุดช่วงปีใหม่

ในวันศุกร์ที่ 27 ธ.ค. 2567 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,401.46 จุด เพิ่มขึ้น 2.67% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 31,401.77 ล้านบาท ลดลง 38.01% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 2.42% มาปิดที่ระดับ 310.10 จุด

สัปดาห์ถัดไป (30 ธ.ค. 67 – 3 ม.ค. 68) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,385 และ 1,375 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,410 และ 1,420 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การทำ Window Dressing ช่วงสิ้นปี และทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิตเดือนธ.ค. 2567 ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนพ.ย. 2567 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนธ.ค. 2567 ของญี่ปุ่น จีนและยูโรโซน

สำหรับภาพรวมระหว่างวันที่ 2 ม.ค.-27 ธ.ค. 2567 นั้น ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,401.46 จุด (ณ 27 ธ.ค. 67) ลดลง 1.02% จากระดับ 1,415.85 จุด ณ สิ้นปี 2566

หลากหลายปัจจัยกดดันตลาดหุ้นไทย

ทั้งนี้ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวอิงขาลงตั้งแต่ต้นปีท่ามกลางหลายปัจจัยกดดันทั้งในและต่างประเทศ อาทิ ความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยหลังจากมีการปรับลดประมาณการจีดีพีไทยปี 2567 และ 2568 ลงโดยหลายหน่วยงาน ความกังวลเกี่ยวกับการตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับสูงเป็นเวลานานของเฟด ความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอล-เลบานอน ตลอดจนความไม่แน่นอนของประเด็นการเมืองในประเทศ โดยดัชนี SET แตะจุดต่ำสุดในรอบ 3 ปี 9 เดือนที่ระดับ 1,273.17 จุดในช่วงต้นเดือนส.ค. 2567 ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นได้ในเวลาต่อมา

ปัจจัยที่หนุนให้ดัชนีหุ้นไทยทยอยฟื้นตัวขึ้นในช่วงไตรมาส 3/2567 ได้แก่ การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่และการจัดตั้งครม. ที่ดำเนินการได้และมีข้อสรุป ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2567 ของไทยที่ออกมาดีกว่าคาด การเปิดจองซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมวายุภักษ์ การปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของทั้งเฟดและกนง.

อย่างไรก็ดี หลังจากดัชนีหุ้นไทยแตะจุดสูงสุดในรอบกว่า 1 ปีที่ 1,506.82 จุดช่วงกลางเดือนต.ค. 2567 ก็ได้ทยอยลดช่วงบวกลงจนถึงช่วงปลายปี เนื่องจากตลาดประเมินว่า เฟดอาจชะลอการปรับลดดอกเบี้ยในปีหน้าและมีความกังวลเกี่ยวกับประเด็นสงครามการค้าหลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีคนถัดไปของสหรัฐฯ