Skip to content

เริ่มเมื่อไหร่เช็กเลย! คิกออฟ ‘3 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ’ เดือน ม.ค.นี้

02 ม.ค. 2568 | 13:45น.
เริ่มเมื่อไหร่เช็กเลย! คิกออฟ ‘3 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ’ เดือน ม.ค.นี้

รัฐบาล คิกออฟ 3 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เดือน ม.ค. 2568 ช่วยปรับโครงสร้างแก้หนี้กลุ่ม NPL-ลุยแจกเงินหมื่นเฟส 2 กลุ่มผู้สูงอายุ-ลดหย่อนภาษีผ่าน Easy E-Receipt 2.0 เริ่มเมื่อไหร่เช็กเลย!

ผู้สื่อข่าวรายงานงานว่า หลังจากรัฐบาลได้ออกมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่เดือน ม.ค. ในปี 2568 โดยมีมาตรการทางเศรษฐกิจกว่า 3 มาตรการ ประกอบไปด้วย

1.โครงการ “คุณสู้ เราช่วย”

หลังจากเปิดให้ลงทะเบียนวันแรกเมื่อ 12 ธ.ค. 2567 และสามารถลงทะเบียนได้จนถึงวันที่ 28 ก.พ. 2568 เพื่อที่จะแก้หนี้ จำนวน 2.1 ล้านบัญชี โดยเป็นลูกหนี้ 1.9 ล้านคน และมียอดหนี้รวม ประมาณ 890,000 แสนล้านบาท ทั้งนี้คาดว่าจากการดำเนินมาตรการดังกล่าว จะช่วยแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนให้ลดลงมากกว่า 10% ซึ่งมีมาตรการดังนี้

มาตรการที่ 1 “จ่ายตรง คงทรัพย์” ช่วยเหลือปรับโครงสร้างหนี้สำหรับลูกหนี้สินเชื่อบ้าน รถ และ SMEs ขนาดเล็ก ที่มีวงเงินไม่สูงมาก แบบลดค่างวดและพักภาระดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยค่างวดที่จ่ายจะนำไปตัดชำระเงินต้นทั้งหมด ขณะที่ดอกเบี้ยที่พักไว้ตลอดระยะเวลา 3 ปี จะได้รับการยกเว้น

หากลูกหนี้สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ตลอดระยะเวลาของมาตรการ (ชำระเงินตรงเวลาและไม่ทำสัญญาสินเชื่อเพิ่มเติมในช่วง 12 เดือนแรกของการเข้าโครงการ) ซึ่งจะช่วยบรรเทาภาระหนี้ให้ลูกหนี้มีสภาพคล่องเหลือสำหรับดำรงชีพเพิ่มเติมและช่วยให้ภาระหนี้โดยรวมของลูกหนี้ลดลง

มาตรการที่ 2 “จ่าย ปิด จบ” ช่วยลดภาระหนี้ให้แก่ลูกหนี้บุคคลธรรมดาที่เป็นหนี้เสีย (สถานะ NPL) แต่มียอดคงค้างหนี้ไม่เกิน 5,000 บาท โดยลูกหนี้จะต้องเข้ามาเจรจาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ เพื่อชำระหนี้บางส่วน ซึ่งจะทำให้ลูกหนี้รายย่อยที่มีหนี้เสียและยอดหนี้ไม่สูง สามารถเปลี่ยนสถานะการเป็นหนี้ จาก “หนี้เสีย” เป็น “ปิดจบหนี้” และเริ่มต้นใหม่ได้เร็วขึ้น

มาตรการที่ 3 ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางของ SFIs ช่วยลดภาระหนี้ให้แก่ลูกหนี้กลุ่มเปราะบางของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs) 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

ผ่านการลดดอกเบี้ย ให้สินเชื่อใหม่ดอกเบี้ยต่ำ และให้รางวัลกับลูกหนี้ที่มีประวัติการชำระดี รวมถึงการพักชำระเงินต้นและการไม่คิดดอกเบี้ยสำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ

มาตรการที่ 4 ช่วยเหลือลูกหนี้ของผู้ประกอบการ Nonbanks ช่วยลดภาระหนี้ให้แก่ลูกหนี้กลุ่มเปราะบางของผู้ประกอบการ Nonbanks ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่มีหนี้ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีการคิดอัตราดอกเบี้ยสูง

โดยจะช่วยเหลือลดภาระการชำระหนี้ ผ่านการลดภาระผ่านชำระ 3 ปี เหลือ 70% และลดดอกเบี้ยลง 10% (เช่น จากเดิม ดอกเบี้ย 25% ต่อปี จะลดเหลือ 15% ต่อปี) ตลอดระยะเวลา 3 ปี และได้รับการปรับโครงสร้างหนี้ผ่อนปรนทั้งนี้ หากลูกหนี้มีสถานะเป็น NPL และมียอดคงค้างไม่เกิน 5,000 บาท สามารถเปลี่ยนสถานะปิดจบหนี้ได้

2. แจกเงิน 10,000 บาท ผู้สูงอายุ ผ่านโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ

โดยผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่ได้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2567 จำนวน 4 ล้านคน ที่มีเงินได้ไม่เกิน 840,000 บาทต่อปี และเงินฝากไม่เกิน 500,000 บาท จะได้รับเงินจำนวน 10,000 บาท ผ่านบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ

ทั้งนี้จะเริ่มแจกเงินก่อนวันที่ 29 ม.ค. 2568 คาดว่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท และทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2568

3. Easy E-Receipt 2.0

ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สามารถนำค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค. 68 ถึง 28 ก.พ. 68 ได้สูงสุด 50,000 บาท โดยนำ e-Tax Invoice เต็มรูปแบบ และ e-Receipt มาใช้ลดหย่อนภาษีสำหรับปีภาษี 2568 ได้

– ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30,000 บาท สำหรับสินค้าและบริการทั่วไป (ยกเว้น สุรา ยาสูบ น้ำมัน ก๊าซ รถยนต์และจักรยานยนต์ ค่าสาธารณูปโภค ค่าเบี้ยประกัน ค่าบริการนำเที่ยว/ค่าที่พัก)

– ลดหย่อนภาษีได้เพิ่มอีกไม่เกิน 20,000 บาท สำหรับค่าซื้อสินค้า OTOP สินค้าหรือบริการของวิสาหกิจชุมชน และสินค้าหรือบริการของวิสาหกิจเพื่อสังคม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ