Skip to content

รอยัล ภูเก็ต มารีน่า คว้าการรับรองท่าจอดเรือปลอดคาร์บอนแห่งแรกในเอเชีย

07 ม.ค. 2568 | 20:46น.
รอยัล ภูเก็ต มารีน่า คว้าการรับรองท่าจอดเรือปลอดคาร์บอนแห่งแรกในเอเชีย

รอยัล ภูเก็ต มารีน่า (RPM) ยกระดับมาตรฐาน ‘Green Luxury’ ได้รับการรับรองเป็นท่าจอดเรือปลอดคาร์บอนแห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชีย ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO)

มากกว่าการเป็นไลฟ์สไตล์เดสติเนชั่น รอยัล ภูเก็ต มารีน่า กำลังนิยามความหมายใหม่ของ ‘Green Luxury’ หรือ ’ความหรูหราที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม’ ที่ซึ่งประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยมมาบรรจบกับการใช้ชีวิตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้อย่างลงตัว

มรดกแห่งความยั่งยืน

รอยัล ภูเก็ต มารีน่า ใช้พลังงานหมุนเวียนในการดำเนินกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่สร้างสรรค์ ซึ่งออกแบบมาเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมพร้อมมอบความหรูหราในระดับเวิลด์คลาส

ปัจจุบันแผงโซลาร์เซลล์สามารถจ่ายพลังงานให้กับท่าจอดเรือได้ถึง 38% ของความต้องการพลังงานรายวัน
ทำให้เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ อีกทั้งยังใช้เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ Seabin V5 ซึ่งสามารถดักจับเศษซากลอยน้ำและไมโครพลาสติกจากแอ่งน้ำของท่าจอดเรือได้มาก
ถึง 48 กิโลกรัมต่อวัน ด้วยความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

พร้อมทั้งยกระดับด้วยการใช้ระบบกักเก็บน้ำฝนเพื่อทำความสะอาดเรือ ซึ่งช่วยลดการใช้น้ำประปาได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ที่ชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า (EV) แบบใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ทำให้ผู้มาเยือนสามารถชาร์จยานพาหนะของตนโดยใช้พลังงานหมุนเวียนได้ 100%

หรูหราแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นายกูลู ลัลวานี ประธานบริษัท รอยัล ภูเก็ต มารีน่า กล่าวว่า แนวคิด Green Luxury เป็นหัวใจหลักในเรื่องความยั่งยืนของบริษัท เป็นความมุ่งมั่นอย่างลึกซึ้งทั้งในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการมอบประสบการณ์หรูหราอันน่าประทับใจ

นายกูลู ลัลวานี ประธานบริษัท รอยัล ภูเก็ต มารีน่า
นายกูลู ลัลวานี ประธานบริษัท รอยัล ภูเก็ต มารีน่า

“เราไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับผู้ที่หลงใหลในกิจกรรมทางทะเลเท่านั้น แต่เรากำลังสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับความหรูหราที่ยั่งยืนสำหรับอุตสาหกรรมการเดินเรืออีกด้วย โครงการด้านสิ่งแวดล้อมของเราไม่เพียงแต่ช่วยอนุรักษ์โลก แต่ยังเพิ่มพูนประสบการณ์ของแขกผู้มาเยือนสร้างความทรงจำอันยั่งยืนท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่พิเศษ”

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2547 เขาประสบความสำเร็จในการผลักดันให้นายกรัฐมนตรีไทยลดภาษีนำเข้าเรือยอชต์จากกว่า 200% เหลือศูนย์ การลดภาษีครั้งนี้ช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมการเดินเรืออย่างโดดเด่นด้วยการเพิ่มการนำเข้าและธุรกิจบริการเรือยอชต์

จากนั้น นายกูลู ลัลวานี ได้ริเริ่มการก่อสร้างรอยัล ภูเก็ต มารีน่า ส่งเสริมให้ภูเก็ตกลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านเรือยอชต์ที่เฟื่องฟู และทำให้ภูเก็ตกลายเป็นสวรรค์แห่งการแล่นเรือของเอเชียและดึงดูดเรือยอชต์จากทั่วโลก

นิยามความหมายใหม่ของความหรูหราในศตวรรษที่ 21

ด้วยการผสมผสานการบริการที่ยอดเยี่ยม สิ่งอำนวยความสะดวกสุดพิเศษ และนวัตกรรมโซลูชั่นเชิงนิเวศอันเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นวิลล่าริมทะเลที่สวยงาม ร้านอาหารระดับโลก หรือพื้นที่เปิดโล่งที่เขียวชอุ่ม ล้วนสามารถสอดแทรกความยั่งยืนไว้ในทุกแง่มุมของประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ สำหรับผู้มาเยือน

ความยั่งยืนผสานการมีส่วนร่วมของชุมชน

ความมุ่งมั่นของ รอยัล ภูเก็ต มารีน่า ยังขยายไปไกลผ่านโครงการความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR) ในหลากหลายรูปแบบ โดยมุ่งเน้นสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมในชุมชนท้องถิ่นอย่างแข็งขัน ท่าจอดเรือแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามระดับประเทศในการส่งเสริมโครงการ Zero-Waste และมีส่วนร่วมในการศึกษาสิ่งแวดล้อม โดยความร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ เช่น มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง

นอกจากนี้ ยังมีการจัดสัมมนาเชิงวิชาการและวันทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม เพื่อกระตุ้นให้แขกและคนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการสร้างโลกที่สะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

นาย ซันนี่ สันธุ ผู้จัดการทั่วไป รอยัล ภูเก็ต มารีน่า
นายซันนี่ สันธุ ผู้จัดการทั่วไป รอยัล ภูเก็ต มารีน่า

เหนือกว่าการเป็นท่าจอดเรือ คือความมุ่งมั่นสู่อนาคตที่ยั่งยืน

นายซันนี่ สันธุ ผู้จัดการทั่วไป กล่าวว่า เพราะเราเชื่อมั่นว่าอนาคตของความหรูหราที่แท้จริงตั้งอยู่บนความยั่งยืน รอยัล ภูเก็ต มารีน่า รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ และยังคงมุ่งมั่นค้นหาวิธีใหม่ ๆ
เพื่อลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนโดยมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับแขกของเราได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งมิใช่เพียงโมเดลธุรกิจเท่านั้น แต่เป็นแนวคิดที่จะนำทางเราสู่อนาคต