ไต้หวันเกินดุลการค้ากับสหรัฐเพิ่มขึ้น 83.5% มากสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งอาจทำให้ทรัมป์รู้สึกไม่พอใจ ด้านธนาคารกลางไต้หวันแนะภาคธุรกิจลงทุนในสหรัฐให้มากขึ้น
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ในปี 2024 ไต้หวันเกินดุลการค้ากับสหรัฐมากสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งอาจยั่วให้โดนัลด์ ทรัมป์เร่งจัดการภาวะเกินดุลดังกล่าว หลังเข้าทำเนียบขาวในวันที่ 20 มกราคมนี้
ตามประกาศของกระทรวงการคลังไต้หวันในวันที่ 9 มกราคม 2025 พบว่า ไต้หวันเกินดุลสหรัฐเพิ่มขึ้น 83.5% เป็น 64,900 ล้านดอลลาร์ (ราว 2,247,162 ล้านบาท) มากสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งไต้หวันเกินดุลกับสหรัฐเพิ่มขึ้นเรื่อยมานับตั้งแต่ปี 2018
ในทางกลับกัน ไต้หวันเกินดุลกับจีนต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2003 โดยมีการส่งออกสุทธิอยู่ที่ 17,700 ล้านดอลลาร์ (ราว 612,897 ล้านบาท) แสดงให้เห็นว่าไต้หวันพยายามลดการพึ่งพาทางเศรษฐกิจกับจีน ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในช่องแคบไต้หวัน และภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงของจีน
หากทรัมป์หวนคืนสู่ทำเนียบขาว ไต้หวันอาจถูกทรัมป์เพ่งเล็งได้ ซึ่งทรัมป์เคยแสดงทรรศนะระหว่างให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์ก บิสซิเนสวีก (Bloomberg Businessweek) เมื่อเดือนกรกฎาคมช่วงก่อนการเลือกตั้งว่า ไต้หวันแย่งกิจการชิปจากสหรัฐไปเป็นของตัวเอง 100%
ตามแถลงการณ์ของคณะรัฐมนตรีซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 7 มาราคม 2025 ระบุว่าในการพบกับคณะตัวแทนสมาคมการค้าไต้หวัน-สหรัฐ (USTBC) โช จุง-ไท่ (Cho Jung-tai) นายกรัฐมนตรีไต้หวันเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะขยายความร่วมมือทางการค้า การลงทุน และการจัดซื้อจัดจ้าง
ธนาคารกลางไต้หวันเสนอให้รัฐบาลซื้อพลังงาน สินค้าทางการเกษตร และอาวุธยุทโธปกรณ์จากสหรัฐ เพื่อตามใจทรัมป์ ขณะที่หยาง ชิน-หลง (Yang Chin-long) ผู้ว่าการธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) กล่าวว่า การลงทุนในสหรัฐของทีเอสเอ็มซี (TSMC) อาจช่วยบรรเทาการค้าที่เกินดุลได้บ้าง ทั้งยังแนะนำให้บริษัทอื่น ๆ ของไต้หวันดำเนินตาม
การส่งออกยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไต้หวัน ด้วยอุปสงค์ที่แข็งแรงจากต่างประเทศ ทำให้ธนาคารกลางไต้หวันยกระดับคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของไต้หวันขึ้นเป็น 4.25% ในการประชุมกำหนดนโยบายครั้งที่ผ่านมา