เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

NIA เดินหน้าปลุกลงทุน พา “สตาร์ตอัพ” ไทย Go Global

06 ก.พ. 2568 | 12:24น.
NIA

ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา กระแสการลงทุน “สตาร์ตอัพ” จากนักลงทุนกลุ่มต่าง ๆ ดูจะคึกคักมากขึ้น แม้จะพิถีพิถันกับการเลือกลงเงินมากขึ้น แต่ก็เป็นสัญญาณเชิงบวกที่สะท้อนถึงโอกาสในการเติบโตของสตาร์ตอัพรุ่นใหม่

สำหรับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ภายใต้การนำทัพของ ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการคนปัจจุบัน ยังคงบทบาทการเป็น “Focal Conductor” หรือผู้กำหนดทิศทางนวัตกรรม สร้างการเติบโตให้กับสตาร์ตอัพและผู้ประกอบการไทยภายใต้แนวคิด 4G คือ

1.Groom-การบ่มเพาะความรู้และสร้างเครือข่าย

2.Grant-การสนับสนุนเงินทุนให้เปล่า

3.Growth-การสร้างโอกาสขยายผลเพื่อการเติบโตทางธุรกิจ

4.Global-การสร้างโอกาสต่อยอดสู่ระดับโลก

และในปี 2568 ยังมีอีกหลายสิ่งที่ NIA จะทำเพื่อนำไปสู่เป้าหมายการสร้าง “ยูนิคอร์น” (สตาร์ตอัพที่มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ) หน้าใหม่ให้กับประเทศต่อไป

ภาพรวมสตาร์ตอัพไทย

ดร.กริชผกากล่าวว่า ปี 2567 ประเทศไทยมีสตาร์ตอัพประมาณ 2,100 ราย แบ่งเป็น ระยะ Preseed 700 ราย และระยะ Go-to Market หรือ Growth 1,400 ราย โดยอัตราการระดมทุนรอบ Seed เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับปี 2566 และมีการเติบโตสะสมตั้งแต่ปี 2564 เพิ่มขึ้น 3.3%

ส่วนผลการจัดอันดับดัชนีระบบนิเวศสตาร์ตอัพโลกในปี 2566 โดยศูนย์กลางข้อมูลเกี่ยวกับสตาร์ตอัพ “StartupBlink” พบว่าประเทศไทยอยู่อันดับที่ 54 ของโลก และเป็นอันดับที่ 4 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย

“เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค ถือว่าสตาร์ตอัพไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าของระบบนิเวศสตาร์ตอัพไทย ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางที่น่าสนใจสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจนี้”

สตาร์ตอัพมาแรงปี 2568

สำหรับสตาร์ตอัพที่มีโอกาสเติบโตสูงในปี 2568 ทั้งในไทยและต่างประเทศ แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่

1.เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ (Generative AI) สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในหลายอุตสาหกรรม ทำให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึง AI Agent ที่สามารถคิดวิเคราะห์ และตัดสินใจได้เอง จะเข้ามามีบทบาทกับภาคธุรกิจมากขึ้น เช่น การผลิต การแก้ปัญหางานบริการ และการลดการใช้ทรัพยากร

2.เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน (GreenTech) หลายองค์กรให้ความสำคัญกับแนวคิด ESG มากขึ้น รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 25% ตลอดระยะเวลา 10 ปีข้างหน้า ด้วยโซลูชั่นใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ปัญหาสิ่งแวดล้อม

“ตัวอย่างสตาร์ตอัพไทยในกลุ่มนี้ เช่น Carbonwize แพลตฟอร์มที่ช่วยองค์กรประเมินคาร์บอนฟุตพรินต์ และ AltoTech ที่นำ AI มาช่วยบริหารจัดการพลังงานในองค์กร”

3.เทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นผู้นำในการดึงดูดการลงทุนเกี่ยวกับฟินเทค เห็นได้จากอัตราการระดมทุนในรอบ Seed ที่สูงถึง 26% ซึ่งสูงที่สุดในปี 2567 และเทคโนโลยีบล็อกเชนตามมาที่ 20%

“ในระบบพบว่ามีสตาร์ตอัพที่แอ็กทีฟอยู่ประมาณ 800 ราย โดย 300 ราย เป็นสตาร์ตอัพกลุ่มฟินเทค สะท้อนว่าอุตสาหกรรมนี้โตมาตลอด และยังมีโอกาสโตยิ่งขึ้นในอนาคต”

พัฒนาย่านนวัตกรรม

ดร.กริชผกากล่าวต่อว่า หนึ่งในแผนงานสำคัญของปีนี้ที่จะช่วยให้ระบบนิเวศสตาร์ตอัพของไทยแข็งแรงขึ้น คือการพัฒนาย่านนวัตกรรม หรือพื้นที่ที่ให้สตาร์ตอัพได้เอานวัตกรรมมาทดลองใช้งานจริง ที่ผ่านมามีย่าน YMID (Yothi Medical Innovation District) และสวนดอกที่ทำเรื่องการแพทย์ ย่านอารีย์ที่ทำเรื่อง AI & Robotics และย่านที่ทำกับ True Digital Park จะเป็นเรื่อง Cyber Tech

“ตอนนี้อยู่ในช่วงพูดคุยกับหลายภาคส่วนเพื่อสร้างพื้นที่นวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น การนิคมอุตสาหกรรม เพื่อทำย่านนวัตกรรมสีเขียว การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพื่อผลักดันสตาร์ตอัพสายพลังงาน อย่างสายการแพทย์ก็มีแผนที่จะทำ Med Park ขยายไปยังโซนศิริราชและจุฬาฯ ให้ครอบคลุมความหลากหลายของกลุ่มผู้ป่วย หรือสายครีเอทีฟก็มีเล็งพื้นที่โซนจตุจักรไว้”

ด้าน นายปริวรรต วงษ์สำราญ รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม เสริมว่า ปีนี้ NIA ยังมีแผนเรื่องการเพิ่มจำนวนสตาร์ตอัพเข้าสู่ระบบ ตั้งเป้าไว้ที่ 200-400 ราย โดยสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย นำงานวิจัยที่มีอยู่แล้วมาต่อยอดเป็นสตาร์ตอัพสาย Deep Tech ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว และยังเป็นกลุ่มสตาร์ตอัพที่สามารถระดมทุนได้มากกว่ากลุ่มปกติ 10-15 เท่า

“นอกจากเพิ่มกลุ่มใหม่เข้ามา การทำให้กลุ่มเดิมเติบโตขึ้น ถ้าสตาร์ตอัพสามารถเติบโตจากซีรีส์ A ไป B ได้จะสบายมาก ๆ ซึ่ง NIA จะผลักดันทั้งเรื่องโปรแกรมสร้างการเติบโต การให้ทุน และการหาตลาดที่ใช่ เพื่อบรรลุเป้าหมายการสร้างยูนิคอร์นไทยตัวใหม่ 1-2 ตัว ในช่วง 2-3 ปีนี้ ซึ่งกลุ่มที่มีแววมาก ๆ คือกรีนกับฟินเทค”

พาสตาร์ตอัพ Go Global

ดร.กริชผกากล่าวด้วยว่า อีกส่วนที่สำคัญมาก ๆ ในการสร้างการเติบโตให้กับสตาร์ตอัพไทย คือการพาไปหาตลาดใหม่ และขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ที่ผ่านมา NIA มีความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรในต่างประเทศมากมาย เช่น ฮ่องกง เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น จนทำให้มีสตาร์ตอัพหลายรายไปบุกเบิกตลาดใหม่ได้สำเร็จ

ตัวอย่างเช่น Tasted Better แป้งเสริมอาหารน้ำตาลต่ำ สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ที่ลองขยายตลาดไปเกาหลีใต้ได้แล้วประมาณ 3-4 เดือน และ BOTNOI วอยซ์บอตสำหรับการประมวลผลต่าง ๆ ที่เติบโตมากในประเทศออสเตรีย ซึ่งสถานทูตไทยของที่นั่นก็มีการใช้งานอยู่เช่นกัน

“เรื่องของการขยายตลาดไปต่างประเทศจะเห็นว่าในยุโรปกับเอเชียทำได้ค่อนข้างดีแล้ว แต่ในสหรัฐอเมริกายังเป็นไปได้ยาก เพราะไกลและในตลาดเดิมของเขามีสตาร์ตอัพหลากหลายอุตสาหกรรมอยู่แล้ว”

พ.ร.บ.สตาร์ตอัพ

ดร.กริชผกาทิ้งท้ายเกี่ยวกับความคืบหน้า “พ.ร.บ.สตาร์ตอัพ” ที่เป็นหนึ่งในภารกิจใหญ่ของหน่วยงานว่า ในภาพรวมยังเป็นไปตามแผน และกำลังอยู่ในช่วงของการตรวจสอบรายมาตราจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เชื่อว่าร่าง พ.ร.บ.ทันเข้าพิจารณาในสภาปีนี้

“ประโยชน์ของ พ.ร.บ.สตาร์ตอัพ จะช่วยให้สตาร์ตอัพได้สิทธิประโยชน์ที่เหมาะสม เพราะมีการขึ้นทะเบียนอยู่ในฐานข้อมูลที่ชัดเจน และมีเงินก้อนสำหรับส่งเสริมสตาร์ตอัพโดยเฉพาะ นอกเหนือจากงบประมาณที่ NIA ลงทุนกับสตาร์ตอัพอยู่แล้วปีละ 600-700 ล้านบาท”

และเมื่อถามถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการแก้รายละเอียดใน พ.ร.ฎ.การจัดตั้งสำนักงาน เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดการให้ทุนแบบเดิม โดย NIA จะสามารถให้ทุนแบบ VC และมีสถานะเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ซึ่งจะทำให้หน่วยงานมีเงินทุนหมุนเวียนในการลงทุนสตาร์ตอัพมากขึ้น รวมถึงสร้างความมั่นใจกับสตาร์ตอัพว่าจะมีภาครัฐคอยสนับสนุนอีกทาง

ผู้อำนวยการ NIA บอกว่า ขั้นตอนการแก้กฎหมายเสร็จสิ้นเรียบร้อย กำลังจะเข้าสู่การตรวจสอบของคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน (กพม.) เพื่อปรับวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

NIA สตาร์ตอัพไทย