AOT หุ้นร่วงหนัก ปิดลบ 13% บล.กรุงศรีชี้ตลาดกังวลรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์โตต่ำกว่าคาด-ยอดลูกหนี้ค้างจ่ายสูงขึ้นจากผู้ประกอบการในสนามบินมีปัญหาสภาพคล่อง ด้าน SCB ร่วงตามจากลูกค้าบางรายของ AOT มีปัญหาสภาพคล่อง คาด SCB เป็นหนึ่งในธนาคารที่มีการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้ารายนี้ อาจส่งผลกระทบต่อการชำระหนี้ต่อธนาคาร
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) ปิดตลาดวันนี้ (14 ก.พ. 2568) ปรับตัวลดลง 13.76% เมื่อเทียบจากราคาวันก่อนหน้า
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สาเหตุที่ราคาหุ้น AOT ปรับตัวลงแรงวันนี้ มีประเด็นกังวล 2 ประเด็นคือ
1. รายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์โตต่ำกว่าคาด เนื่องจากมีรายได้บางส่วนที่ไม่ได้เพิ่มตามปริมาณผู้โดยสาร
2. ยอดลูกหนี้ค้างจ่ายสูงขึ้นจากผู้ประกอบการในสนามบินมีปัญหาสภาพคล่อง แต่อย่างไรก็ตาม ระยะเวลายังไม่เกินวงเงินประกันที่ AOT เรียกเก็บจากผู้ประกอบการ
อย่างไรก็ตาม ลุ้นเรียกเก็บ PSC Transit/Transfer และขึ้นค่า PSC ในปีนี้
โดยกรณีลูกหนี้ไม่หมุนเวียนพบว่า เพิ่มขึ้นจาก 838 ล้านบาท เป็น 2,026 ล้านบาท และเป็น 5,703 ล้านบาท ในช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านมา
โดยหนึ่งในลูกหนี้สำคัญเชื่อว่าคือ King Power ตลาดจึงกังวลว่า 1. AOT อาจต้องตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ และ 2. ถ้า King Power ไม่ไหวอาจต้องจัดประมูลใหม่ ซึ่งก็คาดว่า Minimum Guarantee อาจไม่สูงเท่าเดิม (ราว 25,000 ล้านบาทต่อปี)
อย่างไรก็ตาม ในการทำสัญญา AOT จะมีการให้เอกชนวาง Bank Guarantee (ระยะเวลา 2 ปี) ดังนั้นเบื้องต้นกรณีการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญคงไม่น่ากังวลเท่าไร ที่น่ากังวลน่าจะอยู่ที่หากประมูลใหม่แล้ว Minimum Guarantee ต่ำกว่าเดิม ซึ่งเดิมก่อนที่จะเป็นสัญญาใหม่ Minimum Guarantee อยู่ที่ราว 11,187 ล้านบาทต่อปี
แปลว่ารายได้ AOT อาจจะหายไปราว 14,000 ล้านบาท ถ้าประมูลใหม่แล้ว Minimum Guarantee ลดลงไปเหลือเท่าสัญญาเก่า ทั้งนี้ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับว่าฐานะทางการเงิน King Power น่ากังวลขนาดที่ตลาดกังวลหรือไม่

ด้าน บมจ.เอสซีบี เอกซ์ (SCB) ราคาหุ้นวันนี้ปิดลดลง 3.21% คาดมาจากลูกค้าบางรายของ AOT มีปัญหาสภาพคล่อง ซึ่งคาด SCB เป็นหนึ่งในธนาคารที่มีการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้ารายนี้ อาจส่งผลกระทบต่อการชำระหนี้ต่อธนาคาร
