เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“NCC” ยกระดับงานจัดเลี้ยง ดัน “PET EXPO” สู่มาร์เก็ตเพลซ
Business “NCC” ยกระดับงานจัดเลี้ยง ดัน “PET EXPO” สู่มาร์เก็ตเพลซ
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน พระราชทานพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน พระราชทานพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
ซมโปะ ประกันภัย ไว้อาลัย “ฮลุน โซโล่” ขอจ่ายค่าเคลื่อนย้ายร่างกลับไทยทั้งหมด
Finance ซมโปะ ประกันภัย ไว้อาลัย “ฮลุน โซโล่” ขอจ่ายค่าเคลื่อนย้ายร่างกลับไทยทั้งหมด
สื่อเกาหลีใต้ชี้ นักท่องเที่ยวไทยวูบ 35.8% แต่คนเกาหลีแห่เที่ยวไทยเพียบ
World สื่อเกาหลีใต้ชี้ นักท่องเที่ยวไทยวูบ 35.8% แต่คนเกาหลีแห่เที่ยวไทยเพียบ
ธอส. นำร่อง “B-YOND” เอไอเอเจนต์ ยกระดับการอนุมัติสินเชื่อให้รวดเร็ว แม่นยำ
Finance ธอส. นำร่อง “B-YOND” เอไอเอเจนต์ ยกระดับการอนุมัติสินเชื่อให้รวดเร็ว แม่นยำ
กรมทรัพย์สินทางปัญญา แจงแนวทางคุ้มครอง วิดีโอในยูทูป ‘ฮลุน โซโล่’
News กรมทรัพย์สินทางปัญญา แจงแนวทางคุ้มครอง วิดีโอในยูทูป ‘ฮลุน โซโล่’
SET ปิดตลาดร่วง 26.36 จุด ถูกกดดันจาก Tech Sell-off ผสมแรงขายหุ้นใหญ่ “DELTA” กดดัชนี 21 จุด
Finance SET ปิดตลาดร่วง 26.36 จุด ถูกกดดันจาก Tech Sell-off ผสมแรงขายหุ้นใหญ่ “DELTA” กดดัชนี 21 จุด
‘จอร์เจีย’ เครื่องยนต์เศรษฐกิจ ท่องเที่ยวแสนล้าน
World ‘จอร์เจีย’ เครื่องยนต์เศรษฐกิจ ท่องเที่ยวแสนล้าน
ในหลวงทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต จากฤดูร้อนเป็นฤดูฝน
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวงทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต จากฤดูร้อนเป็นฤดูฝน
LPN ชี้อสังหาฯชะลอตัว คนลังเลซื้อบ้านดันตลาดเช่าโต ยีลด์พุ่ง 7.5%
Real Estate LPN ชี้อสังหาฯชะลอตัว คนลังเลซื้อบ้านดันตลาดเช่าโต ยีลด์พุ่ง 7.5%
ดูทั้งหมด

อิ๊งค์ย้ำผู้นำตร. จัดการตำรวจสีเทาให้สิ้น เน้นปีนี้ปราบอาชญากรรมข้ามชาติ

19 ก.พ. 2568 | 17:08น.

นายกฯย้ำผู้นำตำรวจทั่วประเทศ ต้องจัดการตำรวจสีเทาให้สิ้น เน้นปีนี้ปราบอาชญากรรมข้ามชาติ-ยาเสพติดและค้ามนุษย์ ยึดทรัพย์ให้เข้มข้น เพื่อให้ประชาชนปลอดภัย

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบนโยบายให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับผู้บัญชาการหรือเทียบเท่าและผู้บังคับการหรือเทียบเท่า ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ทั่วประเทศจำนวน 337 นาย โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วยผู้นำหน่วยเข้าร่วม

นายกรัฐมนตรีกล่าวมอบนโยบายหัวข้อ “นโยบายรัฐบาลในการจัดการปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติยุค Digital Disruption” ว่า ข้าราชการตำรวจ ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีความสำคัญต่อการกำหนดทิศทาง และยกระดับการบังคับใช้กฎหมายของกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย ให้เป็นไปอย่างถูกต้องและตรงไปตรงมา ซึ่งหลักนิติรัฐ นิติธรรม (Rule of Law) เป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญ

โดยเน้นย้ำให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายโดยไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์ความท้าทายใหม่ ๆ ทั้งในด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และสังคม รวมไปถึงอาชญากรรมรูปแบบอื่นที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การสัมมนาในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่ผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เตรียมความพร้อม ได้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อวางกลยุทธ์ ปรับรูปแบบการทำงานให้สามารถรับมือและปราบปรามอาชญากรรมรูปแบบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องของยาเสพติด และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ทุกคนมีโอกาสเป็นผู้เสียหายได้ เพราะอาชญากรใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อการเข้าถึงและหลอกลวงประชาชน

ทั้งนี้ รัฐบาลได้ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ด้วยการตัดกระแสไฟฟ้าตามแนวชายแดนในบริเวณที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรรม พร้อมกับดำเนินมาตรการ “Seal Stop Safe” ในพื้นที่ 51 อำเภอชายแดน เพื่อป้องกันการลักลอบนำยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย ควบคู่ไปกับการป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมให้หมดไปจากสังคมไทย ทั้งยาเสพติดและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพราะสิ่งเหล่านี้สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างต่อพี่น้องประชาชน และยังกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และภาพลักษณ์ของประเทศในระดับนานาชาติ

ขอให้ตำรวจทุกคนมั่นใจว่า ความตั้งใจในการปฏิบัติงานเพื่อแก้ไขความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน จะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเต็มที่ในทุกมิติ โดยเฉพาะในด้านการเสริมขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและการข่าวกรอง รวมไปถึงการสนับสนุนงบประมาณในการจัดหาอุปกรณ์จำเป็นที่ต้องใช้ในการปฏิบัติภารกิจ

นายกรัฐมนตรีกำชับให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ยาเสพติด และการค้ามนุษย์ พร้อมเร่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรตำรวจให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ โดยเฉพาะภัยคุกคามทางเทคโนโลยีที่มิจฉาชีพใช้เป็นเครื่องมือหลอกลวงประชาชน

ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพิ่มศักยภาพด้านเทคโนโลยี และผลักดันการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้การดำเนินคดีมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การยึดทรัพย์สินของผู้กระทำผิดที่ถูกเปลี่ยนเป็นเงินสกุลดิจิทัลหรือสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำถึงความร่วมมือระดับนานาชาติ โดยขอให้ตำรวจไทยประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านและองค์กรต่าง ๆ เช่น Interpol Europol และ ASEANAPOL เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและฝึกอบรมร่วมกัน อันจะช่วยเสริมศักยภาพในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ

สำหรับมาตรการภายในองค์กร นายกรัฐมนตรีกำชับให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการทางวินัยอย่างเข้มงวดต่อข้าราชการตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม เพื่อสร้างความโปร่งใส และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยนายกรัฐมนตรีมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมขอให้ทุกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยและมั่นคงให้กับประชาชนทุกคน