เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 66,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 66,700 บาท
คว้าโอกาสประชุมการเงินโลก
World คว้าโอกาสประชุมการเงินโลก
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
FETCO ลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลกลับ SET ต่างชาติแค่ขายทำกำไร-ดัชนีเชื่อมั่นยัง ‘ร้อนแรงมาก’
Finance FETCO ลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลกลับ SET ต่างชาติแค่ขายทำกำไร-ดัชนีเชื่อมั่นยัง ‘ร้อนแรงมาก’
ประกันผ่อนปรนชำระเบี้ย ระดมมาตรการช่วยลูกค้าน้ำท่วม
Finance ประกันผ่อนปรนชำระเบี้ย ระดมมาตรการช่วยลูกค้าน้ำท่วม
ยุค AI เมื่อข้อมูลมากขึ้น ‘รายงานได้ดี’ อาจยังไม่พอ
SD Talk ยุค AI เมื่อข้อมูลมากขึ้น ‘รายงานได้ดี’ อาจยังไม่พอ
การเคหะผุด ‘บ้านเช่า’ 4 ทำเล เสิร์ฟ ‘เฟิรสต์จ็อบเบอร์’ – ผู้มีรายได้น้อย
Real Estate การเคหะผุด ‘บ้านเช่า’ 4 ทำเล เสิร์ฟ ‘เฟิรสต์จ็อบเบอร์’ – ผู้มีรายได้น้อย
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลัง IEA มีมติเร่งระบายน้ำมันออกจากคลังสำรอง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลัง IEA มีมติเร่งระบายน้ำมันออกจากคลังสำรอง
ถนนทุกสายมุ่งสู่ ‘ภูเก็ต’ แสนสิริ x SCB ร่วมกินเจพลังศรัทธา เมืองเทศกาลโลก
SD ถนนทุกสายมุ่งสู่ ‘ภูเก็ต’ แสนสิริ x SCB ร่วมกินเจพลังศรัทธา เมืองเทศกาลโลก
ออมสิน จ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมแล้ว 246 ล้านบาท ทะลุ 2.7 หมื่นราย
Finance ออมสิน จ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมแล้ว 246 ล้านบาท ทะลุ 2.7 หมื่นราย
ดูทั้งหมด

บล.ทิสโก้ มองหุ้นไทยถูกแล้ว อาจถูกอีก เหตุเศรษฐกิจโตต่ำ-กำไรบจ.ลด

04 มี.ค. 2568 | 15:17น.

บล.ทิสโก้ชี้หุ้นไทยขาดปัจจัยหนุน เศรษฐกิจโตต่ำ-มีความเสี่ยงจากนโยบายสงครามการค้าของสหรัฐ กำไรบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ออกมาต่ำกว่าคาด การเมืองร้อนแรงตามสภาพอากาศ มองดัชนี มี.ค.นี้ แนวรับ 1,100 จุด แนวต้าน 1,270 จุด ชี้ราคาหุ้นไทยเริ่มน่าสนใจทยอยลงทุนสำหรับการลงทุนระยะกลาง-ยาว

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า บล.ทิสโก้คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้อาจโตไม่ถึง 3% จากแนวโน้มของการบริโภคในประเทศมีทิศทางชะลอตัวลง รวมถึงธุรกิจในภาคการผลิตยังคงซบเซา ส่วนหนึ่งจากการแข่งขันที่สูงจากสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ ล่าสุดการประชุม กนง.เมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา นอกจากปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เป็น 2.00% เซอร์ไพรส์ตลาดแล้ว ยังเตรียมจะปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ลงจากปัจจุบันที่ 2.9% มาอยู่ที่ระดับสูงกว่า 2.5% เล็กน้อยในการประชุมครั้งหน้าในเดือน เม.ย.

นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงมากขึ้นจากการขึ้นภาษีของสหรัฐ เพราะประธานาธิบดีทรัมป์จะใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ซึ่งมาตรการนี้จะให้อำนาจประธานาธิบดีปรับอัตราภาษีนำเข้าให้เท่ากับอัตราที่ประเทศคู่ค้าเรียกเก็บจากสินค้าสหรัฐ

สำหรับไทยเรียกเก็บภาษีสินค้าจากสหรัฐที่อัตราเฉลี่ยประมาณ 6% เทียบกับสหรัฐที่เรียกเก็บภาษีสินค้าจากไทยเฉลี่ยไม่ถึง 1% ขณะเดียวกัน ไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐราว 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่แล้ว เป็นประเทศลำดับที่ 11 ที่เกินดุลการค้าจากสหรัฐมากที่สุด จึงมีความเสี่ยงสูงในภูมิภาคเอเชียรองจากอินเดียที่อาจถูกมาตรการภาษีตอบโต้ ต้องติดตามการเจรจากับสหรัฐอย่างใกล้ชิด

สำหรับภาพรวมงบฯ 4/2567 ของไทยส่วนใหญ่ออกมาแย่กว่าตลาดคาดในสัดส่วน 47% / ตามคาด 23% / ดีกว่าคาด 30% ส่งผลให้ประมาณการกำไรของตลาด (SET EPS) ยังมีแนวโน้มปรับลงอยู่ โดยในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา SET EPS ปี 25F ถูกปรับจาก 96.9 บาท เป็น 96.0 บาท หรือ -0.9% (ตั้งแต่ต้นปีนี้ -2.4% YTD) อยู่ที่ในทิศทางปรับลงต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่แล้ว นอกจากนี้ ระดับ SET Index ที่เหมาะสมจากการประเมินด้วยวิธี Bottom-up Approach ถูกปรับลงต่อเนื่องเช่นกันมาอยู่ที่ 1,510 จุด

การเมืองเดือนนี้จะร้อนแรงขึ้นตามสภาพอากาศ ทั้งจากประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ต้องยอมรับว่าในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาความสัมพันธ์ของ 2 พรรคการเมืองใหญ่ในพรรคร่วมรัฐบาลค่อนข้างกระท่อนกระแท่นจากหลายกรณี ถึงแม้ บล.ทิสโก้มองยังไม่ถึงขั้นแตกหัก แต่อย่างน้อยจะกระทบต่อการทำงานของรัฐบาล รวมทั้งอาจมีการปรับคณะรัฐมนตรีในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ทำให้กระบวนการขับเคลื่อนงานต่าง ๆ ของรัฐบาลมีความล่าช้าหรือไม่ได้ผลเท่าที่ควร

อย่างไรก็ตาม จากการประเมินมูลค่าหุ้นไทยในหลาย ๆ แง่มุมมีความน่าสนใจมากสำหรับการลงทุนระยะกลาง-ยาว แต่ด้วยคาดการณ์กำไรตลาดยังมีแนวโน้มปรับลงอยู่ และมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการขึ้นภาษีของทรัมป์ ดังนั้น ในเชิงกลยุทธ์อาจเน้นการทยอยตั้งรับแบบไม่ต้องรีบร้อน สำหรับประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจในเดือนนี้ บล.ทิสโก้มองไปที่ 1) หุ้นบลูชิพในแต่ละอุตสาหกรรมที่คาดจะได้ประโยชน์จากการแปลง LTF เป็น TESGX เด่น BDMS, HMPRO, MINT, KTB, PTT

และ 2) หุ้นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว AMATA เพราะมีโอกาสได้รับปัจจัยบวกเรื่อง Relocation จากประเด็นสงครามการค้า, รัฐส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ, มี Backlog สูง, เริ่มมีดีมานด์จาก Data Center และ SPALI เพราะปันผลสูง, มูลค่าหุ้นถูก, ลุ้น ธปท.ทบทวน LTV, มีโอกาสซื้อหุ้นคืน เพราะฉะนั้น หุ้นเด่นแนะนำในเดือนมีนาคมคือ AMATA, BDMS, HMPRO, KTB, MINT, PTT และ SPALI ด้านแนวรับสำคัญของดัชนีหุ้นไทยเดือนนี้อยู่ที่ 1,180-1,200 จุด แนวรับต่อไปที่ 1,140-1,150 จุด และ 1,100 จุดตามลำดับ และแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1,250 และ 1,270 จุด ตามลำดับ

นอกจากนี้ บล.ทิสโก้ยังเพิ่มทางเลือกการลงทุนสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในหุ้นต่างประเทศโดยผ่าน DR และ DRx โดย บล.ทิสโก้มองการประชุม 2 สภาของจีนในช่วงต้นเดือนนี้เป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญของจีนที่จะหันกลับมาเน้นการบริโภคและลงทุนภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับความก้าวหน้าในเชิงของการพัฒนาชิปในเดือนมกราคมนี้ บล.ทิสโก้จึงแนะนำ HK01 ที่เป็นตัวแทนของตลาดฮ่องกงที่มีสัดส่วนหลักเป็นการเงินและเทค กับ PINGAN80 บริษัทประกันที่มีระดับการประเมินมูลค่าไม่แพง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บล.ทิสโก้ เศรษฐกิจไทย