เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คลังจัดสินเชื่อบ้าน “คนละหลัง PLUS” หนุนผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางมีบ้าน กู้ไม่เกิน 3 ล้าน คิดดอกเบี้ย 2 เรต
Finance คลังจัดสินเชื่อบ้าน “คนละหลัง PLUS” หนุนผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางมีบ้าน กู้ไม่เกิน 3 ล้าน คิดดอกเบี้ย 2 เรต
เกษตรฯ ชู “ข้าวคาร์บอนต่ำ” รับมือโลกร้อน ดึงกลไกการเงิน-ตลาดเอกชน หนุนรายได้เกษตรกร
Economic เกษตรฯ ชู “ข้าวคาร์บอนต่ำ” รับมือโลกร้อน ดึงกลไกการเงิน-ตลาดเอกชน หนุนรายได้เกษตรกร
อนุทิน คุย รองนายกฯรัสเซีย ดัน Thai-EAEU FTA ร่วมมือเกษตร-พลังงาน-เทคโนโลยี
Politics อนุทิน คุย รองนายกฯรัสเซีย ดัน Thai-EAEU FTA ร่วมมือเกษตร-พลังงาน-เทคโนโลยี
“Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026”ชูความสำเร็จ-ผนึกพลังดีไซเนอร์ไทย
Biz Movement “Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026”ชูความสำเร็จ-ผนึกพลังดีไซเนอร์ไทย
สมเด็จพระเทพฯ บวงสรวงพระราชรถ และพระยานมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระเทพฯ บวงสรวงพระราชรถ และพระยานมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระพันปีหลวง
เมืองไทยประกันชีวิต รุกตลาดสายมู! ส่ง 8 แพ็กตามคำทำนาย เจาะวัยทำงาน
Finance เมืองไทยประกันชีวิต รุกตลาดสายมู! ส่ง 8 แพ็กตามคำทำนาย เจาะวัยทำงาน
ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณขายออก 66,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณขายออก 66,750 บาท
พระราชินี เสด็จฯ พระราชทานรางวัล นักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งหญิง ชิงแชมป์เอเชีย
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี เสด็จฯ พระราชทานรางวัล นักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งหญิง ชิงแชมป์เอเชีย
เปิด 12 หลักการ Bangkok Blueprint สกัดภัยการเงิน-ไซเบอร์
Finance เปิด 12 หลักการ Bangkok Blueprint สกัดภัยการเงิน-ไซเบอร์
หัตถการยุคใหม่มาแรง หนุน THE KLINIQUE GROUP เติบโตเด่น
Business หัตถการยุคใหม่มาแรง หนุน THE KLINIQUE GROUP เติบโตเด่น
ดูทั้งหมด

จับตานโยบายซื้อหนี้ประชาชน ดึงเอกชนลงทุน สางวิกฤตหนี้ครัวเรือน 16 ล้านล้าน

30 มี.ค. 2568 | 16:39น.
Buy debt
คอลัมน์ : คุยฟุ้งเรื่องการเงิน
ผู้เขียน : อาจารย์ทอมมี่ (พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน)

ท่ามกลางกระแสกังวลเกี่ยวกับหนี้ครัวเรือนที่ทวีความรุนแรงต่อเนื่อง เสียงสะท้อนจากเวทีปราศรัยของอดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร ที่จังหวัดพิษณุโลก ได้จุดประกายแนวคิด “ซื้อหนี้ประชาชน” ขึ้นมาอีกครั้ง กลายเป็นประเด็นร้อนที่ได้รับความสนใจจากผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ นักวิเคราะห์ตลาดการเงิน ไปจนถึงผู้กำหนดนโยบาย

สาระสำคัญของแนวคิดนี้คือ การเปิดทางให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทในการ “ซื้อหนี้” จากสถาบันการเงิน แล้วนำไปปรับโครงสร้างใหม่ เพื่อช่วยให้ประชาชนที่มีหนี้เสียสามารถกลับมาใช้ชีวิตทางการเงินได้อีกครั้ง โดยไม่พึ่งงบประมาณแผ่นดิน ทั้งยังมีข้อเสนอให้ “ล้างข้อมูลเครดิตบูโร” เพื่อรีเซตสถานะลูกหนี้ และกระตุ้นระบบเศรษฐกิจผ่านการฟื้นฟูอำนาจซื้อของประชาชน

แม้แนวทางดังกล่าวจะไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะประเทศไทยเองเคยมีประสบการณ์มาแล้วกับการจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือ AMC (Asset Management Company) เช่น บริษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) และบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงไทย (KTAMC) หลังวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการจัดการหนี้เสียของระบบธนาคารและช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจในยุคนั้น

แต่ในปัจจุบัน โจทย์ของปัญหาหนี้ไม่ได้ง่ายเหมือนวันวานอีกต่อไป

หนี้ครัวเรือนทะลัก-หนี้เสียพุ่ง

ข้อมูลจากบทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ณ ไตรมาส 3 ปี 2567 ระบุว่า หนี้ครัวเรือนของไทยพุ่งแตะระดับ 16.3 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 89% ของ GDP ซึ่งนับว่าอยู่ในระดับสูงลำดับต้น ๆ ของโลก โดยมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) มากถึง 1.2 ล้านล้านบาท หรือ 8.8% ของสินเชื่อรวม

เมื่อพิจารณาขนาดและความซับซ้อนของหนี้ครัวเรือนในปัจจุบัน คำถามสำคัญที่ตามมาคือ เอกชนหรือ AMC ที่จะเข้ามารับซื้อหนี้เหล่านี้จะมี “ศักยภาพทางการเงิน” และ “เครื่องมือจัดการ” มีประสิทธิภาพมากพอหรือไม่

เนื่องจากการบริหารหนี้ครัวเรือนไม่ได้ง่ายเหมือนกับหนี้ธุรกิจที่มีสินทรัพย์หลักประกันชัดเจน ผู้บริหารหนี้ต้องมีความเข้าใจพฤติกรรมลูกหนี้ พร้อมทั้งกลยุทธ์เจรจาที่สามารถโน้มน้าวใจให้ลูกหนี้กลับมาชำระหนี้ได้อย่างต่อเนื่อง

ความเสี่ยงต้องจับตา : ล้างเครดิตบูโรและ Moral Hazard

ประเด็นที่สร้างความกังวลอย่างมาก คือ ข้อเสนอในการล้างข้อมูลเครดิตบูโรของลูกหนี้ ซึ่งแม้จะมีเจตนาดีในการให้โอกาสเริ่มต้นใหม่ แต่ก็อาจส่งผลกระทบในเชิงระบบ กล่าวคือ หากธนาคารและผู้ให้กู้ไม่มีข้อมูลประวัติสินเชื่อที่ชัดเจน อาจทำให้เกิดการประเมินความเสี่ยงที่ผิดพลาด และนำไปสู่การปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ที่ไม่มีความสามารถชำระหนี้จริงในอนาคต ก่อให้เกิดวงจรหนี้เสียซ้ำซ้อนขึ้นมาอีก

อีกด้านหนึ่งคือความเสี่ยงเชิงพฤติกรรม หรือที่เรียกว่า “Moral Hazard” ที่ลูกหนี้บางส่วนอาจเข้าใจผิดว่ารัฐหรือเอกชนจะเข้ามาช่วยเหลือทุกครั้งเมื่อมีปัญหา จนเกิดการขาดวินัยทางการเงินในระยะยาว

AMC ในบทบาทตัวกลาง : บริหารความเสี่ยง พร้อมคืนโอกาสให้ลูกหนี้

ทั้งนี้ AMC ต้องดำเนินการภายใต้กรอบของมาตรฐานการรายงานทางการเงิน TFRS 9 อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในกรณีของหนี้เสียที่ซื้อมา ซึ่งจัดอยู่ในประเภทสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตตั้งแต่แรกเริ่ม (Purchased or Originated Credit Impaired-POCI) สินทรัพย์ประเภทนี้จำเป็นต้องมีการประเมิน “ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น” หรือ Expected Credit Loss (ECL) ตั้งแต่วันแรกที่ถือครอง เพื่อให้สะท้อนถึงความเสี่ยงที่แท้จริง และป้องกันการประเมินมูลค่าที่สูงเกินจริง ซึ่งอาจนำไปสู่ความผิดพลาดในการบริหารหนี้ระยะยาว

ในอีกมุมหนึ่ง หากพิจารณาจากฝั่งของลูกหนี้ หนี้ที่มีอยู่นั้นอาจเพียงแค่เปลี่ยนมือจากเจ้าหนี้เดิมมาเป็น AMC เท่านั้น แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ก็อาจเปิดโอกาสให้ลูกหนี้บางรายได้เจรจาเงื่อนไขใหม่ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการยืดระยะเวลาชำระ การลดภาระดอกเบี้ย หรือการปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระ

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ได้รับประโยชน์อย่างชัดเจนคือฝั่งธนาคาร ที่สามารถลดภาระหนี้เสียออกจากงบดุลได้โดยตรง ขณะที่ประโยชน์ที่ลูกหนี้จะได้รับมากน้อยเพียงใดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับราคาที่ AMC ได้ซื้อหนี้มา หากราคาซื้อต่ำมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเพิ่มความยืดหยุ่นในการให้ส่วนลดหรือเงื่อนไขที่ผ่อนปรนมากขึ้นเท่านั้น

ศักยภาพ VS ความพร้อม

แม้แนวทาง “ซื้อหนี้ประชาชน” จะมีจุดแข็งในแง่การลดภาระหนี้ ฟื้นฟูความสามารถในการใช้จ่ายของประชาชน และเพิ่มการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจ แต่การนำแนวคิดนี้ไปใช้จริงยังต้องอาศัย “ความพร้อมรอบด้าน” ทั้งในด้านกฎหมาย กฎเกณฑ์การกำกับดูแล ความโปร่งใสในการดำเนินงาน และการประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบ

นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องมีมาตรการควบคู่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการใช้เครื่องมือนี้แบบผิดทิศ เช่น การจำกัดกลุ่มเป้าหมาย การกำหนดเงื่อนไขความร่วมมือจากลูกหนี้ และการติดตามผลหลังโครงการ

บทสรุป

“ซื้อหนี้ประชาชน” อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน แต่เป็นเครื่องมือหนึ่งที่มีศักยภาพสูง หากนำไปใช้อย่างถูกจังหวะและเหมาะสม แนวทางนี้อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูฐานเศรษฐกิจ ซึ่งมีความสำคัญต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ

คำถามที่ตามมาก็คือ เราจะสามารถออกแบบกลไกนี้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยไม่สร้างภาระในระยะยาวต่อระบบเศรษฐกิจ ?