เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เกษตรฯ ชู “ข้าวคาร์บอนต่ำ” รับมือโลกร้อน ดึงกลไกการเงิน-ตลาดเอกชน หนุนรายได้เกษตรกร
Economic เกษตรฯ ชู “ข้าวคาร์บอนต่ำ” รับมือโลกร้อน ดึงกลไกการเงิน-ตลาดเอกชน หนุนรายได้เกษตรกร
อนุทิน คุย รองนายกฯรัสเซีย ดัน Thai-EAEU FTA ร่วมมือเกษตร-พลังงาน-เทคโนโลยี
Politics อนุทิน คุย รองนายกฯรัสเซีย ดัน Thai-EAEU FTA ร่วมมือเกษตร-พลังงาน-เทคโนโลยี
“Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026”ชูความสำเร็จ-ผนึกพลังดีไซเนอร์ไทย
Biz Movement “Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026”ชูความสำเร็จ-ผนึกพลังดีไซเนอร์ไทย
สมเด็จพระเทพฯ บวงสรวงพระราชรถ และพระยานมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระเทพฯ บวงสรวงพระราชรถ และพระยานมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระพันปีหลวง
เมืองไทยประกันชีวิต รุกตลาดสายมู! ส่ง 8 แพ็กตามคำทำนาย เจาะวัยทำงาน
Finance เมืองไทยประกันชีวิต รุกตลาดสายมู! ส่ง 8 แพ็กตามคำทำนาย เจาะวัยทำงาน
ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณขายออก 66,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณขายออก 66,750 บาท
พระราชินี เสด็จฯ พระราชทานรางวัล นักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งหญิง ชิงแชมป์เอเชีย
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี เสด็จฯ พระราชทานรางวัล นักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งหญิง ชิงแชมป์เอเชีย
เปิด 12 หลักการ Bangkok Blueprint สกัดภัยการเงิน-ไซเบอร์
Finance เปิด 12 หลักการ Bangkok Blueprint สกัดภัยการเงิน-ไซเบอร์
หัตถการยุคใหม่มาแรง หนุน THE KLINIQUE GROUP เติบโตเด่น
Business หัตถการยุคใหม่มาแรง หนุน THE KLINIQUE GROUP เติบโตเด่น
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ฯ มอบหนังสือแก่เยาวชน ผ่านโครงการอ่านผลิบาน
Biz Movement การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ฯ มอบหนังสือแก่เยาวชน ผ่านโครงการอ่านผลิบาน
ดูทั้งหมด

บาทอ่อนค่า จับตาแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐ

31 มี.ค. 2568 | 18:50น.
เงินบาท

บาทอ่อนค่า จับตาแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนกังวลการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ โกลด์แมน แซคส์คาดเฟดจะลดดอกเบี้ยลง 3 ครั้งในปีนี้

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 31 มีนาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (31/03) ที่ระดับ 33.97/99 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (18/3) ที่ระดับ 33.85/86 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยในวันศุกร์ (28/3) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.5% ในเดือน ก.พ.เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 2.5% ในเดือน ม.ค. ขณะที่ถ้าเทียบรายเดือน ดัชนี PCE ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือน ก.พ. สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 0.3% ในเดือน ม.ค.

ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญปรับตัวขึ้น 2.8% ในเดือน ก.พ. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.7% จากระดับ 2.7% ในเดือน ม.ค. และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE พื้นฐานปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือน ก.พ. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.3% จากระดับ 0.3% ในเดือน ม.ค.

ทั้งนี้ในวันเดียวกัน ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหัฐร่วงลงสู่ระดับ 57.0 ในเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2565 และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 57.9 จากระดับ 64.7 ในเดือน ก.พ. โดยได้รับผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น 5.0% ในช่วง 1 ปีข้างหน้า และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ในเดือน ก.พ.ที่ระดับ 4.3%

นอกจากนี้ ผู้บริโภคคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น 4.1% ในช่วง 5 ปีข้างหน้า และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ในเดือน ก.พ.ที่ระดับ 3.5% อีกทั้งกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายส่วนบุคคลของผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือน ก.พ. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.5% หลังจากลดลง 0.3% ในเดือน ม.ค. นอกจากนี้ รายได้ส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือน ก.พ. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.4% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือน ม.ค.

วันนี้ (31/03) โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 3 ครั้งในปีนี้ ในการประชุมเดือนกรกฎาคม กันยายน และพฤศจิกายน เนื่องจากมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

นอกจากนี้คาดการณ์ว่ามาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ซึ่งรัฐบาลทรัมป์จะประกาศในวันพุธที่ 2 เม.ย. จะส่งผลให้เงินเฟ้อของสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น โดยคาดว่าภายในสิ้นปี 2568 ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) จะอยู่ที่ระดับ 3.5% และคาดว่าอัตราว่างงานจะปรับตัวขึ้นแตะระดับ 4.5% อีกทั้งได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาส 4/2568 ของสหรัฐลงมาอยู่ที่ระดับ 1% จาก 1.5% และได้ปับเพิ่มโอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐ จะเข้าสู่ภาวะถดถอยในช่วง 12 เดือนข้างหน้าเป็น 35% จากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 20%

ด้านปัจจัยภายในประเทศ ในวันเสาร์ (29/03) รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวภายหลังเกิดหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.4 แมกนิจูด ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมา และรับรู้ได้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า จากการติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ไม่พบความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว รวมถึงไม่มีรายงานนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

สำหรับภาพรวมการท่องเที่ยวไทย ยังไม่ได้รับผลกระทบ ยังไม่มีการยกเลิกการเดินทาง การจอง หรือยกเลิกการบินของสายการบิน ทั้งนี้ กระทรวงจะเร่งให้ความเชื่อมั่นโดยเดินหน้าจัดกิจกรรมต่าง ๆ ตามที่จัดโปรแกรมไว้ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรองระหว่าง 33.83-34.01บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 33.91/92 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (31/03) ที่ระดับ 1.0835/38 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (28/03) ที่ระดับ 1.0819/22 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยในวันนี้ (31/03) โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 3 ครั้งในปีนี้ เนื่องจากมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

โดยคาดว่า ECB จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน เมษายน มิถุนายน และกรกฎาคม เนื่องจากคาดว่าการอัตราเติบโตของเศรษฐกิจในสหภาพยุโรป (EU) มีแนวโน้มอ่อนแอลง นอกจากนี้ โกลด์แมน แซคส์ ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของ GDP ตลอดปี 2568 และปรับเพิ่มคาดการ์เงินเฟ้อของ EU โดยพิจารณาบนพื้นฐานของการคาดการณ์ว่า EU อาจจะใช้มาตรการภาษีตอบโต้สหรัฐ

ทั้งนี้ คาดว่า GDP ของ EU จะขยายตัวเพียง 0.1%, 0.0%, และ 0.2% ในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ตามลำดับ พร้อมกับปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของ EU ขึ้นสู่ระดับ 2.1% ในไตรมาส 4 เทียบกับตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 2% ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวกรอบระหว่าง 1.0804-1.0849 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0827/28 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (31/03) ที่ระดับ 149.08/09 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (28/03) ที่ระดับ 150.01/03 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในวันศุกร์ (28/03) ทางการญี่ปุ่นเปิดเผยว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ในกรุงโตเกียวเดือน มี.ค. เพิ่มขึ้นเป็น 2.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าเร่งตัวขึ้นจาก 2.2% ในเดือน ก.พ. และยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)

โดยตัวเลขดังกล่าวที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.2% และยิ่งตอกย้ำว่า BOJ อาจพิจารณาขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในเร็ว ๆ นี้ เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ โดยสาเหตุหลักที่เงินเฟ้อสูงขึ้นยังคงมาจากราคาอาหารที่แพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่บริษัทต่าง ๆ ผลักภาระต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นมาให้ผู้บริโภค

ทั้งนี้ในวันนี้ (31/03) ข้อมูลจากรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่า การเติบโตของยอดค้าปลีกญี่ปุ่นชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญในเดือน ก.พ. โดยเพิ่มขึ้น 1.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 2.0% และส่งสัญญาณถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อเศรษฐกิจท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงภายนอก

โดยกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (METI) รายงานว่า การเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบเป็นรายปีดังกล่าวถือเป็นการชะลอตัวลงอย่างรวดเร็วจากอัตราการเติบโตที่ 4.4% ในเดือน ม.ค. อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ยอดค้าปลีกในเดือน ก.พ.เพิ่มขึ้น 0.5% ซึ่งดีกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

การชะลอตัวนี้ชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่การบริโภคภายในประเทศจะอ่อนแอลง และเกิดขึ้นในขณะที่บริษัทญี่ปุ่นมีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบของนโยบายกีดกันทางการค้าที่อาจเกิดขึ้นจากสหรัฐ เช่น การขึ้นภาษีนำเข้าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวถึง ซึ่งอาจส่งผลต่อการเติบโตและการค้าโลก ทั้งนี้ความกังวลมีสูงเป็นพิเศษเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ของสหรัฐ ซึ่งเป็นภาคการส่งออกที่สำคัญยิ่งของญี่ปุ่น

โดยบรรดาผู้ผลิตรถยนต์ต่างเตรียมพร้อมรับมือผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นต่อการลงทุนและความเชื่อมั่นทางธุรกิจ โดยตัวเลขการบริโภคที่ค่อนข้างซบเซานี้ยิ่งเพิ่มความกังวลว่า ปีนี้อาจเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 4 ของโลก ขณะที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจจากภายนอก ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 148.68-149.79 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 149.13/16 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

lj;oตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคชาวเยอรมัน (31/03), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเขตชิคาโกของสหรัฐ (31/03), รายงานดัชนีภาคการผลิตขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นจาก Tankan (01/04), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรมการผลิตของยูโรโซน (01/04), ดัชนีราคาผู้บริโภคของยูโรโซน (01/04), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรมการผลิตของสหรัฐ (01/04) จำนวนตำแหน่งเปิดรับสมัครงานของสหรัฐ (04/03), จำนวนการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐ (02/04),

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของยูโรโซน (03/04), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของสหรัฐ (03/04), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์ (03/04), ตัวเลขที่แสดงการเปลี่ยนแปลงของจำนวนการจ้างงานในสหรัฐอเมริกา (04/04), อัตราการว่างงานของสหรัฐ (04/04), รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงของสหรัฐ (04/04)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.1/-6.9 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -5.0/-4.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ