เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
News นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
News กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
News เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
SD บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
เศรษฐกิจภูมิภาค ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
Real Estate ‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
SD ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ดูทั้งหมด

TFM รุกตลาดอาหารสัตว์น้ำ เล็งเป้า “ปลานิล-กบ-ปลาคัง”

14 เม.ย. 2568 | 07:22น.

ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ เดินหน้ารุกตลาดอาหารสัตว์น้ำ เปิดตัว 3 แบรนด์ใหม่ เจาะตลาดปลานิล-กบ-ปลาคัง ชี้ตลาดดีมานด์สูง มูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท พร้อมขยายสู่ตลาดต่างประเทศ เล็งเป้า “อินเดีย-อินโดฯ” เผยปีนี้คาดยอดขายโต 8-10% ลั่นเป้าหมายดันให้ได้หมื่นล้านภายใน 5 ปี

นายพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำและอาหารสัตว์เศรษฐกิจของไทย เปิดเผยว่า ในปี 2568 ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ ยังคงพยายามรักษาความเป็นผู้นำในกลุ่มอาหารกุ้ง อาหารปลากะพง และอาหารกบ รักษาตลาดในประเทศโดยจะมุ่งขยายตลาดในพื้นที่ที่ยังมีโอกาส และสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดได้ ขณะเดียวกันได้เตรียมขยายสู่ตลาดอาหารปลาน้ำจืดที่มีมูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้าก้าวเป็นผู้นำตลาดอาหารปลาน้ำจืดในอนาคต

ล่าสุดเปิดตัว 3 แบรนด์ใหม่ เพื่อตอบโจทย์ตลาดเฉพาะกลุ่ม ได้แก่ “ขุนศึก” อาหารปลานิลที่โดดเด่นในเรื่องช่วยให้ปลาโตเร็วและมีรูปร่างตรงตามความต้องการของตลาด, “กบทอง” อาหารสำหรับกบขนาดใหญ่ ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรที่เลี้ยงกบเชิงพาณิชย์ และ “โปรฟีดปลากดคัง” อาหารปลากดคัง ซึ่งกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคตะวันออกของประเทศไทย

“โดยเฉพาะปลานิล บริษัทมีเป้าหมายที่จะขยายการเติบโตรายได้ให้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีมาร์เก็ตแชร์เพียง 6% มีเป้าหมายจะขยายมาร์เก็ตแชร์ให้มากขึ้น โดยตลาดเบอร์หนึ่งปัจจุบันมีมาร์เก็ตแชร์ 20% ส่วนอาหารกบ เราถือว่าเป็นเบอร์หนึ่งของไทย มีส่วนแบ่งตลาดถึง 60%”

อย่างไรก็ดี ในกลุ่มสัตว์น้ำปัจจุบันมีแนวโน้มและทิศทางที่ดี ราคาสัตว์น้ำทุกตัวเพิ่มขึ้น เช่น ปลาราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 150 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเพิ่มขึ้นในรอบ 10 ปี ขณะที่ความต้องการปลาน้ำจืด เช่น ปลากะพง มีการบริโภคเพิ่มขึ้น และยังผลิตไม่เพียงพอ ส่วนข้อกังวลทรัมป์ 2.0 จะมีผลกระทบในกลุ่มอาหารสัตว์น้ำหรือไม่ บอกเลยว่าไม่มีกระทบ เพราะบริษัทเป็นผู้นำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ ไม่ได้ส่งออก แต่ก็ไม่ประมาท ยังพร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

นายพีระศักดิ์กล่าวอีกว่า ส่วนในตลาดต่างประเทศนั้น เป็นปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญของบริษัทในอนาคต และช่วยกระจายความเสี่ยงของรายได้ โดยบริษัทเริ่มส่งออกสินค้าไปยังประเทศศรีลังกา และต่อยอดสู่ประเทศที่มีอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเติบโต ได้แก่ อินเดีย และอินโดนีเซีย โดยบริษัทได้ใช้จุดแข็งจากมาตรฐานการผลิตระดับสูงของไทยแข่งขันในเวทีโลก และการมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งในแต่ละประเทศ ช่วยเสริมสร้างศักยภาพขยายตลาดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับความต้องการในแต่ละประเทศได้อย่างตรงจุด

สำหรับ 2 ตลาดสำคัญที่บริษัทวางเป้าหมายและขยายตลาดทั้งอินโดนีเซียและอินเดีย จะมีการขยายและลงทุนเครื่องจักรเพื่อผลิตอาหารสัตว์ตอบสนองความต้องการในตลาด เพราะเราเห็นโอกาสการเติบโตของตลาด และภายในอินโดนีเซีย อินเดียเอง ยังมีการลงทุนเลี้ยงสัตว์น้ำมากขึ้น จึงเห็นช่องทางในการขายอาหารสัตว์น้ำ นอกจากนี้ บริษัทยังมีนโยบายนอกเหนือจากการขายสินค้า จะยังสนับสนุนให้ความรู้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงอีกด้วย สำหรับงบประมาณในการลงทุน บริษัทมองไว้เฉลี่ยปีละ 300 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนในด้านพัฒนาและซื้อเครื่องจักรในการผลิตอาหารสัตว์น้ำเพื่อให้ได้คุณภาพและต้นทุนถูกลงด้วย

ปัจจุบันบริษัทมีการส่งออกสินค้าไปใน 7 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม, มาเลเซีย, ศรีลังกา, บรูไน, อเมริกา, ไอวอรีโคสต์, สิงคโปร์ ส่วนภาพรวมธุรกิจในปี 2568 บริษัทตั้งเป้ายอดขายเติบโต 8-10% และรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 18-20% จากการเติบโตทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้รวม ทั้งในและต่างประเทศแตะ 10,000 ล้านบาทภายในปี 2573 หรือคิดเป็นการเติบโตเฉลี่ยต่อปี CAGR 11% โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้จากการขาย 5,365 ล้านบาท เติบโต 5.6%