เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
IMF ชี้เอไอเสมือนสึนามิที่เคลื่อนตัวช้า อาจดันเศรษฐกิจโลกโตกว่า 3%
World IMF ชี้เอไอเสมือนสึนามิที่เคลื่อนตัวช้า อาจดันเศรษฐกิจโลกโตกว่า 3%
ทองคำ Q4 ขาขึ้น 5 ปีรวด ลุ้นสิ้นปีแตะ 5,000 ดอลลาร์ ทองไทยมีโอกาสพุ่ง 77,000 บาท
Finance ทองคำ Q4 ขาขึ้น 5 ปีรวด ลุ้นสิ้นปีแตะ 5,000 ดอลลาร์ ทองไทยมีโอกาสพุ่ง 77,000 บาท
เปิดรายชื่อ 9 วิทยากรจากประเทศไทย บนเวทีเศรษฐกิจระดับโลก ประชุม IMF-World Bank
Finance เปิดรายชื่อ 9 วิทยากรจากประเทศไทย บนเวทีเศรษฐกิจระดับโลก ประชุม IMF-World Bank
ไบเทค x กทม. ทำห้องสมุดรีไซเคิล-สนามเด็กเล่น ให้ชุมชนย่านบางนา
SD ไบเทค x กทม. ทำห้องสมุดรีไซเคิล-สนามเด็กเล่น ให้ชุมชนย่านบางนา
วงการอสังหาฯ จับตาขายกิจการ ”สวนสยาม” 2 รายชื่อดังสนใจ
Real Estate วงการอสังหาฯ จับตาขายกิจการ ”สวนสยาม” 2 รายชื่อดังสนใจ
‘มาสด้า’ ย้ำชัด ‘ไทย’ เป็นฐานผลิต-ตลาดสำคัญ
Automotive ‘มาสด้า’ ย้ำชัด ‘ไทย’ เป็นฐานผลิต-ตลาดสำคัญ
มอบรางวัล Thailand Real Estate Agent Awards 2026 ยกระดับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย
Real Estate มอบรางวัล Thailand Real Estate Agent Awards 2026 ยกระดับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย
ธนาคารโลก ดัน Small AI ในประเทศกำลังพัฒนา สร้างงาน เพิ่มมูลค่า
World ธนาคารโลก ดัน Small AI ในประเทศกำลังพัฒนา สร้างงาน เพิ่มมูลค่า
ฮอนด้า ยกเลิกชื่อ e:HEV ใช้ชื่อ “Honda Hybrid” เริ่มปี 2027
Automotive ฮอนด้า ยกเลิกชื่อ e:HEV ใช้ชื่อ “Honda Hybrid” เริ่มปี 2027
เปิดวงคุย “AI-แรงงาน” บนเวที IMF-WBG 2026 ปธน. สิงคโปร์ ชี้คนชั้นกลางเสี่ยงสุด
Tech เปิดวงคุย “AI-แรงงาน” บนเวที IMF-WBG 2026 ปธน. สิงคโปร์ ชี้คนชั้นกลางเสี่ยงสุด
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์ฟื้นตัว หลังตลาดเริ่มมีหวังเจรจาการค้า

25 เม.ย. 2568 | 18:03น.
dollar-US dollar-money

ดอลลาร์ฟื้นตัว หลังตลาดเริ่มมีความหวังเจรจาการค้า นักลงทุนรอติดตามความคืบหน้าการเจรจาการค้า และการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณแนวโน้มเศรษฐกิจต่อไป หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้พาวเวลล์เร่งปรับลดดอกเบี้ย

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 21-25 เมษายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (21/4) เปิดตลาดมาที่ระดับ 33.17/19 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินบาทแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ 18/4) ที่ระดับ 33.45/47 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยดัชนีดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าเทียบเงินสกุลหลักในช่วงต้นสัปดาห์ ท่ามกลางการซื้อขายที่เบาบาง เนื่องจากตลาดเงินในหลายประเทศปิดทำการเนื่องในวัน Good Friday เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (18/4) และปิดทำการต่อเนื่องในวันจันทร์ (21/4) เนื่องในเทศกาล Easter

ทั้งนี้ นักลงทุนรอติดตามความคืบหน้าการเจรจาการค้าสหรัฐ และการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณแนวโน้มเศรษฐกิจต่อไป หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เรียกร้องให้พาวเวลล์เร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ย และขู่ว่าจะปลดพาวเวลล์ออกจากตำแหน่งหากไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องดังกล่าว

นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังได้แสดงความไม่พอใจที่พาวเวลล์กล่าวว่ามาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของ ปธน.ทรัมป์จะทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจและตลาดแรงงานของสหรัฐ อย่างไรก็ดี พาวเวลล์ยืนยันว่า ปธน.ทรัมป์ไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการปลดเขาออกจากตำแหน่ง ก่อนที่จะครบวาระการดำรงตำแหน่งประธานเฟดในเดือน พ.ค. 2569

พร้อมให้ความเห็นว่าการที่รัฐบาลสหรัฐตั้งกำแพงภาษีต่อประเทศต่าง ๆ ในอัตราที่สูงเกินคาดอาจทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นและส่งผลลบต่อเศรษฐกิจ พร้อมกล่าวว่านโยบายของ ปธน.ทรัมป์อาจทำให้ภารกิจของเฟดเผชิญความท้าทายมากขึ้น

เชื่อสงครามการค้าจีน-สหรัฐ คลี่คลายเร็ว ๆ นี้

ด้านนายเอริก ลอมบาร์ด รัฐมนตรีว่าการกระทวงการคลังฝรั่งเศส ออกโรงเตือนว่าความน่าเชื่อถือของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐจะตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้น และเศรษฐกิจสหรัฐจะตกอยู่ในภาวะไร้เสถียรภาพ หาก ปธน.ทรัมป์ ปลดนายพาวเวลล์ออกจากตำแหน่ง

อย่างไรก็ดี ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเริ่มปรับตัวแข็งค่าขึ้น หลังนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ แสดงความหวังว่าความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนจะคลี่คลายลงในไม่ช้า อีกทั้ง ปธน.ทรัมป์ยังออกมาให้ความเห็นว่าภาษีที่เก็บต่อจีนนั้นอยู่ในอัตราที่สูงเกินไป อย่างไรก็ดี นายเหอ หย่าตง โฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีน ออกมายืนยันว่ายังไม่มีการเจรจาระหว่างทั้งสองชาติ

ด้านตัวเลขทางเศรษฐกิจสำคัญที่มีการเปิดเผยนั้น ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ Leading Economic Index (LEI) ปรับตัวลง 0.7% ในเดือน มี.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าปรับตัวลงเพียง 0.5% หลังจากปรับตัวลง 0.2% ในเดือน ก.พ. โดยดัชนี LEI ถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าของสหรัฐ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการคาดการณ์ของผู้บริโภค ราคาหุ้น และคำสั่งซื้อใหม่ในภาคการผลิต

เฟดสาขาริชมอนด์ได้เปิดเผยดัชนีภาคการผลิตปรับตัวลงสู่ระดับ -13 ในเดือน เม.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ -6 จากระดับ -4 ในเดือน มี.ค. โดยดัชนียังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 0 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคการผลิตในเขตริชมอนด์ยังคงอยู่ในภาวะหดตัว ส่วนตัวเลขยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐาน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือน มี.ค. หลังจากปรับตัวลดลง 0.3% ในเดือน ก.พ.

เงินบาทแข็งค่า-ทองราคาพุ่ง

สำหรับปัจจัยภายในประเทศช่วงต้นสัปดาห์ เงินบาทปรับตัวแข็งค่าจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของราคาทองคำจากแรงหนุนที่นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและบรรดาประเทศคู่ค้า ช่วยเสริมบาทแข็งค่าต่อเนื่อง

และทางด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินผลของสงครามการค้าต่อไทยว่าความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าสหรัฐ จะอยู่ในระดับสูงและยืดเยื้อ โดยผลกระทบจะส่งผ่านช่องทางหลัก ได้แก่ ตลาดการเงินผันผวนสูง การตัดสินใจลงทุนชะลอออกไป ส่งออกจะเริ่มเห็นผลกระทบชัดเจนขึ้นตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี สินค้าไทยจะเผชิญกับการแข่งขันรุนแรง และเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงจากปัจจัยด้านอุปทาน

ความเห็นของทางการที่ว่าผลกระทบจะเกิดขึ้นในบางภาคส่วน (Sector) และการเน้นย้ำปัญหาด้านอุปทานดังกล่าวสะท้อนแนวคิดที่ว่ามาตรการที่ตรงจุดอาจมีประสิทธิผลในการแก้ไขปัญหามากกว่าการใช้เครื่องมือดอกเบี้ยนโยบาย

ทั้งนี้ ในวันอังคาร (22/4) มีรายงานข่าว เรื่องการเดินทางไปเจรจาเรื่องภาษีนำเข้าสินค้ากับสหรัฐของประเทศไทย นำโดยนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานนโยบายการค้าสหรัฐต้องเลื่อนออกไปจากกำหนดการเดิมในวันที่ 23 เม.ย.ยังไม่มีกำหนดการที่ชัดเจนแน่นอนว่าจะนัดหารือกันในวันใด

โดยระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.04-33.68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (25/4) ที่ระดับ 33.51/53 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดวันจันทร์ (21/4) ที่ระดับ 1.1471/72 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (18/4) ที่ระดับ 1.1369/70 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

โดยค่าเงินยูโรปรับตัวแตะจุดสูงสุดใหม่นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2022 บริเวณ 1.1485 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ในช่วงเช้าวันจันทร์ (21/4) หลังจากดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลงเทียบสกุลเงินหลัก ถึงแม้ว่าธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ลดอัตราดอกเบี้ย 25bps เป็น 2.25% ตามคาดการณ์ของตลาดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (17/04) และเป็นการปรับลดดอกเบี้ยครั้งที่ 7 ในวัฏจักรนี้โดยอีซีบีระบุว่าแนวโน้มเศรษฐกิจยูโรโซนถูกผลกระทบจากความตึงเครียดทางการค้าที่รุนแรงขึ้น

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจผลสำรวจทางธุรกิจที่เปิดเผยในวันพุธ (23/4) ซึ่งจัดทำโดย HCOB และรวบรวมข้อมูลโดย S&P Global บ่งชี้ว่าการเติบโตทางธุรกิจโดยรวมในยูโรโซนยังอ่อนแอ โดยภาคบริการหดตัวลงครั้งแรกในรอบหลายเดือน ขณะที่ภาคการผลิตแม้จะยังอยู่ในภาวะซบเซาต่อเนื่อง แต่กลับมีสัญญาณฟื้นตัวดีกว่าที่คาดการณ์ไว้

โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการขั้นต้นของยูโรโซน ปรับลดลงมาอยู่ที่ 50.1 ในเดือน เม.ย.จาก 50.9 ในเดือน มี.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 50.3

ส่วนในด้านดัชนี PMI ภาคบริการขั้นต้นปรับตัวลดลงสู่ 49.7 ในเดือน เม.ย. จาก 51.0 ในเดือน มี.ค. ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 50.6 อย่างไรก็ตาม ภาคการผลิตที่ซบเซามาเกือบ 3 ปี กลับมีสัญญาณดีขึ้น โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตขั้นต้นขยับขึ้นสู่ 48.7 ในเดือน เม.ย. จาก 48.6 ในเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 27 เดือน และสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลงมาอยู่ที่ 47.5

โดยระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1307-1.1573 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (25/4) ที่ระดับ 1.1352/54 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

เงินเยนแข็งค่า

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดวันจันทร์ (21/4) ที่ระดับ 141.16/17 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (18/4) ที่ระดับ 142.37/38 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยนายชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยในวันจันทร์ (21/4) ว่า รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับเนื้อหาของข้อตกลงในการเจรจาเรื่องภาษีกับทางสหรัฐมากกว่าความเร่งรีบในการเจรจา พร้อมให้คำมั่นว่าจะไม่ประนีประนอมง่าย ๆ ในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยรถยนต์และการค้าสินค้าเกษตร

ทั้งนี้ สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นและสหรัฐได้เริ่มการเจรจาภาษีระดับรัฐมนตรี โดยนายเรียวเซ อาคาซาวะ รัฐมนตรีฝ่ายกิจการฟื้นฟูเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ได้พบกับ ปธน.ทรัมป์และเจ้าหน้าที่ระดับสูงในคณะบริหารที่กรุงวอชิงตัน และคาดว่าจะมีการเจรจารอบต่อไปกับฝ่ายสหรัฐ ภายในสิ้นเดือนนี้

นอกจากนี้ นายคัดสึโนบุ คาโตะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น มีกำหนดพบนายสก็อตต์ เบสซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ในประเด็นอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ระหว่างการเดินทางเยือนสหรัฐ เพื่อเข้าร่วมการประชุมภาคฤดูใบไม้ผลิของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในกรุงวอชิงตันช่วงปลายสัปดาห์นี้

ขณะเดียวกัน นายอิชิบะได้แสดงความเต็มใจที่จะเดินทางไปสหรัฐ เพื่อพบปะกับ ปธน.ทรัมปโดยตรง ด้านตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ ผลสำรวจทางธุรกิจที่เปิดเผยในวันพุธ (23/4) บ่งชี้ว่ากิจกรรมภาคโรงงานในญี่ปุ่นหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 ในเดือน เม.ย. ตอกย้ำภาพความกังวลต่อนโยบายภาษีของสหรัฐที่กดดันความเชื่อมั่นผู้ผลิตดิ่งต่ำสุดในรอบเกือบ 5 ปี

อย่างไรก็ดี ภาคบริการสามารถพลิกกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง โดยได้แรงหนุนจากความต้องการของลูกค้าที่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งช่วยดันยอดขายให้ฟื้นตัว โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นของญี่ปุ่น ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 48.5 ในเดือน เม.ย. จาก 48.4 ในเดือน มี.ค. ในขณะที่ดัชนี PMI ภาคบริการขั้นต้นขยายตัวสู่ระดับ 52.2 ในเดือน เม.ย. โดยฟื้นตัวจาก 50.0

ทั้งนี้ ในช่วงระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 139.86-143.84 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (25/4) ที่ระดับ 143.41/43 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ