ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ DUSIT ไม่อนุมัติวาระงบการเงินปี 2567 และที่ประชุมเกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิค VDO conference ไม่สามารถดำเนินการได้ มติประชุมจึงอนุมัติแจ้งเลื่อนการประชุมรอบใหม่เป็น 28 พ.ค. 68 หวังรักษาภาพลักษณ์-ความเชื่อมั่นนักลงทุน
บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT รายงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ตามที่บริษัทได้จัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี ครั้งที่ 32/2568 ในวันศุกร์ที่ 25 เมษายน 2568 เวลา 10.00 น. ในรูปแบบการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-Meeting) เพียงรูปแบบเดียวเท่านั้น ในการประชุมครั้งนี้มีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมด้วยตนเองและโดยการมอบฉันทะ เมื่อเริ่มเปิดประชุมมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 58 ราย รวมจำนวนหุ้นได้ทั้งสิ้น 561,516,998 หุ้น หรือร้อยละ 66.0608 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดของบริษัท
ในระหว่างการพิจารณาวาระที่ 2 (เรื่องพิจารณาและอนุมัติงบการเงินสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 พร้อมทั้งรายงานของผู้สอบบัญชี) ได้มีคำถามจากผู้ถือหุ้นและผู้รับมอบฉันทะสอบถามข้อมูลเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางคณะกรรมการได้ให้เวลาในการชี้แจงและตอบคำถาม และเมื่อลงมติในวาระที่ 2 ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ไม่อนุมัติงบการเงินสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567
พร้อมทั้งรายงานของผู้สอบบัญชี ซึ่งเป็นงบการเงินที่ได้ผ่านการตรวสอบและลงนามรับรองโดยผู้สอบบัญชีแล้ว เนื่องจากวาระงบการเงินเป็นวาระที่สำคัญ อีกทั้งเป็นงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบของผู้สอบบัญชี และเป็นงบที่ไม่มีเงื่อนไข บริษัทจึงขอสอบทานผลการนับคะแนน และดำเนินการเข้าสู่วาระที่ 3 พิจารณาอนุมัติงดจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2567 เเละการจัดสรรเงินสำรองตามกฎหมาย ทั้งนี้เพื่อรอผลการตรวจสอบการนับคะแนนของวาระที่ 2
ระหว่างที่ฝ่ายบริหารอธิบายข้อมูลของวาระที่ 3 ต่อที่ประชุม ก่อนเข้าสู่ช่วงการเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสอบถาม ซึ่งเป็นเวลาประมาณ 12.05 น. บริษัททราบว่า เกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิค กล่าวคือ มีผู้ถือหุ้นและผู้รับมอบฉันทะบางท่านประสงค์จะซักถามหรือแสดงความคิดเห็นผ่านภาพและเสียง (vdo conference) แต่ไม่สามารถดำเนินการได้
นอกจากนี้ กรรมการบริษัทบางท่านแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมว่าไม่สามารถเห็นคำถามของผู้ถือหุ้นที่สอบถามหรือแสดงความคิดเห็นผ่านข้อความทางหน้าจอแสดงผล “ประธานที่ประชุมได้รับคำแนะนำจากที่ปรึกษากฎหมายให้พักการประชุมเป็นเวลาประมาณ 15 นาที” เมื่อกลับเข้าสู่การประชุมอีกครั้ง ได้มีผู้รับมอบฉันทะของผู้ถือหุ้นส่งคำถามสอบถามเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของการมอบฉันทะของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวอยู่ในชั้นศาลอีกด้วย
เพื่อให้ผู้ถือหุ้นเกิดความมั่นใจเกี่ยวกับงบการเงิน บริษัทจึงได้ขอให้ผู้สอบบัญชีให้ความเห็นเกี่ยวกับงบการเงินสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 พร้อมทั้งรายงานของผู้สอบบัญชี ซึ่งผู้สอบบัญชีแจ้งว่า เป็นงบการเงินที่ได้รับการตรวจสอบว่าจัดทำตามมาตรฐานบัญชี และเป็นงบการเงินที่ผู้ตอบบัญชีตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว และแสดงความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไข
บริษัทเห็นว่าเนื่องจากงบการเงินวาระสำคัญ ที่ควรได้มีการสอบทานการนับคะแนนให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้น รวมถึงควรต้องหารือกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ท่านที่ไม่อนุมัติงบการเงิน เพื่อเข้าใจถึงเหตุของการไม่อนุมัติงบการเงินและหาแนวทางดำเนินการที่จะป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม
ประกอบกับเล็งเห็นว่าที่ประชุมน่าจะไม่สามารถพิจารณาเรื่องตามลำดับระเบียบวาระที่เหลืออยู่ให้แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลาที่สมควรได้ ดังนั้นประธานจึงปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายและได้รับคำแนะนำว่า “ควรเลื่อนการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งครั้งที่ 32/2568 ออกไปก่อน”
ซึ่งต่อมาภายหลังการหารือระหว่างกรรมการแล้ว จึงกำหนดให้จัดการประชุมขึ้นใหม่ในวันพุธที่ 28 พฤษภาคม 2568 เวลา 10.00 น. โดยการประชุมที่เลื่อนออกไปจะเป็นการประชุมในรูปแบบการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-Mecting) เพียงรูปแบบเดียวเท่านั้น
ทั้งนี้ รายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 32/2568 ยังใช้รายชื่อตาม Recond Date เดิม ซึ่งเป็นรายชื่อ ณ วันที่ 21 มีนาคม 2568 เพื่อให้บริษัทมีเวลาในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย
บริษัทขอแจ้งให้ทราบว่า งบการเงินดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบและกรรมการทุกท่านได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัท ได้เห็นรายละเอียดของงบการเงินที่ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงินนำเสนอ และมีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติงบการเงิน เพื่อนำเสนอผู้ถือหุ้นอนุมัติ
“คณะกรรมการได้ทำหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต ตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัทแล้ว ซึ่งการไม่อนุมัติงบการเงินดังกล่าวเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมากสำหรับบริษัท และอาจส่งผลกระทบต่อบริษัทและการจัดทำงบการเงินของบริษัทในงวดต่อไป จึงจำเป็นต้องขอเลื่อนการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นออกไป”
