แพทองธาร ชินวัตร
นายกฯ สั่ง ครม.สานต่อแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ หลังบินเยือนกัมพูชา เห็นพ้องร่วมมือ 4 ด้าน ก่อนนัดประชุมตามความคืบหน้า 2 ประเทศ ก.ค.นี้
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ที่จังหวัดนครพนม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการว่าการเยือนประเทศกัมพูชาอย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศไทยกับกัมพูชามีการร่วมมือกันในการปราบปรามอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ระหว่างชายแดน โดยทั้ง 2 ประเทศ และมีความร่วมมือกันใน 4 ด้าน ดังนี้
1.1 ทั้งสองประเทศจะร่วมกัน แลกเปลี่ยนหลักฐาน หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ในการปราบปรามอาชญากรรมระหว่างกันของหน่งยงานที่เกี่ยวข้อง
1.2 ทั้งสองประเทศจะร่วมมือกันปิดกั้น (Block) สัญญาณโทรศัพท์ และอินเทอร์เน็ต ที่เกิดจากเครือข่ายในการก่ออาชญากรรมออนไลน์
1.3 ทั้งสองประเทศจะยกระดับมาตรการในการควบคุมชายแดนให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะป้องกันอาชญากรรมในทุกประเภท รวมทั้งการลักลอบ ขนส่งสิ่งของผิดกฎหมายข้ามแดน เช่น ยาเสพติด
1.4 ทั้งสองประเทศ จะร่วมมือกันตรวจสอบคนไทยที่ทำงานในประเทศกัมพูชานั้นจะต้องมีใบอนุญาตการทำงานที่ถูกต้อง
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการกำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงดีอี กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง กรมศุลกากร หน่วยงานความมั่นคง ตำรวจ ทหาร กสทช. รวมทั้งประสานความร่วมมือกับบริษัทเอกชนที่ให้บริการเครือข่าย ร่วมมือกันปราบปรามปัญหานี้อย่างจริงจัง เพื่อให้ประชาชนของทั้งสองประเทศ มีความปลอดภัยในการดำรงชีวิต และยกระดับความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นต่อไป
นอกจากนี้ประเทศไทยและกัมพูชาตกลงที่จะจัดประชุม Mini Joint cabinet meeting ระหว่าง 2 ประเทศ ที่จังหวัดสระแก้ว เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาระหว่างชายแดนทั้ง 2 ประเทศร่วมกัน ในเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ PM 2.5 ยาเสพติด การค้ามนุษย์ (Human Trafficking) ซึ่งคาดว่าดำเนินการในเดือนกรกฎาคมปีนี้ จึงขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการประสานความร่วมมือดังกล่าวเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของทั้งสองประเทศ