เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

นายกฯเร่ง “พิชัย-ครม.” สรุปแผนรับมือ เศรษฐกิจโลกตกต่ำ

06 พ.ค. 2568 | 11:34น.
นายกฯ

นายกฯ

นายกฯสั่งการ ครม.ให้ทุกหน่วยงานเตรียมรับมือเศรษฐกิจไทย หลัง “ธนาคารโลก” ประเมินตกต่ำทั่วโลก มอบ “พิชัย” รองนายกฯ-รมว.คลังสรุปแผนรับมือนำเสนอ ครม.ด่วน   

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการว่า ผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ซึ่งมีสาเหตุสำคัญจากสงครามการค้าและการประกาศนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐ ทำให้ประเทศต่าง ๆ ไม่สามารถปรับตัวได้ทัน ส่งผลให้ World Bank และสถาบันต่าง ๆ คาดการณ์ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลกจะตกต่ำลง

ส่วนประเทศไทยก็จะได้รับผลกระทบดังกล่าวไปด้วย โดยคาดว่าจะต่ำกว่าที่ได้เคยคาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ รายได้ของประชาชนในภาพรวมจะลดลง โดยเฉพาะภาคการส่งออกของไทยที่ยังจำเป็นต้องพึ่งพาตลาดต่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลในการจัดเก็บภาษีอันเป็นรายได้ของประเทศ ซึ่งประเทศไทยก็คงจะเก็บได้ต่ำกว่าเป้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทั้งนี้ แผนการดำเนินการโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาล โดยเฉพาะที่ต้องอาศัยงบประมาณก็จำเป็นที่จะต้องได้รับการทบทวนให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และสอดคล้องกับรายได้ของประเทศที่ลดลง

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีความจำเป็นต้องถือโอกาสนี้เร่งปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ (Domestic Economy) ให้มากขึ้น เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันต่อความผันผวนของเศรษฐกิจโลก รวมไปถึงมาตรการดูแลประชาชนและการช่วยเหลือ ภาคธุรกิจ/ผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบอีกด้วย

นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการในประเด็นนี้ว่า “จากสถานการณ์ดังกล่าว ได้มอบหมายให้นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รับเรื่องนี้ไปหารือในคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจ และนำมาเสนอต่อ ครม.โดยเร็ว และขอเน้นย้ำกับคณะรัฐมนตรีทุกท่านว่า ‘ท่ามกลางวิกฤตย่อมมีโอกาส’ และขอให้พี่น้องประชาชนและพวกเราทุกคนมีกำลังใจที่จะร่วมกันฟันฝ่าวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน”

โดยอาศัย “ความสามัคคีของทุกคนในประเทศ” โดยมีคณะรัฐมนตรีและข้าราชการทุกท่านเป็นแกนนำร่วมกันระดมความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ จากทุกฝ่าย ทุกภาคส่วน ทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อช่วยกันฟันฝ่าและนำพาประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้