Skip to content

สรรพสามิตชี้ขึ้นภาษีน้ำมัน-รายได้รัฐเพิ่ม 2,900 ล้าน/เดือน อุ้มเสถียรภาพการคลัง

07 พ.ค. 2568 | 12:32น.
สรรพสามิตชี้ขึ้นภาษีน้ำมัน-รายได้รัฐเพิ่ม 2,900 ล้าน/เดือน อุ้มเสถียรภาพการคลัง

ราชกิจจานุเบกษาประกาศ ขึ้นอัตราภาษีน้ำมันดีเซล-เบนซิน ลิตรละ 1 บาท มีผลตั้งแต่ 7 พ.ค. 68 อธิบดีกรมสรรพสามิตชี้ ช่วยให้เก็บรายได้เข้ารัฐได้เพิ่มเดือนละ 2,900 ล้านบาท หนุนรักษาเสถียรภาพทางการคลัง หลังเอฟเฟ็กต์ลดภาษีส่งเสริมรถอีวีพ่นพิษทำรายได้ต่ำเป้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา ได้ประกาศการปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล และน้ำมันเบนซิน โดยให้เหตุผลว่า ปัจจุบันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวลดลง สมควรเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ประเภทน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซล เพื่อให้รัฐมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้น อันเป็นการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศและเสถียรภาพทางการคลังของรัฐ

นางสาวกุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เป็นการปรับขึ้นภาษีน้ำมัน ลิตรละ 1 บาท ซึ่งจะช่วยให้สถานการณ์การจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตดีขึ้น เนื่องจากการจัดเก็บภาษีรถยนต์ตามมาตรการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ทำให้รายได้ยังต่ำกว่าเป้าหมายค่อนข้างมาก

“ภาษีน้ำมันปรับขึ้นลิตรละ 1 บาท จะทำให้มีรายได้เพิ่มเดือนละประมาณ 2,900 ล้านบาท แต่มีการปรับลดเงินนำส่งกองทุนน้ำมันฯด้วย ทำให้ราคาน้ำมันขายปลีกไม่เปลี่ยนแปลง” อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าว

ก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังรายงานว่า ช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2568 กรมสรรพสามิตจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าประมาณการ 21,321 ล้านบาท หรือต่ำเป้าไป 7.4% ซึ่งมาจากมาตรการส่งเสริมรถอีวี