Skip to content

หุ้นไทยพักไม่ควรหลุดแนวรับ 1,210 จุด จับตาจีน-สหรัฐเจรจาภาษี

08 พ.ค. 2568 | 09:21น.
หุ้นไทยพักไม่ควรหลุดแนวรับ 1,210 จุด จับตาจีน-สหรัฐเจรจาภาษี

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินหุ้นไทยวันนี้ ต้องพักไม่หลุดแนวรับจะอิงทางขึ้น ไม่ควรลงมาหลุด 1,213-1,210 จุด ติดตามความชัดเจนจีน-สหรัฐเจรจานโยบายภาษี ในช่วงสุดสัปดาห์ หุ้นแนะนำ GULF, BBL

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด รายงานว่า วานนี้ตลาดปรับตัวขึ้นแรงรับข่าวจีนประกาศลด RRR 50bps และลดดอกเบี้ยซื้อคืน 10bps นอกจากนี้ข่าวการลงทุนของ GIP ภายใต้ BlackRock ผ่าน True IDC ช่วยหนุน จิตวิทยาการลงทุน Data Center หากยังมีแรงส่งให้ขึ้นต่อการพักสั้น ๆ เพื่อขึ้นไม่ควรลงมาหลุด 1,213-1,210 การขึ้นต่อมีแนวต้านหลักที่ 1,235-1,240 แต่ปกติที่บริเวณแนวต้านนี้จะทำให้ชะลอตัวได้อย่างน้อยในช่วงสั้น

ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัว Sideways หลังตลาดอยู่ระหว่างรอความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐ และติดตามการประกาศผลประกอบการ 1Q68 ของหุ้น Real Sector ขณะที่การประชุมนโยบายการเงินของ FOMC ที่มีมติคงดอกเบี้ยนโยบาย คาดจะไม่มีผลต่อบรรยากาศลงทุนมากนัก

อย่างไรก็ดี มองความไม่ชัดเจนของนโยบายภาษีของสหรัฐที่มีต่อเศรษฐกิจโลกจะยังเป็นปัจจัยบั่นทอนความเชื่อมั่นที่มีต่อการเติบโตของผลประกอบการ 1Q68 ทำให้บรรยากาศลงทุนยังเป็นไปอย่างระมัดระวังและทำให้ SET ปรับขึ้นได้จำกัด โดยมีแนวต้าน 1,215-1,235 จุด ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนจึงคงแนะนำให้ “Selective Buy“

ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม

รมว.คลังและผู้แทนการค้าสหรัฐ มีกำหนดเข้าพบกับรองนายกฯจีนที่สวิตเซอร์แลนด์ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เพื่อเจรจานโยบายภาษี

  • เฟดคงดอกเบี้ยที่ 4.25-4.50% ตามคาด ประเมินว่ามีความไม่แน่นอนสูงจากนโยบายภาษีนำเข้า อาจส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อพร้อมกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจหรือ “Stagflation” แต่เศรษฐกิจสหรัฐยังแข็งแกร่ง โดยตลาดแรงงานยังคงเติบโตและอัตราการว่างงานต่ำ แต่เฟดระบุว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและการว่างงานมีแนวโน้มเพิ่ม ทำให้เฟดต้องตัดสินใจยากลำบาก
  • PBOC ประกาศลดอัตราส่วนการกันสำรอง (RRR) สำหรับ ธพ.ลง 50bps และอัตราดอกเบี้ยชื้อคืนลง 10bps
  • หลังการหารือระหว่างนายกฯ, เครือ CP และซีอีโอ GIP ด้าน GIP-BlackRock ประกาศสนับสนุนเงินลงทุน Data Center และระบบที่เกี่ยวข้องในไทยผ่าน True IDC (บริษัทในเครือ CP) มูลค่า 1.05-1.75 แสนล้านบาท เป็นบวกต่อกลุ่มนิคม โรงไฟฟ้า และสื่อสาร
  • เปิดโผปรับ ครม. หลังผ่านงบฯ 69 คาดว่าใช้เวลาอีก 5 เดือน “สุพัฒนพงษ์” คัมแบ็กพลังงาน อาจหนุนหุ้นโรงไฟฟ้าช่วงสั้น
  • กกร.ปรับลดคาดการณ์ เศรษฐกิจไทยปี 2568 สู่ 2.0-2.2% จากเดิมที่ 2.4-2.9% กังวลผลกระทบภาษีศุลกากรสหรัฐ 10% อาจกดดันการส่งออกเติบโตเพียง 0.3-0.9% จากเดิมที่คาดไว้ที่ 1.5-2.5%
  • รองประธานาธิบดีสหรัฐ เผยว่าการเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐเป็นไปในทางที่ดี และมีข้อตกลงที่จะทำให้อิหร่านกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับลง 1.8% วานนี้

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน

มอง SET จะแกว่งตัว Sideways รอความชัดเจนมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐ และการทยอยประกาศผลประกอบการ 1068 ของ บจ. Real Sector ไทย กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 1 รีมเทรดดิ้ง ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1.หุ้น Earning Play ซึ่งโมเมนตัมกำไรยังเติบโตแข็งแกร่ง โดย 1068-2068 คาดกำไรปกติจะเติบโตได้ทั้ง YOY และ QOQ เลือก ADVANC TRUE BTG CPF CPALL OR

2.หุ้น Undervalued ซึ่งปัจจุบันซื้อขายที่ PER และ PBV 68F ระดับต่ำกว่า -1SD ขณะที่ปี 2568 คาดกำไรยังเติบโตได้ดี YOY และมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง แนะนำ GULF MTC CBG SPRC GPSC

3.หุ้นที่คาดเป็นเป้าหมาย Thai ESGX โดย 1) ปี 2568 คาดกำไรเติบโต YOY 2) ฐานะการเงินแกร่ง และ 3) จ่ายปันผลสม่ำเสมอ คาดให้ Div. Yield อย่างน้อยปีละ 3% พบหุ้นน่าสนใจ SET50 : ADVANC BDMS CPALL PTT และ SET100 : BCH BTG AP

4.Trading Idea : นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง แนะนำเก็งกำไรสำหรับหุ้นที่ได้รับผลกระทบมาตรการภาษีสหรัฐ ซึ่งคาดราคาหุ้นจะฟื้นตัวเร็ว (High Beta) หากสงครามการค้ามีสัญญาณคลี่คลาย แนะนำ KTB BBL BCP PTT SCCC FTREIT AMATA

หุ้นแนะนำวันนี้

GULF : มองราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจาก Bond Yield ลง และราคาก๊าซที่ปรับลงคาดว่าเป็นเป้าหมายของกองทุน Thai ESGX มี SETESG Rating “AAA” ขณะที่ 1H68 คาดกำไรยังแข็งแกร่งจากขยายกำลังผลิต ส่วนการควบรวมกิจการกับ INTUCH ที่เสร็จสิ้นไปแล้วจะทำให้งบดุลบริษัทดีขึ้น เพิ่มศักยภาพในการกู้ยืมและช่วยลดต้นทุนดอกเบี้ยระยะกลาง

BBL : มองราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นจากการไหลกลับของ Fund Flow และคาดเป็นเป้าหมายกองทุน Thai ESGX เนื่องจากมี SETESG Rating “AAA” ขณะที่ยังเลือกเป็นหุ้นเด่นของกลุ่มธนาคาร เนื่องจากมี Valuation ถูกที่สุด โดย PBV 0.45 เท่า และ PE 6.2 เท่า สำหรับปี 2568 และยังสามารถจ่ายปันผลสูง โดยคาดให้ Div. Yield ที่ระดับ 6.2% ต่อปี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภาษีสหรัฐ หุ้นไทย