เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เพื่อไทย หนุน ‘ภูมิใจไทย’ ผ่านศึกซักฟอก ย้ำยึดข้อตกลง ห้ามแตะเก้าอี้ รมต.
Uncategorized เพื่อไทย หนุน ‘ภูมิใจไทย’ ผ่านศึกซักฟอก ย้ำยึดข้อตกลง ห้ามแตะเก้าอี้ รมต.
“ชัชชาติ” ขยายเวลายื่นเยียวยาน้ำท่วมถึง 30 พ.ย. จัดระบบคิวใหม่ ย้ำบ้านพักราชการหมดสิทธิรับเงิน
Economic “ชัชชาติ” ขยายเวลายื่นเยียวยาน้ำท่วมถึง 30 พ.ย. จัดระบบคิวใหม่ ย้ำบ้านพักราชการหมดสิทธิรับเงิน
‘รัฐบาลหนู 2’ อายุงาน 6 เดือน ‘บิ๊กภูมิใจไทย’ ชี้ยังไม่ควรปรับ ครม.
Politics ‘รัฐบาลหนู 2’ อายุงาน 6 เดือน ‘บิ๊กภูมิใจไทย’ ชี้ยังไม่ควรปรับ ครม.
TRUE ถอนลงทุนฟิลิปปินส์ ขายหุ้น 70% หวังสกัดภาระขาดทุน
Finance TRUE ถอนลงทุนฟิลิปปินส์ ขายหุ้น 70% หวังสกัดภาระขาดทุน
จบดราม่า “NENE ROYAL” ในไทย ถอนคำขอชิงจดชื่อ-ตัวแทนเนเน่เข้า Fast Track ลุ้นรับสิทธิ ก.พ. 70 จับตาปมเกาหลีใต้
Economic จบดราม่า “NENE ROYAL” ในไทย ถอนคำขอชิงจดชื่อ-ตัวแทนเนเน่เข้า Fast Track ลุ้นรับสิทธิ ก.พ. 70 จับตาปมเกาหลีใต้
ต่างชาติลงทุนไทยโต 26% ใน 9 เดือน จ้างงานคนไทยเพิ่ม 20%
Economic ต่างชาติลงทุนไทยโต 26% ใน 9 เดือน จ้างงานคนไทยเพิ่ม 20%
KKP กำไร Q3 พุ่ง 43% บล.กรุงศรี ให้เป้าหมาย 150 บาท ชูปันผลสูง 6.7%
Finance KKP กำไร Q3 พุ่ง 43% บล.กรุงศรี ให้เป้าหมาย 150 บาท ชูปันผลสูง 6.7%
ประธานกลุ่มเซ็นทรัล ชี้กับดักประเทศไทยคือความไม่ต่อเนื่อง – ปัญหาเชิงโครงสร้าง
Business ประธานกลุ่มเซ็นทรัล ชี้กับดักประเทศไทยคือความไม่ต่อเนื่อง – ปัญหาเชิงโครงสร้าง
รุทธพล โยน DSI เคาะรับ ‘ไอเดียร์-สามี’ เป็นคดีพิเศษ จ่อเรียก ‘รังสิมันต์-ศิริโชค’ สอบ
Politics รุทธพล โยน DSI เคาะรับ ‘ไอเดียร์-สามี’ เป็นคดีพิเศษ จ่อเรียก ‘รังสิมันต์-ศิริโชค’ สอบ
รัฐบาลยันไม่สะดุด-พร้อมจ่ายทันที ‘เยียวยาน้ำท่วม‘ หลัง ครม.เพิ่มงบหมื่นล้าน
Politics รัฐบาลยันไม่สะดุด-พร้อมจ่ายทันที ‘เยียวยาน้ำท่วม‘ หลัง ครม.เพิ่มงบหมื่นล้าน
ดูทั้งหมด

จุลพันธ์ยันไม่ล้มแจกเงินดิจิทัล จ่อเคาะแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านใน 2 สัปดาห์

20 พ.ค. 2568 | 13:47น.
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

”จุลพันธ์“ ยืนยันไม่ยกเลิกแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท พร้อมดึงกลับมาหากมีความพร้อม ชี้ยังไม่กู้เงิน 5 แสนล้าน อีก 2 สัปดาห์ชัดแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้าน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 1.57 แสนล้านบาท ภายใต้ที่กระทรวงการคลังเสนอว่า ในกระบวนการพิจารณาโครงการต่าง ๆ จะต้องมีความพร้อม และต้องดูอย่างละเอียด ซึ่งจากการประเมินเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 อาจมีผลกระทบที่ค่อนข้างมาก

ดังนั้น รัฐบาลจึงได้วางแผนนำเงินงบประมาณดังกล่าว ในช่วงไตรมาส 3 ให้ได้ และจะต้องเป็นงบฯผูกพันก่อนวันที่ 30 กันยายน 2568 พร้อมการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อติดตามและเร่งรัด

“รัฐบาลเชื่อว่ากรอบระยะเวลามีเพียงพอ แต่สิ่งที่สำคัญคือโครงการที่จะเข้ามาพิจารณาเม็ดเงินจะต้องลงไปถึงชุมชน โดยโครงการที่เกิดขึ้นต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจจริง ๆ โดยยืนยันว่าเม็ดเงินเหล่านี้จะเกิดประโยชน์ในวงกว้าง หมุนเวียนทางเศรษฐกิจ คอยประคับประคองสถานการณ์ให้ผ่านช่วงมรสุมนี้ไปได้” รมช.คลังกล่าว

ส่วนกรณีการทบทวนโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลตนั้น นายจุลพันธ์กล่าวว่า ต้องดูสถานการณ์เป็นรายไตรมาส และความเปลี่ยนแปลงจากการเจรจาระหว่างไทยกับสหรัฐว่าเป็นอย่างไร และปัญหาสงครามการค้ากับประเทศคู่ค้าต่าง ๆ หากวันหนึ่งรัฐบาลมีความพร้อมก็จะนำมากลับพิจารณาใหม่

ส่วนเม็ดเงินที่จะนำมาแจกเท่าไหร่นั้น จะต้องไปดูในวันข้างหน้าและพิจารณาในขั้นถัดไป แต่วันนี้รัฐบาลดูความจำเป็นเร่งด่วน โดยการดึงเม็ดเงิน 1.57 แสนล้านมาใช้ในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐาน เรื่องการบริหารจัดการน้ำ การคมนาคม พัฒนามนุษย์ โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน

เนื่องจากเป็นการวางรากฐานระยะยาว และยังต้องไปดูเรื่องการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากภาษีสหรัฐ รัฐบาลต้องใช้เม็ดเงินนี้เข้าไปช่วยภายใต้กรอบกฎหมายที่มี หากลงไปแล้วประคับประคองได้ หากรัฐบาลไม่ทำอะไรเลยอาจมีความเสี่ยงในเรื่องของการว่างงานได้ วันนี้จึงต้องเรียงลำดับความสำคัญใหม่ เพราะสถานการณ์มันเปลี่ยนจริง ๆ

ทั้งนี้ ในระยะสั้นรัฐบาลจะสามารถอัดเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ แล้วก็ลงไปยังกลุ่มประชาชนต่าง ๆ ได้ เนื่องจากมีระยะเวลาอีกประมาณ 2-3 สัปดาห์ก็จะสามารถเสนอโครงการทั้งหมดออกมาเป็นหมวดหมู่ เพื่อนำลงทุนในกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งจะเห็นชัดว่าเม็ดเงิน 157,000 ล้านบาท ในระยะต้นรัฐบาลจะใช้ยังไง ขณะที่ระยะกลางก็คืองบประมาณปี’69 รวมถึงงบฯปี’70 ไปข้างหน้า รัฐบาลจะต้องวางแพลนยังไงในการที่จะปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้มีความจําเป็นที่จะสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ

ส่วนกรณีการกู้เงินวงเงิน 500,000 ล้านบาท ในการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น ยังไม่มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ ซึ่งหากมีการนำมาใช้จริงก็ไม่สามารถลงมาได้หมดอยู่ ต้องเป็นงวด ๆ ซึ่งช่วงนี้ต้องดูงบฯ 157,000 ล้านก่อน

ทั้งนี้ การพัฒนาในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลมันก็ยังเดินหน้า แอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” ยังมีบริการที่ภาครัฐให้กับประชาชนอีกมากมาย สุดท้ายการที่รัฐบาลจะเติมเงินในระบบเศรษฐกิจผ่านช่องทางต่าง ๆ ทางรัฐ เป็นตัวเลือกหนึ่งที่รัฐบาลพิจารณาอยู่ตลอด เช่น เรื่องของบัตรสวัสดิการในอนาคต เรื่องของการใช้โครงการที่จะเป็นด้านการท่องเที่ยว ดังนั้น ทางรัฐจึงเป็นช่องทางกลางให้กับพี่น้องประชาชนได้รับบริการจากภาครัฐต่อไป เพราะฉะนั้น มันยังเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ แล้วรัฐบาลก็ทําต่อเนื่องต่อไป

“ใช้ประโยชน์มาแล้ว และจะใช้ประโยชน์ต่อไป โครงการนี้การพัฒนาระบบไม่เกี่ยวข้องกับดิจิทัลวอลเลตตั้งแต่ต้น เป็นการพัฒนาของ DGA ของกระทรวงดีอี ซึ่งพัฒนาระบบเพย์เมนต์กลาง และเราก็เกี่ยวมาใช้ในเรื่องของวอลเลต แต่ตอนนี้เมื่อวอลเลตชะลออยู่ เขาก็ยังเดินหน้าไม่ได้ หยุดทำ สุดท้ายยังเป็นแพลตฟอร์มกลางที่รัฐบาลและประชาชนใช้ประโยชน์ได้กับทุกโครงการ และหากมีโครงการเพิ่มเติม รัฐบาลเติมเงินเข้าไปผ่านบัตรสวัสดิการ เป็นต้น ก็จะเป็นเครื่องมือในการรับแลกจ่ายของประชาชนได้ต่อ ไม่ได้สูญเสียอะไร” นายจุลพันธ์กล่าว