คอลัมน์ : Politics policy people forum
ในสงคราม Proxy War ของขั้วอำนาจ แดง-น้ำเงินห้ำหั่นดุเดือด
เมื่อสีน้ำเงินเข้ายึดวุฒิสภา (สว.) ได้กว่า 70% ของที่นั่งในสภา 200 คน
คุมกลไกแต่งตั้งองค์กรอิสระ อันมีผลให้คุณ-ให้โทษทางการเมือง
สีแดงจึงต้องรุกคืบล้มเกมสีน้ำเงินในการที่จะติดตั้งองค์กรอิสระ แผนการชิงอำนาจของฝ่ายสีแดงคือ ต้องล้ม สว.สีน้ำเงิน เพื่อหยุดการต่อ “จิ๊กซอว์อำนาจ” ในองค์กรอิสระ
ต่างฝ่ายต่างชิงไหว ชิงพริบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ถูกลากมาเกี่ยวข้องในเกมชิงอำนาจ และเป็นผู้ชี้ขาด
ในจังหวะที่ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 วงเงิน 3.7 ล้านล้านบาท เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ปรากฏว่าหน่วยงานขององค์กรอิสระและองค์กรอัยการได้ขอจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 36,328,490,900 บาท
แต่ในช่วงที่รัฐต้องใช้งบประมาณต่อสู้กับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ที่เกิดจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ปรับลดการจัดสรรให้แก่กลุ่มองค์กรอิสระ 26,691,250,300 บาท ลดลงเฉียดหมื่นล้าน
สตง.ของบฯบริหารคลัง 3 พัน ล.
เปิดตัวเลขการของบฯองค์กรอิสระ ดังนี้ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่มีข่าวกรณีตึก สตง.ถล่ม หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว ในงบฯ 69 ขอรับการจัดสรร 3,869,246,500 บาท แต่ ครม.เสนอจัดสรร 3,039,060,000 บาท
ทั้งนี้ ผู้ตรวจเงินแผ่นดินขอรับงบประมาณรายจ่ายบุคคล 2,284,973,200 บาท และงบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ 754,086,800 บาท
แบ่งเป็น 2 แผนงาน ประกอบด้วย แผนงานพื้นฐานด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ 693,872,400 บาท และแผนงานยุทธศาสตร์เพื่อสนับสนุนด้านการปรับสมดุล และพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ 60,214,400 บาท
จัดสรร กกต. 3,333 ล้าน
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งมีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง ในจังหวะที่มีปมร้อนมากมายในมือ โดยเฉพาะกรณีสอบสวนการฮั้วเลือก สว. ขอรับการจัดสรร 5,125,808,200 บาท แต่เสนอจัดสรร 3,333,091,900 บาท โดย กกต.ของบประมาณรายจ่ายบุคลากร 1,974,877,200 บาท และการของบประมาณสำหรับหน่วยงาน 1,358,214,700 บาท แบ่งเป็น 2 แผนงานคือ
1.แผนงานพื้นฐานด้านความมั่นคง ตั้งงบฯ ไว้ 1,075,275,500 บาท เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม 2.แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาและเสริมสร้างการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ของบฯไว้ 282,939,200 บาท
ป.ป.ช.ขอ 4 พัน ล.ปราบทุจริต
ด้านสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) องค์กรปราบทุจริต ขอรับการจัดสรร 5,255,866,100 บาท แต่เสนอจัดสรร 4,519,414,400 บาท โดยการตั้งงบฯ บุคลากร 2,222,866,300 บาท ส่วนงบประมาณของหน่วยงาน 1,758,235,100 บาท มีแผนในการดำเนินงาน การปราบปรามการทุจริตมีประสิทธิภาพ เป็นธรรม โปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติ คดีทุจริตและประพฤติมิชอบลดลง
สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ขอรับการจัดสรร 438,851,600 บาท แต่เสนอจัดสรร 344,335,100 บาท ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ตั้งงบฯ บุคลากร 203,795,100 บาท ส่วนงบประมาณของหน่วยงาน 140,540,000 บาท แบ่งเป็น 5 แผนงาน ประกอบด้วย แผนงานพื้นฐานด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ของบฯ 73,357,700 บาท แผนงานยุทธศาสตร์ป้องกันและแก้ไขปัญหา ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง ของบฯ 2,630,000 บาท แผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ของบฯ 14,398,300 บาท แผนงานยุทธศาสตร์สร้างหลักประกันทางสังคม 36,454,000 บาท
แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาบริการประชาชนและการพัฒนาประสิทธิภาพภาครัฐ ของบฯ 13,700,000 บาท
ผู้ตรวจการแผ่นดินขอ 500 ล้าน
ด้านสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอรับการจัดสรร 741,206,100 บาท แต่เสนอจัดสรร 533,230,800 บาท
โดยขอจัดสรรงบฯ บุคลากร 342,102,200 บาท และงบฯ หน่วยรับงบประมาณ 186,628,500 บาท แบ่งเป็น 2 แผนงาน 1.แผนงานพื้นฐานด้านการปรับสมดุลและพัฒนา ระบบการบริหารจัดการภาครัฐ 172,416,500 บาท 2.แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 14,212,000 บาท
สำนักงานอัยการสูงสุด ขอรับการจัดสรร 20,897,512,400 บาท แต่เสนอจัดสรร 14,922,118,100 บาท แบ่งเป็นงบประมาณบุคลากร 9,064,423,800 บาท
งบประมาณของหน่วยรับงบประมาณ 5,857,694,300 บาท มี 2 แผนงาน แบ่งเป็นแผนงานพื้นฐานด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ 5,781,758,600 บาท 2.แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 75,935,700 บาท
ศาลรัฐธรรมนูญขอ 370 ล้าน
ขณะที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ขอรับการจัดสรร 378,300,700 บาท แต่เสนอจัดสรร 370,003,300 บาท โดยแบ่งเป็นงบประมาณบุคลากร 214,107,400 บาท หน่วยรับงบประมาณของบฯ ทั้งสิ้น 155,895,900 บาท แบ่งเป็น 1.แผนงานพื้นฐานด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ 139,958,900 บาท 2.แผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 3,937,000 บาท 3.แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนากฎหมาย 12,000,000 บาท
โดยมีพันธกิจสำคัญ คุ้มครองความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ สิทธิ และเสรีภาพของประชาชน โดยยึดหลักนิติธรรม ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ดีเอสไอ ขอ 1 พันล้าน
ขณะที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หนึ่งใน “ตัวละคร” หลักของเกมล้ม สว. เสนอจัดสรร 1,327,576,700 บาท
โดยแบ่งเป็นงบประมาณบุคลากร 836,992,200 บาท หน่วยรับงบประมาณ 429,005,100 บาท มีแผนงาน 1.แผนงานพื้นฐานด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ 316,448,500 บาท 2.แผนงานยุทธศาสตร์จัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ 8,865,100 บาท 3.แผนงานยุทธศาสตร์ป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง 96,796,700 บาท
4.แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 6,894,800 บาท
องค์กรเหล่านี้ มีบทบาทต่อการเมืองไทยทั้งสิ้น