“ภูมิธรรม” ยันทหารไทยจำเป็นยิงตอบโต้ทหารกัมพูชา ป้องกันตน-อธิปไตยไทย ด้าน เตีย เซ็ยฮา ส่งทหารคนสนิท โทร.หา “บิ๊กเล็ก” ขอลดเผชิญหน้า ส่วน ผบ.ทบ.เรียกประชุมด่วน
ภายหลังเกิดเหตุปะทะระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชา บริเวณช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี แม้เบื้องต้น พล.ต.ทล โซะวัน รองผู้บัญชาการกองพลสนับสนุนที่ 3 ของกัมพูชา ได้ประสานทางโทรศัพท์กับรองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารีของไทยขอให้หยุดยิง
ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ได้รับทราบรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ซึ่งพื้นที่ที่เกิดเหตุเป็นเขตอ้างสิทธิ ซึ่งจะเห็นว่าในช่วงเริ่มต้นทางกัมพูชาได้มีการขุดคูเลตพื้นที่เนิน 745 ช่องบก มาครั้งหนึ่งแล้ว และครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง ซึ่งทางกัมพูชาได้นำกำลังมาตรึงเขตอ้างสิทธิของทั้งสองประเทศ ส่วนทหารไทยได้ลาดตระเวนไปพบ จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางกัมพูชาเป็นฝ่ายยิงก่อน
หลังเกิดเหตุทางทหารคนสนิท พล.อ.เตีย เซ็ยฮา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้โทรศัพท์มาหา พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ขอให้ของฝาก ทั้งสองฝ่ายลดการเผชิญหน้า ซึ่งปัจจุบันทางทหารไทยก็ยังตรึงกำลังอยู่ในพื้นที่เช่นเดียวกับกัมพูชา
“ผมได้รับรายงานจากในพื้นที่ว่า ถือเป็นเหตุการณ์ที่จำเป็นที่จะต้องยิงโต้ตอบ เพื่อป้องกันตัวและปกป้องอธิปไตยของไทย และผมได้กำชับไปว่าให้ระมัดระวัง ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้แม้จะหยุดยิง แต่กำลังทั้งสองฝ่ายยังวางเผชิญหน้ากันอยู่ โดย พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เรียกประชุมกองกำลังที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทั้งหมด“ นายภูมิธรรมกล่าว
เมื่อถามว่าการที่กัมพูชาได้เข้ามาในพื้นที่อ้างสิทธิเป็นการละเมิด MOU 2543 หรือไม่ นายภูมิธรรมระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวยังไม่ได้มีการปักปันเขตแดน และยังไม่ได้มีข้อตกลงว่าเป็นพื้นที่ของใคร นอกจากนี้ ก็เคยพูดคุยกันไปแล้วว่าในพื้นที่เช่นนี้ห้ามไปก่อสร้างหรือทำสิ่งใด ๆ เพิ่มเติม ยกเว้นการลาดตระเวนร่วมกันของกำลังทั้งสองฝ่ายโดยปราศจากอาวุธ
เมื่อถามว่าเหตุการณ์ดังกล่าวถือว่าฝ่ายกัมพูชาเป็นฝ่ายละเมิด MOU 2543 ใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่าตนขอฟังรายละเอียดทั้งหมดก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ได้เรียกประชุมผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างเร่งด่วน เพื่อกำชับแนวทางปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน