เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ART ไทย-สหรัฐคืบ! จ่อประกาศผลกลาง พ.ย. เปิดทาง AI-ชิป-พลังงาน-เกษตร”
Economic ART ไทย-สหรัฐคืบ! จ่อประกาศผลกลาง พ.ย. เปิดทาง AI-ชิป-พลังงาน-เกษตร”
กสิกรไทยชี้เลือกตั้งสหรัฐหนุนหุ้นโลก หุ้นไทยสวนทาง จากแรงกดดันหุ้นพลังงาน
Finance กสิกรไทยชี้เลือกตั้งสหรัฐหนุนหุ้นโลก หุ้นไทยสวนทาง จากแรงกดดันหุ้นพลังงาน
บุกห้องเย็นสมุทรสาคร อายัดไส้สุกร 24.6 ตัน มูลค่าเกิน 5 ล้าน ไร้เอกสารครบ
Economic บุกห้องเย็นสมุทรสาคร อายัดไส้สุกร 24.6 ตัน มูลค่าเกิน 5 ล้าน ไร้เอกสารครบ
เทขายหุ้นเทคฯ ทั่วโลก ลามเอเชีย หลังร่วงทุบสถิติ ตั้งแต่โควิดรับเดโมแครตชนะเลือกตั้ง
World เทขายหุ้นเทคฯ ทั่วโลก ลามเอเชีย หลังร่วงทุบสถิติ ตั้งแต่โควิดรับเดโมแครตชนะเลือกตั้ง
กกต. รับรองผล ‘บอร์ดประกันสังคม’ อย่างเป็นทางการ ‘ประกันสังคมก้าวหน้า’ กวาดที่นั่งครบ
ไฮไลท์ประชาชาติ กกต. รับรองผล ‘บอร์ดประกันสังคม’ อย่างเป็นทางการ ‘ประกันสังคมก้าวหน้า’ กวาดที่นั่งครบ
ราคาทองวันนี้ (6 พ.ย. 69) ร่วงลง 1,050 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 พ.ย. 69) ร่วงลง 1,050 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,000 บาท
เกษตรฯ ย้ำเอกชนนำเข้าข้าวโพด-ถั่วเหลือง ต้องซื้อผลผลิตไทยก่อน ห้ามชนฤดูเก็บเกี่ยว
Economic เกษตรฯ ย้ำเอกชนนำเข้าข้าวโพด-ถั่วเหลือง ต้องซื้อผลผลิตไทยก่อน ห้ามชนฤดูเก็บเกี่ยว
ก.ล.ต. เชือดอดีตผู้แนะนำลงทุนแบงก์ 10 ปี พบแอบทำ ATM-ขายกองทุนลูกค้า 53.57 ล้าน
Finance ก.ล.ต. เชือดอดีตผู้แนะนำลงทุนแบงก์ 10 ปี พบแอบทำ ATM-ขายกองทุนลูกค้า 53.57 ล้าน
ไทยรุกตลาดแอฟริกา! โกตดิวัวร์ชวนเอกชนไทยลุยธุรกิจประมง-ปศุสัตว์”
Economic ไทยรุกตลาดแอฟริกา! โกตดิวัวร์ชวนเอกชนไทยลุยธุรกิจประมง-ปศุสัตว์”
ธนารักษ์ เปิดขายเหรียญที่ระลึก เฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
Finance ธนารักษ์ เปิดขายเหรียญที่ระลึก เฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
ดูทั้งหมด

หุ้นไทย 5 เดือนแรก ร่วง 17.9% นักลงทุนหันพึ่งหุ้นปันผลสูง จับตาเจรจาภาษีสหรัฐ

09 มิ.ย. 2568 | 17:28น.
หุ้นไทย

ตลาดหลักทรัพย์ เผยหุ้นไทยเดือน พ.ค. 68 ร่วง 4% จากปัจจัยเจรจาสหรัฐ-จีน ยังไม่ชัดเจน-MSCI ลดน้ำหนักหุ้นไทย โดยต้นปีติดลบ 17.9% นักลงทุนหันสนใจหุ้นปันผลสูงมากขึ้น จับตาเจรจาไทย-สหรัฐ ก่อนเส้นตาย 90 วัน ชี้หุ้นไทยมูลค่าอยู่ในระดับน่าสนใจ ลุ้นต่างชาติเข้าลงทุน

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ณ วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 SET Index ปิดที่ 1,149.18 จุด ปรับลดลง 4.0% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการปรับลดลงมากกว่าตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ในภูมิภาค ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 ปรับลดลง 17.9% เนื่องจากความผันผวนจากปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศยังคงรบกวนบรรยากาศการลงทุนทั้งในระยะสั้น และระยะกลาง

ผู้ลงทุนอาจหันมาสนใจกลยุทธ์การลงทุนที่เน้นผลตอบแทนที่มั่นคงจากเงินปันผล ที่บริษัทจดทะเบียนไทยมีการจ่ายปันผลที่ค่อนข้างสูงและสม่ำเสมอ โดยหากกระจายหุ้นในพอร์ตโฟลิโอไปในกลุ่มธุรกิจที่หลากหลายจะยิ่งช่วยบริหารความเสี่ยงในยามที่ความไม่แน่นอนสูงอีกด้วย

กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2567 ได้แก่ กลุ่มการเงิน กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มทรัพยากร กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มเทคโนโลยี

มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 43,327 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 9.9% โดยผู้ลงทุนต่างชาติมีสถานะเป็นผู้ขายสุทธิ 16,182 ล้านบาท และยังคงมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ระดับ 55.37% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการปรับพอร์ตการลงทุนตาม MSCI Rebalance ที่มีด้วยกันสองรอบต่อปีในเดือนพฤษภาคมและพฤศจิกายน ตามลำดับ

Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นพฤษภาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 12.5 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 12.1 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 13.7 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 13.6 เท่า

อัตราเงินปันผลตอบแทน ณ สิ้นพฤษภาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 4.28% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 3.34%

ส่วนภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เดือนพฤษภาคม 2568 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 356,872 สัญญา ลดลง 17.7% จากเดือนก่อน ที่สำคัญจากการลดลงของ Single Stock Futures และ SET50 Index Futures ทำให้ในปี 2568 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 437,620 สัญญา ลดลง 9.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่สำคัญจากการลดลงของ Single Stock Futures และ Gold Online Futures

นายศรพลกล่าวต่อว่า ในเดือนพฤษภาคม 2568 เริ่มเห็นพัฒนาการด้านการเจรจาการค้าโดยสหรัฐและจีนได้เห็นพ้องที่จะระงับการเรียกเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ (reciprocal tariffs) เป็นเวลา 90 วัน ทำให้ผู้ลงทุนคลายความกังวลจากสงครามการค้าและเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง

ขณะที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ซึ่งควบคุมโดยพรรครีพับลิกัน ได้ลงมติอนุมัติร่างกฎหมายลดภาษีและการใช้จ่ายขนาดใหญ่ ที่เสนอโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า “One Big Beautiful Bill” ซึ่งมีบางมาตราอาจกระทบกับการจัดเก็บภาษีผู้ลงทุนต่างชาติในสหรัฐ

ขณะที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาสที่ 1/2568 ขยายตัว 3.1% จากการส่งออกที่เร่งตัวขึ้นจากการเร่งส่งมอบสินค้าก่อนการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐ และการลงทุนภาครัฐที่ฟื้นตัวอย่างโดดเด่น ทำให้บริษัทจดทะเบียน (บจ.) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2568 โดยภาพรวมมีกำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่องจากการขยายตัวของภาคการส่งออก และภาคบริการ เช่น อาหารและเครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภค ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ค้าปลีก ขนส่ง และโทรคมนาคม

นอกจากนี้ บจ. กว่าครึ่งรายงานกำไรสุทธิเท่ากับหรือสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ สาเหตุหลักมาจากการรับได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบโลกซึ่งเป็นต้นทุนหลักที่ปรับลดลง นอกจากนี้ รายจ่ายดอกเบี้ยของ บจ. ในไตรมาสล่าสุดยังสะท้อนถึงต้นทุนทางการเงินที่ลดลงสอดคล้องกับการลดดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

ขณะที่แนวโน้มเดือนมิถุนายนยังรอต้องจับตาผลการเจรจาระหว่างไทยและสหรัฐที่จะครบกำหนด 90 วัน ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2568 ซึ่งหากมีความชัดเจนจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นไทย รวมทั้งยังต้องผลการตัดสินของศาลอุธรณ์สหรัฐฯกรณีศาลการค้าสหรัฐฯมีคำสั่งยกเลิกมาตรการภาษีตอบโต้

อย่างไรก็ตาม จากการคาดการณ์ GDP ปี 2568 ของ สศช. ที่คาดว่าจะขยายตัวทั้งปี 1.8% ทำให้ครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวลงมากกว่าครึ่งปีแรก โดยยังต้องจับตานโนบายทางการเงินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากงบประมาณ 1.57 แสนล้านบาทว่าจะเริ่มใช้ได้เมื่อไร นโยบายทางการเงินที่ปีนี้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปแล้ว 2 ครั้ง รวมทั้งผู้ว่าฯ ธปท.คนใหม่ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสรรหา

“อย่างไรก็ตามมูลค่าหุ้นไทยก็ลงมาต่ำอยู่ในระดับที่น่าสนใจ ทำให้โอกาสที่หุ้นไทยจะปรับลงรุนแรงก็จำกัด และแม้สภาพคล่องของการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้จะลดลงบ้าง แต่หุ้นไทยยังมีเป็นแชมป์ในภูมิภาคอาเซียน และยังมีโอกาสลุ้นเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ”