สมาคมค้าทองชี้สงครามอิหร่าน-อิสราเอล ทำราคาทองผันผวนหนัก เตือนผู้ค้าระมัดระวัง
นายกสมาคมค้าทองคำจัดสัมมนาใหญ่ที่โคราชชี้สงครามอิหร่าน-อิสราเอล ทำราคาทองผันผวนหนัก เตือนผู้ประกอบการอัพเดตข้อมูลข่าวสารโลก
สมาคมค้าทองคำ และสมาคมค้าทองคำนครราชสีมา ได้ร่วมกันจัดงานสัมมนา “อัพเดตข่าวสารวงการทองคำ 2568” ที่โรงแรมเซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 โคราช อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยมี นายจิตติ ตั้งสิทธิภักดิ์ นายกสมาคมค้าทองคำ เป็นประธานเปิดการสัมมนา
โดยมีผู้ร่วมสัมมนา ประกอบด้วย นายภาวิช ประพฤทธิพงษ์ นายกสมาคมค้าทองคำนครราชสีมา, นายชัยชนะ ประพฤทธิพงษ์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมค้าทองคำนครราชสีมา, พ.ต.ท.ชัยชนะ กาญจนะคช ผอ.ส่วนกำกับ และตรวจสอบ 7 สำนักงาน ปปง. นางวิลาวัลย์ ลิมปนะวรรณกูล ผอ.ส่วนงานวิชาการการกำกับ สำนักงาน ปปง. นายธีรเดช สินธพเรืองชัย เลขาธิการสมาคมค้าทองคำ นายสมบูรณ์ ภุชงค์โสภาพันธุ์ กรรมการสมาคมค้าทองคำ และประธานอนุกรรมการฯ ธุรกิจค้าปลีก และผู้ประกอบการค้าทองคำทั่วประเทศ เดินทางเข้าร่วมสัมมนากว่า 300 คน

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาทองคำในปีนี้มีความผันผวนสูงมาก โดยตั้งแต่ต้นปี เดือนมกราคม 2568 ราคาทองคำมีการปรับเปลี่ยนขึ้นลงบ่อยครั้ง บางวันเปลี่ยนแปลง 20 -30 ครั้ง ผู้ประกอบการต้องอัปเดตราคาอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังได้รับผลกระทบจากนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ และปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ เช่น สงครามอิสราเอล-อิหร่าน รวมทั้งความผันผวนของค่าเงินบาท ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยกดดันให้ผู้ประกอบการต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง
“ปัจจุบันผู้ประกอบการเหนื่อยล้า และลำบาก เพราะยอดขายลดลง อีกทั้งร้านทองบางร้านต้องปิดกิจการลง เพราะไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้”

พร้อมกันนี้สมาคมค้าทองคำยังได้ร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ในการให้ความรู้เรื่องกฎหมายฟอกเงิน เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่อการถูกใช้ในการฟอกเงิน โดยสมาคมฯ พยายามกระจายข่าวสารความรู้ไปยังผู้ประกอบการทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และปลอดภัย
พ.ต.ท.ชัยชนะ กาญจนะคช ผอ.ส่วนกำกับ และตรวจสอบ 7 สำนักงาน ปปง. เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการค้าทองคำมีบทบาทของตนในฐานะผู้มีหน้าที่รายงานตามกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้ธุรกิจถูกใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงิน โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่ทองคำถือเป็นสินทรัพย์ความเสี่ยงสูงกว่ากระแสเงินสด ปัจจุบันได้มีการจัดตั้งระบบสารสนเทศ CAP สำหรับประเมินความเสี่ยงของธุรกรรม และระบบ APS สำหรับตรวจสอบบุคคลที่ถูกกำหนด (Designated Person) ซึ่งหากตรวจพบต้องงดเว้นการทำธุรกรรมทันที
รวมถึงดำเนินการตามกระบวนการ KYC (Know Your Customer) อย่างถูกต้อง ย้ำว่าการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการตรวจสอบเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจปลอดภัย และลดความเสี่ยงจากการถูกแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ทั้งนี้ผู้ประกอบการควรเข้าสู่ระบบ CAP และศึกษารายละเอียดข้อกฎหมายอย่างถูกต้องครบถ้วน
