แพทย์เตือนเช็กภาวะหัวใจล้มเหลว
เครือมติชนผนึกกำลังหน่วยงานพันธมิตรเปิดงานเครือมติชนผนึกกำลังจัดงาน “Thailand Healthcare 2025” ภายใต้ธีม ‘A Better Life : สร้างสุขทุกช่วงวัย’ เริ่มเวที Health Talk แรก “ไขมันสูง ความดันสูง…ภัยเงียบที่นำไปสู่หัวใจล้มเหลว” โดย นพ.โชคอนันต์ แพทย์เฉพาะทางสาขาอายุรศาสตร์โรคหัวใจ และหลอดเลือดโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เตือนเช็กความเสี่ยงร่างกายป้องกันภาวะหัวใจล้มเหลว
เริ่มแล้วสำหรับงานแฟร์เพื่อสุขภาพอันดับ 1 ของประเทศที่เครือมติชนผนึกกำลังกับโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศ พร้อมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งพันธมิตรด้านสุขภาพ จัดงาน “Thailand Healthcare 2025” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 เพื่อส่งเสริมสุขภาพของประชาชนในทุกช่วงวัย ภายใต้ธีม ‘A Better Life : สร้างสุขทุกช่วงวัย’ ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน ถึง 29 มิถุนายน 2568 เวลา 10.00-20.00 น. ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์
โดยเปิดงานด้วยเวที Health Talk ไขมันสูง ความดันสูง…ภัยเงียบที่นำไปสู่หัวใจล้มเหลว โดย นพ.โชคอนันต์ ไทยถิรโรจน์ แพทย์เฉพาะทางสาขาอายุรศาสตร์โรคหัวใจ และหลอดเลือดโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

นพ.โชคอนันต์ กล่าวว่า ความดันโลหิตสูงเกิดขึ้นจากความดันในเม็ดเลือดแดงสูง ความดันสูงจะต้องอยู่ที่ตัวเลขบน 140 ล่าง 90 จึงถึงว่าสูง และตัวเลข LDL คอเลสเตอรอล 130 mg/dL ถือว่าสูง การรับประทานเพื่อไม่ให้ไขมันสูงคือควรงดคอเลสเตอรอล เลี่ยงไขมันอิ่มตัว ไขมันหมู อันที่จริงแล้วหากเลือกรับประทานอาหารคอเลสเตอรอลสูง เช่น ไข่แดง จะกระทบค่า LDL แค่ปานกลาง เมื่อเทียบอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวเยอะ ๆ เช่น น้ำมันปลา น้ำมันหมู ตัวค่า HDL ไขมันดี ในผู้ชายควรจะอยู่ที่ 40 และผู้หญิงควรอยูที่ 50 เราควรดูแลตนเองด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่สูบบุหรี่จะช่วยเพิ่มตัวค่า HDL
นพ.โชคอนันต์ กล่าวต่อว่า หากเราไขมันสูง ความดันสูง จะก่อให้เกิดหัวใจล้มเหลวได้ ซึ่งหัวใจล้มเหลวนั้นคือการที่มีภาวะความผิดปกติของการทำงานของหัวใจที่ไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อและอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายได้ เกิดจากความผิดปกติจากโครงสร้างต่าง ๆ ของหัวใจ หากเรามีความดันสูงเป็นเวลานาน เราจะมีภาวะหัวใจหนา ทำให้การผ่อนตัวของหัวใจไม่ดี ความดันโลหิตสูงจะทำให้เส้นเลือดในหัวใจตีบ คอเลสเตอรอลจะเป็นสารเหนียว ๆ ถ้ามีสูงมากมันจะเข้าไปเกาะตามผนังหัวใจ เมื่อเป็นในระยะเวลานาน ๆ จะตีบ จะทำให้หัวใจเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
นพ.โชคอนันต์ กล่าวอีกว่า การลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจในอนาคตควรหมั่นวัดความดัน ในคนอายุน้อยควรวัดปีละ 1 ครั้ง ในผู้สูงอายุควรจะวัดความดันปีละ 2 ครั้ง แต่ตัวคนไข้นั้นอาจจะมีภาวะเครียดเมื่อมาโรงพยาบาลได้ ดังนั้นแนะนำให้มีเครื่องวัดความดันที่บ้าน ลองวัดติดต่อกัน 7 วัน ตอนเช้า 2 ครั้ง ตอนเย็น 2 ครั้ง จากนั้นนำมาหารแล้วจะได้ค่ากลาง ตัวเลขควรจะอยู่ที่ตัวบน 135 ตัวล่าง 85 หากความดันสูง การรักษาเบื้องต้นอาจจะดูว่าสาเหตุเกิดจากอะไร แล้วเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ถ้ายังไม่ช่วยต้องใช้ยาลดความดัน
“ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นหัวใจล้มเหลว อาจจะมีอาการหอบเหนื่อยง่าย ขาบวม นอนไม่ได้ต้องใช้หมอนหนุน ตื่นนอนหอบกลางคืน เรามีเทสที่ทำที่บ้านได้ง่าย ๆ เป็นการทดสอบคือลองก้มลงในท่าผูกเชือกรองเท้า 30 วินาที หากเงยหน้าขึ้นมาแล้วไม่มีอาการเวียนหัว เหนื่อยหอบ อาจจะถือว่าปกติ แต่เป็นเพียงการทดสอบเบื้องต้นเท่านั้น หากผู้ป่วยมีภาวะหัวใจล้มเหลว
แนวทางการรักษาคือการรักษาที่ต้นเหตุ หากเป็นที่เส้นเลือดก็รักษาด้วยการบอลลูน ใส่ขดลวด หากคนไข้มีความผิดปกติที่ลิ้นหัวใจก็ต้องซ่อมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจ เราต้องลดอัตราการนอนโรงพยาบาล ลดอัตราการเสียชีวิต อาจจะมีการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ การดูแลเมื่อใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจคือเมื่อเริ่มใส่เครื่องต้องระวังแผล ระวังแขนซ้าย 2 อาทิตย์ หลังจากนั้นคนไข้สามารถใช้ชีวิตปกติได้เลย ยุคสมัยนี้เราสามารถติดตามการทำงานของเครื่องได้ว่าผู้ป่วยมีภาวะปกติหรือไม่ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน”
“ตามสถิติเราจะพบว่า 1 ใน 5 คน มีโอกาสเป็นหัวใจล้มเหลวได้ ไม่ใช่โรคที่เป็นเฉพาะผู้สูงอายุ คนอายุน้อยก็มีโอกาสเป็นได้ และโควิดก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยของการเป็นโรคหัวใจล้มเหลวได้เช่นกัน แนะนำว่าหากพบอาการดังที่กล่าวมาให้ปรึกษาแพทย์ ซื้อเครื่องวัดความดันไว้ที่บ้าน ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต” นพ.โชคอนันต์ กล่าว
ทั้งนี้ งาน Thailand Healthcare 2025 ภายใต้ธีม ‘A Better Life : สร้างสุขทุกช่วงวัย’ จัดใหญ่จัดเต็มครบทุกไฮไลต์ 4 วัน ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน ถึงวันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2568 ที่ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ ประชาชนสามารถเดินทางมาด้วยรถไฟฟ้า MRT ลงที่สถานีสามย่าน ทางออกที่ 2