ดร.ฐนิต อาจารย์ประจำสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดมุมมอง Processed Food กับสุขภาพที่แท้จริง ภายในงาน “Thailand Healthcare 2025” งานแฟร์สุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ ระหว่างวันที่ 26-29 มิถุนายน ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ที่ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์
‘เครือมติชน’ พร้อมด้วยพันธมิตรด้านสุขภาพ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จัดงานแฟร์สุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ “Thailand Healthcare 2025” ภายใต้ธีม ‘A Better Life : สร้างสุขทุกช่วงวัย’ ระหว่างวันที่ 26-29 มิถุนายน ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ที่ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
ดร.ฐนิต วินิจจะกูล อาจารย์ประจำสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล บอกเล่าในหัวข้อ Processed Food: กินง่าย ป่วยไว ตายผ่อนส่ง จริงหรือ? ว่า จากสื่อโซเชียลทำให้เกิดความกลัวกับอาหารแปรรูปและส่งผลโดยตรงต่อการเลือกใช้ชีวิตและเลือกกิน
จึงอยากให้รู้จัก “Processed Food” หรืออาหารแปรูป กันก่อน โดยสามรถแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ อาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อย (Unprocessed or Minimally Processed Foods) เช่น อาหารจากพืช-สัตว์ หรือนม, เครื่องปรุงต่างๆ (Processed Culinary Ingredients), มีกระบวนการแปรรูปมากขึ้น (Processed Foods) เช่น ขนมปัง ชีส แอลกอฮอล์ และปลากระป๋อง และ อาหารแปรรูปจัด (Ultra-Processed Foods) หรือก็คืออาหารที่มีส่วนผสมตามธรรมชาติน้อยมาก เช่น ไอศครีม น้ำอัดลม ขนมขบเคี้ยว

ดร.ฐนิต แนะนำในส่วนนี้ว่า ผลกระทบจากการกินสามารถเจอได้ทุกช่วงวัย ทุกคนล้วนกลัวความเจ็บ ความป่วย การเสียชีวิต และหลายหลายครั้งการให้ความสำคัญกับการกินมากจนวิตกกังวล จนกินไม่ได้ อาจเป็นผลเสียมากโดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่เสี่ยงขาดสารอาหาร
ซึ่งทุกคนสามารถบาลานซ์การกินกับ Processed Food ได้ เพราะนักโภชนาการเวลาดูผลของการกินมักดูภาพรวมของอาหารในระยะยาวอยู่แล้ว หากภาพรวมกินดี กินอะไรเล็กๆน้อยๆมักไม่มีผลเลยด้วยซ้ำ
Processed Food ตายผ่อนส่ง จริงหรือ?
ในส่วนความคิดนี้ ดร.ฐนิต มองว่า ไม่ว่าจะกินอะไรก็ปลายทางเหมือนกัน สิ่งที่คนกลัวคือกลัวว่าจะไม่ได้อยู่อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่สามารถทำกิจกรรมชีวิตประจำวันได้ หากมองในแง่ความสัมพันธ์ระหว่าง Process Food กับงานวิจัย
มีงานวิจัยที่ชี้ว่ามีความเชื่อมโยงกันจริง หากกินเยอะ กินบ่อย ก็มีแนวโน้มที่จะไม่ดีต่อสุขภาพ แต่หากเหมารวมว่าทุกอย่างที่มีใน Process Food ไม่ดีต่อสุขภาพ อาจเป็นผลเสียแทนเพราะเสี่ยงขาดสารอาหาร
กลัวอะไรใน Processed Food ?
งานวิจัยจาก UPF and Obesity (Dicken SJ, et al. Curr Nutr Rep.) พบว่า หากมีการใช้สารใน Ultra Process Food ในปริมาณที่กำหนด ก็ไม่มีผลเสียต่อสุขภาพ แต่อาหารที่ถูกปรุงให้อร่อยจึงมีพลังงานเยอะกว่าอาหารธรรมชาติ ส่งผลให้น้ำหนักขึ้นเดือนละอย่างน้อย 2 กิโลกรัม เพราะมีสารอาหารมากเกินปริมาณร่างกายที่ต้องการ
อย่างไรก็ตาม การดูฉลากเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องเข้าใจก่อนว่ากำลังกลัวอะไรในอาหาร หลายคนมีความต้องการที่ต่างกัน มีความชอบที่แตกต่างกัน หลักการกินเพื่อสุขภาพคือ ลดหวาน มัน เค็ม เติมเต็มผักผลไม้ ดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำหวาน ซึ่งแต่ละคนนำมาใช้ไม่เหมือนกัน
บางคนอาจงดคาร์บ งดแป้ง ซึ่ง ดร.ฐนิต เคยเจอกับคนไข้ที่เครียดจากการงดอาหารบางอย่าง และได้แนะนำเพิ่มเติมด้วยว่า ในกรณีที่เดิมทีไม่ได้ชอบทานแป้งอยู่แล้ว การลดแป้งเป็นเรื่องดี แต่หากเป็นคนที่ชอบไขมันมากๆ จะบอกทานอาหารไขมันต่ำก็เป็นเรื่องยาก ส่วนตัวมองว่าควรให้ความสำคัญกับสิ่งที่ร่างกายต้องการ และความต้องการประโยชน์จากวัตถุดิบอะไรเป็นหลัก
“สุขภาพกายดี แต่สุขภาพใจไม่ดี ก็ไม่เรียกว่าเป็นสุขภาพดีนะครับ อยากแนะนำว่าตามโรงพยาบาลมีนักโภชนาการอยู่ สามารถปรึกษาและรับคำแนะนำรายบุคคลได้ เพราะแต่ละคนจะมีเทคนิคที่ต่างกัน เราเลือกสิ่งที่เราทำได้จะส่งผลที่ยั่งยืนมากกว่าและมีสุขภาพดีได้ในระยะยาวมากกว่าการฟังคนอื่นแล้วไม่แมตช์กับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง”

ในฐานะนักกำหนดอาหารประจำโรงพยาบาล ดร.ฐนิต แนะว่าการกินไม่ควรเป็นสิ่งที่ทำให้เครียดเพิ่ม การที่ต้องเครียดเรื่องกินไม่ได้ส่งเสริมสุขภาพ แม้ว่าการสนใจเรื่องกินเพื่อสุขภาพเป็นเรื่องดี อยากให้นำหลักการกินเพื่อสุขภาพว่าตรงกับไลฟ์สไตล์เรามากแค่ไหน แล้วค่อยค่อยปรับ ให้เราเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีกว่า วิธีการคิดแบบนี้ส่งผลดีในระยะยาวมากกว่าที่ฟังคนอื่น
“อย่าทำให้การกินเป็นเรื่องเครียด เราสามารถทำให้การกิน Healthy และ Happy ไปพร้อมๆกันได้” ดร.ฐนิต กล่าวทิ้งท้าย