ปี 2568 นับเป็นปีสำคัญในโอกาสครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน
นับตั้งแต่ที่ 2 ประเทศสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน เมื่อ 1 กรกฎาคม 2518 โดย “ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช” กับ “โจว เอินไหล” นายกรัฐมนตรีจีน ได้ร่วมลงนามในแถลงการณ์ว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์
มหาอุปรากรสะท้านปฐพี
ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่นนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมด้วยพันธมิตร ได้นำ “งิ้วแต้จิ๋ว” จาก “คณะกึงตังเตี่ยเกี๊ยะอี่อิ๊กท้วง” อันดับหนึ่งจากเมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน มาเปิดม่านการแสดงอุปรากร เพื่อร่วมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ไทย-จีน อย่างยิ่งใหญ่
ในชื่อชุดว่า “มหาอุปรากรสะท้านปฐพี” พร้อมขนทัพนักแสดงและทีมงานกว่า 80 ชีวิต ตลอดการแสดง 7 วัน สามารถเข้าชมได้ในวันที่ 10-16 กรกฎาคม 2568 ที่ทรู ไอคอน ฮอลล์ ไอคอนสยาม
“ศุภชัย เจียรวนนท์” ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยในโอกาสนี้ว่า จุดมุ่งหมายของการเฉลิมฉลอง 50 ปีไทย-จีน คือการเปิดเวทีให้ศิลปะจีนที่มีประวัติยาวนานกว่า 590 ปี ได้เผยแพร่สู่ประชาชนชาวไทย เป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและซอฟต์พาวเวอร์ของสองประเทศให้คงอยู่ในยุคปัจจุบัน
งิ้วแต้จิ๋วสอดแทรกคุณค่าทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง ทั้งเรื่องของรักแท้ ความกตัญญู ซื่อสัตย์และเสียสละ เป็นการส่งเสริมและแลกเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตจากรุ่นสู่รุ่นให้อยู่ในสังคมร่วมสมัยได้อย่างกลมกลืน

“ผมเติบโตมากับทั้งสองวัฒนธรรม ถือเป็นรากฐานของชีวิตที่ทำให้ผมเป็นตัวบุคคลในวันนี้ เชื่อว่าการแสดงนี้จะทำให้มีโอกาสได้คบค้าระหว่างชาติจีนและไทย ทำการค้าด้วยความมีน้ำหนึ่งใจเดียว เจริญไปด้วยกันทั้งสองประเทศ-วัฒนธรรม จึงอยากเรียนเชิญคนรุ่นใหม่ร่วมงานอุปรากรในครั้งนี้ เพราะงิ้วแต้จิ๋วไม่ใช่เพียงการแสดง แต่เป็นมรดกระดับชาติที่เปี่ยมด้วยความหมาย คาดหวังอย่างยิ่งว่าจะเป็นสิ่งเชื่อมโยงระหว่างไทย-จีน และเป็นตัวเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่”
ทั้งนี้ การแสดงมหาอุปรากรสะท้านปฐพี ได้คัดสรรเรื่องราวคลาสสิกที่ถ่ายทอดคุณค่าความดีและจริยธรรม เช่น สี่หนึ่งจิว วีรสตรีผู้เสียสละเพื่อบ้านเมือง, มเหสีฮั่งบุ๊ง สะท้อนหลักนิติธรรมเหนืออำนาจส่วนตัว, พระโมคคัลลานะโปรดโยมมารดา เรื่องแห่งความกตัญญูอันยิ่งใหญ่, พยัคฆ์ปักไหม ผลงานรางวัลสูงสุดของจีนที่สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับงิ้วแต้จิ๋ว และลำนำเพลงรัก เรื่องรักอมตะจากวรรณกรรมจีน เป็นต้น
“พาน จิ่น” อัครราชทูตที่ปรึกษา และกงสุลใหญ่ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมในกิจกรรมเฉลิมฉลองวาระสำคัญของมิตรภาพไทย-จีน ด้วยการแสดงศิลปะงิ้วแต้จิ๋ว ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของจีน และเป็นศิลปะที่ครองใจชาวไทยเชื้อสายจีนมายาวนาน
การแสดงในครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงสายสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมที่แน่นแฟ้น หากยังเสริมสร้างความเข้าใจและความใกล้ชิดระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
โคมไฟยู่หยวน ครั้งแรกในไทย
ไอคอนสยาม ยังได้ร่วมกับบริษัท เซี่ยงไฮ้ ยู่หยวน ทัวริสต์มาร์ท กรุ๊ป (Shanghai Yuyuan Tourist Mart Group Co., Ltd.) ผู้จัดเทศกาลโคมไฟของประเทศจีน และ อินเตอร์สเต็ปส์ (Intersteps) จัด “มหกรรมแสดงศิลปะโคมไฟยู่หยวน ชุด จิตวิญญาณแห่งภูผาและมหาสมุทรและเดือนแห่งการเฉลิมฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์การทูตไทย-จีน Spirit of Mountains and Seas ? Yuyuan Lantern Festival and 2025 China-Thailand Culture Month”
โดยเป็นมหกรรมโคมไฟยู่หยวนเต็มรูปแบบครั้งแรกในประเทศไทย และเปิดประสบการณ์ให้ประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้สัมผัสความงดงามทรงคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรม ตั้งแต่วันนี้ ถึง 15 สิงหาคม 2568 เวลา 16.00-22.00 น. ณ ริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม
![]()
มหกรรมโคมไฟยู่หยวนจากเซี่ยงไฮ้ จัดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ณ ไอคอนสยาม ไม่เพียงสะท้อนถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ ยังทำให้เห็นถึงพลังของศิลปะวัฒนธรรมที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนจากต่างเชื้อชาติให้เข้าใจกันมากยิ่งขึ้น
เทศกาลโคมไฟยู่หยวนจากนครเซี่ยงไฮ้ เป็นเทศกาลโคมไฟที่มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของจีน โดยครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เทศกาลโคมไฟอันงดงามและยิ่งใหญ่ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองให้กับวาระครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย
โดยจัดแสดงในธีม “จิตวิญญาณแห่งภูผาและมหาสมุทร” (Spirit of Mountains and Seas) ซึ่งนำแรงบันดาลใจจากคัมภีร์โบราณ “ซานไห่จิง” หรือ “คัมภีร์ขุนเขาและท้องทะเล” มารวมเข้ากับแนวคิด “เกาะแห่งเจ้าพระยา” จำลองเป็นดินแดนมหัศจรรย์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ดูราวกับเป็นเกาะลอยน้ำซึ่งประดับประดาด้วยแสงสีหลากหลายของโคมไฟร่วมสมัย
![]()
ผสานเทคนิคแสง เงา และอินเตอร์แอ็กทีฟ ให้โคมไฟแต่ละกลุ่มเปรียบเสมือนเกาะลึกลับที่กระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณ โดยมีสิ่งมีชีวิตจากคัมภีร์ขุนเขาและท้องทะเลรอคอยให้ผู้ชมได้เข้าไปสำรวจและค้นพบประสบการณ์ใหม่อันตระการตาและน่าประทับใจ นับเป็นการนำเสนอภาพแห่งมิตรภาพอันงดงามระหว่างจีนกับไทยในรูปแบบที่ชวนตื่นตาตื่นใจ
นอกจากความตระการตาของมหกรรมโคมไฟ ภายในงานยังมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการแสดงศิลปวัฒนธรรม ตลาดสินค้าท้องถิ่น สัปดาห์วัฒนธรรมในธีมต่าง ๆ รวมถึงนิทรรศการศิลปะและแสงสี ซึ่งจะส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางศิลปะ วัฒนธรรม และอาหาร รวมทั้งธุรกิจระหว่างสองประเทศอย่างลึกซึ้ง ท่ามกลางแสงสีของโคมไฟที่สะท้อนแสงแห่งมิตรภาพไทย-จีนสู่สายตาทั่วโลก
