เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ททท.จัดใหญ่ “Market Briefing 2027” อัพเดตแผนงานขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทยปี’70
Economic ททท.จัดใหญ่ “Market Briefing 2027” อัพเดตแผนงานขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทยปี’70
แสนสิริ กางโรดแมปภูเก็ต 5 ปี ดันพอร์ตสะสม 80,000 ล้าน ครึ่งปีหลังประเดิมพูลวิลล่าลักเซอรี
Real Estate แสนสิริ กางโรดแมปภูเก็ต 5 ปี ดันพอร์ตสะสม 80,000 ล้าน ครึ่งปีหลังประเดิมพูลวิลล่าลักเซอรี
ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (22 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.85 บาท มีผลตี 5
Economic ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (22 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.85 บาท มีผลตี 5
KTB ไตรมาส 2 กำไรสุทธิโต 9% ครึ่งปีกวาด 24,562 ล้าน “Wealth-ตลาดเงินตลาดทุน” หนุนรายได้
Finance KTB ไตรมาส 2 กำไรสุทธิโต 9% ครึ่งปีกวาด 24,562 ล้าน “Wealth-ตลาดเงินตลาดทุน” หนุนรายได้
แบงก์กรุงเทพ กำไร 6 เดือนแรกปี’69 ลดลง 16.2% ตามรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ
Finance แบงก์กรุงเทพ กำไร 6 เดือนแรกปี’69 ลดลง 16.2% ตามรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ
ฉลอง 3 ปีศูนย์สุขภาพ SIRIRAJ H SOLUTIONS ยอดผู้ใช้บริการทะลุ 6 แสนราย
Business ฉลอง 3 ปีศูนย์สุขภาพ SIRIRAJ H SOLUTIONS ยอดผู้ใช้บริการทะลุ 6 แสนราย
ศุภาลัย ปักหมุดสุพรรณบุรี จังหวัดที่ 30 ทุ่ม 2 พันล้าน เปิด ‘ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์’
Real Estate ศุภาลัย ปักหมุดสุพรรณบุรี จังหวัดที่ 30 ทุ่ม 2 พันล้าน เปิด ‘ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์’
CREDIT กำไรครึ่งปีแรกกว่า 2,154 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากรายได้ดอกเบี้ย-สินเชื่อ SME โตสวนตลาด
Finance CREDIT กำไรครึ่งปีแรกกว่า 2,154 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากรายได้ดอกเบี้ย-สินเชื่อ SME โตสวนตลาด
ออมสิน เปิดกู้สินเชื่อ ‘ออมสินสร้างอาชีพ’ ช่วยคนตัวเล็ก สูงสุดรายละ 5 หมื่น พร้อมดอกเบี้ยต่ำ
Finance ออมสิน เปิดกู้สินเชื่อ ‘ออมสินสร้างอาชีพ’ ช่วยคนตัวเล็ก สูงสุดรายละ 5 หมื่น พร้อมดอกเบี้ยต่ำ
2 กูรูเศรษฐกิจ KKP ‘ศุภวุฒิ-พิพัฒน์’ เตือนรับมือความเสี่ยง AI ชี้กระแสลงทุนอาจแบกตลาดได้อีกแค่ 2-3 ปี
Finance 2 กูรูเศรษฐกิจ KKP ‘ศุภวุฒิ-พิพัฒน์’ เตือนรับมือความเสี่ยง AI ชี้กระแสลงทุนอาจแบกตลาดได้อีกแค่ 2-3 ปี
ดูทั้งหมด

ควรประเมินผลงานแบบ 360 องศา เพื่อนำมาใช้ในการขึ้นเงินเดือนดีไหม ?

13 ก.ค. 2568 | 10:10น.
คอลัมน์ : SD Talk
ผู้เขียน : ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์
https://tamrongsakk.blogspot.com

เมื่อพูดถึงการประเมินผลงาน เราก็มักจะนึกถึงการประเมินผลงานของลูกน้อง โดยมีหัวหน้าเป็นผู้ประเมิน โดยยึดหลักที่ว่าหัวหน้าย่อมเห็นผลการปฏิบัติงานของลูกน้องได้ดีกว่าใคร เพราะเป็นผู้สั่งงาน มอบหมายงาน และต้องควบคุมติดตามงาน

ต่อมาก็เลยมีแนวคิดว่า แล้วถ้าหัวหน้าประเมินลูกน้องอย่างไม่เป็นธรรมล่ะ อย่างงี้ก็ไม่แฟร์กับลูกน้องน่ะสิ

ก็เลยให้คนหลาย ๆ คนมาประเมินจะดีไหม

ทำให้เกิดการประเมินแบบ 360 องศา หรือการประเมินรอบตัวผู้ถูกประเมินขึ้นมา โดยให้มีการประเมินผลงานหลาย ๆ ส่วน คือมีทั้งหัวหน้า, ลูกน้อง, เพื่อนร่วมงาน, พนักงานต่างแผนกที่ทำงานด้วยกัน และตัวของผู้ถูกประเมินมาร่วมในการประเมินผลงาน

การประเมินแบบรอบตัว 360 องศาแบบนี้ ในบางบริษัทก็นำผลมาใช้ในการพิจารณาขึ้นเงินเดือนประจำปีและจ่ายโบนัส บางบริษัทก็นำมาใช้เฉพาะการพัฒนาพนักงานเพียงอย่างเดียว โดยไม่เกี่ยวกับการขึ้นเงินเดือน

แล้วจากประสบการณ์ของผมล่ะมีความเห็นเป็นยังไง ?

ก็คงพูดตรงไปตรงมาตามนี้ครับ

1.การออกแบบการประเมินผล : เนื่องจากการประเมินผลงานแบบนี้มีหลาย Party มากที่เป็นผู้ประเมิน ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้า, ตัวพนักงานเอง, เพื่อนร่วมงานของผู้ถูกประเมิน ฯลฯ ซึ่งจะต้องออกแบบวิธีการประเมิน รวมถึงเกณฑ์การประเมินที่หลากหลายมุมมอง คำถามคือจะแน่ใจได้ยังไงว่าแต่ละมุมมองในการประเมินมีความแม่นตรงดีแล้ว ?

2.ความสิ้นเปลืองทรัพยากร : เป็นการประเมินผลงานที่มีแบบประเมินมากตามจำนวนผู้ประเมิน ยิ่งถ้าบริษัทไหนยังใช้วิธีการประเมินแบบเป็นแบบฟอร์มกระดาษอยู่ล่ะก็ จะมีกองกระดาษใบประเมินเยอะมาก การเก็บข้อมูลและการเรียกใช้ผลการประเมินจะวุ่นวายมาก และยังต้องใช้ Storage จัดเก็บข้อมูลในระบบมาก แถมบริษัทที่มีระบบการประเมินผ่านซอฟต์แวร์ หรือผ่าน Application ก็ยังต้องเจอกับความจุกจิกของระบบเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง Requirement ในอนาคต

3.ความผิดเพี้ยนของการประเมิน : ผมเคยถูกมอบหมายให้ประเมินเพื่อนร่วมงานในตำแหน่ง HR Manager ด้วยกันในอีก BU หนึ่งซึ่งอยู่คนละบริษัท แถมอยู่กันคนละ Location เพราะเราต่างก็เป็นบริษัทในเครือ ผมก็ตอบในใบประเมินผลไปว่า “ไม่สามารถให้ข้อมูลได้” เกือบทั้งหมด เพราะผมไม่ได้นั่งทำงานกับผู้บริหารคนนั้น ๆ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า HR Manager ใน BU อื่น ๆ เขาจะประเมินผมหรือไม่ จะประเมินยังไง หรือจะตอบเหมือนที่ผมตอบหรือเปล่า

4.มุมมองในการประเมินที่แตกต่างกัน : การให้ลูกน้องประเมินผลงานของหัวหน้า ลูกน้องก็จะมองในมุมของลูกน้อง ซึ่งยังขาดความเข้าใจในบทบาท หน้าที่ และสถานะของหัวหน้า ลูกน้องก็จะประเมินหัวหน้าเมื่อสั่งงานอะไรที่ไม่ถูกใจแม้จะเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องปฏิบัติ

5.การถ่วงน้ำหนักการประเมินผล : จะต้องมีการถ่วงน้ำหนักของแต่ละ Party เพื่อนำมาใช้ในการประมวลผลในภาพรวม ซึ่งแน่นอนว่าจะให้น้ำหนักกับส่วนที่หัวหน้าเป็นผู้ประเมินมากที่สุด ในขณะที่ Party ส่วนอื่น ๆ จะมีน้ำหนักที่ลดลงและน้อยกว่า อย่างนี้จะเหมือนคำพังเพยว่าไม้ซีกงัดไม้ซุงไหม

จากที่ผมเล่ามานี้แหละครับ คงต้องคิดให้ดีว่า ถ้าจะนำวิธีการประเมินแบบ 360 องศามาใช้ เพื่อนำผลจากการประเมินมาประกอบการพิจารณาขึ้นเงินเดือนประจำปีหรือจ่ายโบนัส จะเหมาะไหมกับการเสียเวลาและสิ้นเปลืองทรัพยากรเพื่อทำแบบนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับการให้หัวหน้าประเมินลูกน้องโดยตรงที่ไม่ต้องวุ่นวายขายปลาช่อนแบบขี่ช้างจับตั๊กแตน

สู้เอาเวลาไปคิดทำอะไรที่เกิดประโยชน์แบบทำน้อยได้มาก ตามกฎ 80:20 ดีกว่าจะมาเสียเวลาทำมากได้น้อยดีไหมครับ

แต่ถ้าใครยังเห็นว่าดี และคิดว่าเหมาะ จะนำมาใช้เพื่อขึ้นเงินเดือนต่อไปก็ตามสะดวกนะครับ เพราะบอกแล้วว่านี่เป็นความเห็นของผมจากประสบการณ์เท่านั้นแหละ เราเห็นต่างกันได้ไม่ว่ากัน

จริงไหมครับ ?