ทักษิณซัดผู้นำกัมพูชาไร้จริยธรรม งงคนไทยเข้าข้าง-ไม่รักกัน ลั่น ไม่มีเปลี่ยนนายกฯ ต้องทำงานต่อเนื่อง แนะออก พ.ร.ก.แก้ปัญหาหมักหมมประเทศ
ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ปลดล็อกอนาคตประเทศไทย สู้วิกฤตโลก พลิกเกมเศรษฐกิจไทย” และ “พลิกเกมเศรษฐกิจไทย สู่อนาคต” จัดโดย บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)
ทั้งนี้ นายทักษิณขึ้นเวทีปาฐกถาว่า หลายเรื่องพูดมาตั้งแต่เป็นนายกฯ เมื่อ 20 ปีแล้ว แต่มันไม่ไป วันนี้ก็ไม่ไปไหน หลายเรื่องก็ถอยเสียไปด้วยซ้ำ ตนจากไปต่างประเทศหลายปี กลับมาหลายเรื่องแย่กว่าเดิม แต่หลายเรื่องก็ก้าวหน้ามาก โดยเฉพาะเรื่องภาคเอกชน หรือส่วนราชการที่มีคนเก่ง ๆ วันนี้ประเทศไทยเราต้องการความเชื่อมั่นในหมู่คนไทยด้วยกันก่อน วันนี้คนไทยด้วยกันบางทีก็ไม่เชื่อมั่นตัวเอง และไม่คิดจะพยายามที่จะรวมพลังกัน มีความเป็นหนึ่งที่จะแก้ปัญหาด้วยกัน
“เรื่องที่เกิดขึ้นกับกัมพูชา ผมก็แปลกใจผู้นำเขมรมันไร้จริยธรรมจะตาย แต่เรากลับไปเข้าข้างมัน ผมก็งงว่าวันนี้ทำไมคนไทยไม่รักกัน ทั้งที่สิ่งนี้ไม่น่าเกิด ไม่มีผู้นำคนไหนในโลกเขาทำกัน แต่เรากลับทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคที่เพิ่งหลุดจากพรรคร่วมรัฐบาล ก็กลับมามองว่าเป็นการขายชาติ เลยไม่รู้ว่าตกลงว่าเขาเป็นเขมรหรือเป็นไทย” นายทักษิณกล่าว
นายทักษิณกล่าวต่อว่า วันนี้สิ่งที่ทำให้สะดุดปัญหาของประเทศที่ทำให้ประเทศนั้นชะงักอยู่ อันแรกคือปัญหาการเมือง ซึ่งรัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด เป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ที่ตอนนั้นพรรคไทยรักไทยเข้ามาจากการเลือกตั้งครั้งแรก โดยเป็นการขายนโยบาย และชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย แต่ตอนหลังความเข้มแข็งของพรรคไทยรักไทย หลังมีการปฏิวัติกลับถอยกลับ
วันนี้การตั้งรัฐบาลผสมหลาย ๆ พรรค ต้องนึกถึงเมื่อ 51 ปีที่แล้ว ที่ไปช่วยราชการนายปรีดา พัฒนถาบุตร อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาล ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี เหมือนกันเลยที่การเมืองไม่มีเสถียรภาพ ล้มกันไปล้มกันมา ผลสุดท้ายบ้านเมืองไม่ไปไหน ตนก็อยากจะขอร้องทุกคน ว่าการเมืองเปลี่ยนแปลงได้ แต่บ้านเมืองต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องต่อไป ไม่ว่าการเมืองจะเป็นอย่างไร ข้าราชการ นักธุรกิจก็ทำงานต่อไป ใครเป็นรัฐบาลก็มีหน้าที่มาเสริมทำให้ภาคเอกชนแข็งแรง
ต้องปล่อยวางความเกลียดชัง แล้วหันหน้าเข้าหากัน ประเทศเราพัฒนาช้ามากแล้ว ทุกอย่างช้ามา 20 ปีแล้ว กฎหมายที่จะออกใหม่แก้ปัญหาที่หมักหมมมานาน เร่งด่วนหมดแล้ว ดังนั้น รัฐบาลมีความชอบธรรมที่จะออกพระราชกำหนดในการแก้ปัญหาเรื่องสำคัญ ๆ ของประเทศ ไม่อย่างนั้นประเทศไม่ไปไหน
“ใครจะคิดว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนนายกฯ ไม่มีหรอก เพราะเราต้องทำงานต่อเนื่อง นายกฯ แพทองธาร เป็นนายกฯ ก็ถามผม เป็นเสมียนประเทศ รวบรวมทุกอย่างส่งให้นายกฯ ส่งให้รัฐมนตรี ไปดูหน่อยสิ ผมเป็นพวกชอบรวมปัญหา ชอบรวมแนวทาง ผมมีเพื่อนเป็นคนสิงคโปร์ วันที่ผมกลับเขาบอกว่าดีใจมากที่ผมได้กลับบ้าน แต่ในฐานะคนสิงคโปร์เขาหนักใจว่าจะต้องปรับการแข่งขัน เพราะผมกลับมาแล้ว แต่ตอนนี้เขาเห็นเราตีกัน นายกฯ ถูกพักงานด้วยเรื่องเฮงซวย เขาเลยบอกว่าวันนี้ไม่ต้องกังวลแล้ว ประเทศไทยคงแข่งเขาไม่ได้” นายทักษิณกล่าว