เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ 67,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ 67,000 บาท
แบงก์ชาติ ผนึก ‘IMF-ธนาคารโลก’ รับมือภัยการเงินข้ามพรมแดน ชี้สร้างความเสียหายถึง 4.3 แสนล้านบาท
Finance แบงก์ชาติ ผนึก ‘IMF-ธนาคารโลก’ รับมือภัยการเงินข้ามพรมแดน ชี้สร้างความเสียหายถึง 4.3 แสนล้านบาท
หุ้นไทยวันนี้ลุ้นเด้ง! รับ IMF อัพ GDP โบรกฯ ชู 4 ธีมหุ้นน่าสะสม
Finance หุ้นไทยวันนี้ลุ้นเด้ง! รับ IMF อัพ GDP โบรกฯ ชู 4 ธีมหุ้นน่าสะสม
สู้มือ สู้เท้า ทันเกม ทันใจ เอกภพ โฆษกรัฐบาลสาย ‘เพรสซิ่ง’
Politics สู้มือ สู้เท้า ทันเกม ทันใจ เอกภพ โฆษกรัฐบาลสาย ‘เพรสซิ่ง’
กลุ่มทิสโก้โชว์กำไรไตรมาส 3 โต 4.3% งวด 9 เดือนพุ่ง 5.7% รายได้ทุกธุรกิจหลักไปได้ดี
Finance กลุ่มทิสโก้โชว์กำไรไตรมาส 3 โต 4.3% งวด 9 เดือนพุ่ง 5.7% รายได้ทุกธุรกิจหลักไปได้ดี
คำขอนิรโทษ ‘ทักษิณ’ ถึงมืออนุฯกลั่นกรองแล้ว ก่อนชง คกก.สร้างเสริมสังคมสันติสุข
Politics คำขอนิรโทษ ‘ทักษิณ’ ถึงมืออนุฯกลั่นกรองแล้ว ก่อนชง คกก.สร้างเสริมสังคมสันติสุข
ราคาน้ำมันดิบผันผวน หลังตลาดคาดข้อตกลงส่งออกน้ำมันดีเซลจากรัสเซียช่วยเพิ่มอุปทาน
Economic ราคาน้ำมันดิบผันผวน หลังตลาดคาดข้อตกลงส่งออกน้ำมันดีเซลจากรัสเซียช่วยเพิ่มอุปทาน
กฟผ.ขีดเส้นปี’70 ตัดสินใจลุย SMR ดันโซลาร์ลอยน้ำรับดาต้าเซ็นเตอร์
Economic กฟผ.ขีดเส้นปี’70 ตัดสินใจลุย SMR ดันโซลาร์ลอยน้ำรับดาต้าเซ็นเตอร์
เมื่อจีนตื่นทอง
World เมื่อจีนตื่นทอง
จับตาชง ครม. ของบลุย ‘ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ’ ตั้ง ‘อธิบดีกรมอุตุ’
Politics จับตาชง ครม. ของบลุย ‘ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ’ ตั้ง ‘อธิบดีกรมอุตุ’
ดูทั้งหมด

ผบ.ตร.สั่งตำรวจสนับสนุนส่วนหน้า ปฏิบัติการพิทักษ์พื้นที่และอพยพประชาชน

24 ก.ค. 2568 | 14:15น.
ผบ.ตร.สั่งตำรวจพร้อมหนุนส่วนหน้า ปฏิบัติการพิทักษ์พื้นที่และอพยบประชาชน

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งตำรวจพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เตรียมพร้อมสนับสนุนส่วนหน้า กำชับการปฏิบัติตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง บูรณาการทุกภาคส่วนรักษาอธิปไตยไทย

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาขณะนี้ ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ ได้สั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้อง อาทิ ตำรวจภูธรภาค 2, ตำรวจภูธรภาค 3, กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เตรียมความพร้อมสนับสนุนเจ้าหน้าที่ส่วนหน้าตามอำนาจหน้าที่ของตำรวจ ตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิบัติงานด้านความมั่นคงภายใต้สถานการณ์ภัยคุกคามเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้กำชับตามแผนปฏิบัติการ “พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังและการอพยพประชาชน” ยกระดับการรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ (แผนกรกฎ/๖๗) โดยมุ่งหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างสอดคล้องกับภารกิจด้านความมั่นคงของรัฐ และสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที โดยมีสาระสำคัญด้านอำนาจหน้าที่ของตำรวจตามแผนดังกล่าว ดังนี้

1. ด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายใน : ตำรวจมีหน้าที่หลักในการดูแลความสงบเรียบร้อยภายในพื้นที่ส่วนหลัง ทั้งในเขตต้นทาง เส้นทาง และปลายทางของการอพยพประชาชน โดยจะดำเนินการจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และสายตรวจเฝ้าระวังตลอดแนวเส้นทาง ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในจุดยุทธศาสตร์ รวมถึงการสนับสนุนกำลังร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงอื่นในการควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ลุกลาม

2. ด้านการอพยพประชาชนและการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง : ตำรวจรับผิดชอบในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในเส้นทางอพยพ การควบคุมการเคลื่อนย้ายให้เป็นไปอย่างมีระเบียบ ปลอดภัย และรวดเร็ว รวมถึงการจัดกำลังเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก นักเรียน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้พิการ ตลอดกระบวนการอพยพ ตลอดจนการดูแลความปลอดภัยในศูนย์พักพิงและจุดรวมพล

3. ด้านการวิเคราะห์สถานการณ์และการสืบสวนหาข่าว : ตำรวจมีหน้าที่วิเคราะห์สถานการณ์เชิงรุกร่วมกับหน่วยข่าวกรองและหน่วยงานความมั่นคง ทั้งไทยและต่างประเทศ เพื่อประเมินแนวโน้มภัยคุกคาม และระบุพื้นที่เสี่ยง รวมทั้งดำเนินการสืบสวนหาข่าวเพื่อตรวจจับความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคล หรือกิจกรรมที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของพื้นที่ ประสานความร่วมมือกับกองทัพบก, สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ, กระทรวงการต่างประเทศ และทุกฝ่าย

4. ด้านการเตรียมความพร้อมและซักซ้อมแผน : เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเตรียมกำลังพลและทรัพยากรให้พร้อม ทั้งด้านอุปกรณ์การสื่อสาร ยานพาหนะ เครื่องมือช่วยชีวิต และระบบสื่อสารฉุกเฉิน รวมถึงดำเนินการฝึกซ้อมแผนในรูปแบบ Table Top Exercise (TTX) และ Field Simulation Exercise เพื่อทดสอบความพร้อมและสร้างความเข้าใจร่วมกับภาคีเครือข่าย

5. ด้านการสื่อสารสาธารณะและการประชาสัมพันธ์ : ตำรวจมีบทบาทสำคัญในการสื่อสารความเสี่ยงต่อประชาชนในพื้นที่ โดยใช้ช่องทางที่เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่น เช่น หอกระจายข่าว วิทยุชุมชน สื่อออนไลน์ และการลงพื้นที่พบประชาชนผ่านกิจกรรม “Stop Walk Talk” เพื่อชี้แจงสถานการณ์และสร้างความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการของภาครัฐ โดยขอความร่วมมือในการไม่เผยแพร่ภาพที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคง

6. ด้านการบังคับใช้กฎหมายและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน : ในการควบคุมสถานการณ์ ตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักนิติธรรม หลักสิทธิมนุษยชน และความได้สัดส่วนของการใช้อำนาจรัฐ ห้ามเลือกปฏิบัติหรือใช้กำลังเกินกว่าเหตุ พร้อมจัดทำเอกสารบันทึกการควบคุมตัวหรือการตรวจค้นอย่างเป็นระบบและตรวจสอบได้ การสอบสวนภายหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายและบทสรุปของสถานการณ์

7. ด้านการประสานงานและบูรณาการความร่วมมือ : ตำรวจต้องทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการประสานงานกับฝ่ายปกครอง ทหาร สาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน โดยจัดตั้งชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ และศูนย์บัญชาการระดับพื้นที่ เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีเอกภาพและรวดเร็วในทุกสถานการณ์

อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน และ ข้อความ

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวย้ำว่า แผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังนี้ และการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด จะสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของตำรวจในฐานะหน่วยงานหลักด้านความมั่นคงที่ต้องมีขีดความสามารถในการเตรียมความพร้อม รับมือ และฟื้นฟูสถานการณ์ได้อย่างครอบคลุม โดยการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจภายใต้แผนนี้เน้นความเป็นมืออาชีพ ความสอดคล้องกับภารกิจ อำนาจและความชัดเจนของหน้าที่ตามกรอบของกฎหมาย และการปฏิบัติที่คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีของประชาชนเป็นสำคัญ ซึ่งถือเป็นกรอบการทำงานที่สำคัญยิ่งในบริบทชายแดนที่มีความอ่อนไหว ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ