ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA เปิดเผยว่า ปัญหากู้ไม่ผ่านหรือแบงก์ปฏิเสธสินเชื่อซื้อที่อยู่อาศัย ไม่ใช่แค่ปัญหาเฉพาะกลุ่ม แต่กลายเป็นวิกฤตที่กระทบคนตัวเล็กทั่วประเทศ
ข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่าอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มที่ต้องการซื้อบ้านระดับราคา 1–3 ล้านบาท ซึ่งมักเป็นบ้านหลังแรกของคนวัยเริ่มต้นทำงาน
แม้เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการผ่อน แต่กลับถูกจำกัดด้วยเกณฑ์สินเชื่อที่เข้มงวด รายได้ไม่แน่นอน และภาระหนี้ครัวเรือน ขณะเดียวกัน เทรนด์ของคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยเริ่มหันไปเลือก “เช่า” แทนการซื้อ ยอมจ่ายรายเดือนโดยไม่มีวันเป็นเจ้าของ
SENA เข้าใจ Pain Point นี้อย่างลึกซึ้ง มองเห็นสัญญาณความเปลี่ยนแปลง โดยไม่หยุดแค่การยอมรับความจริง แต่ลุกขึ้นท้าทายระบบการซื้อบ้านแบบเดิมด้วยแคมเปญ “เฮ้ย อยู่ก่อน กู้ทีหลัง” เปลี่ยนค่าเช่าเป็นเงินออม ภายใต้โปรแกรม “LivNex-เช่าออมบ้าน” เพื่อตอบโจทย์คนที่อยากมีบ้าน แต่ยังไม่พร้อมกู้
“แคมเปญนี้เกิดจากความเข้าใจปัญหาและข้อจำกัดที่ผู้บริโภคต้องเผชิญอยู่จริง เราเห็น Pain Point ของคนที่อยากมีบ้าน แต่ติดขัดเรื่องระบบสินเชื่อที่เข้มงวด รายได้ไม่แน่นอน หรือภาระหนี้ที่สะสมอยู่
เสนาฯ จึงออกแบบแคมเปญ “เฮ้ย อยู่ก่อน กู้ทีหลัง” เปลี่ยนค่าเช่าเป็นเงินออม ภายใต้ solution LivNex เช่าออมบ้าน เพื่อให้คนที่ยังไม่พร้อมกู้สามารถเริ่มต้นได้ทันที ตั้งเป้าผลักดันการขายห้องชุดจากโปรแกรมเช่าออมบ้าน 5,000 ล้านบาท
โดยลูกค้าสามารถทดลองอยู่ได้สูงสุด 3 ปี โดยไม่ต้องใช้เงินดาวน์ ไม่ต้องรีบกู้ และไม่ผูกมัด หากเปลี่ยนใจก็สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้เหมือนใบจอง ขณะเดียวกัน ค่าเช่าที่จ่ายไปบางส่วนยังถูกแปลงเป็นเงินออมสะสม เพื่อนำไปลดเงินต้นเมื่อลูกค้าพร้อมโอน
“เราเชื่อว่าบ้านไม่ควรเป็นสิทธิ์เฉพาะของคนที่ผ่านเกณฑ์ (พิจารณาสินเชื่อ) ของระบบเดิมเท่านั้น แต่ควรเป็นโอกาสที่ทุกคนเข้าถึงได้จริง เพราะแบรนด์เสนาฯ ไม่ใช่แค่การสร้างบ้านเพื่อขาย แต่คือการสร้างโอกาสให้ผู้คนได้เริ่มต้นชีวิตที่ดีในบ้านที่เป็นไปได้จริง นี่คือเหตุผลที่เสนาเลือกจะเป็นแบรนด์แรกที่กล้าคิดต่าง และกล้าทำในสิ่งใหม่ ๆ เพื่อเปิดทางเลือกที่ตอบโจทย์คนไทยในทุกสถานการณ์”
โดยเสนาฯ เชื่อว่าโมเดลนี้ยังช่วยส่งเสริมวินัยทางการเงินให้กับผู้บริโภค พร้อมปูทางสู่การมีสินทรัพย์ในอนาคต ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน ตอบโจทย์ธุรกิจ และยังสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมในภาพรวมในระยะยาว
สำหรับบิซสิเนสโมเดลเสนาฯ ไม่หยุดแค่สร้างบ้านที่ทุกคนเข้าถึงได้ แต่ยังคิดให้ครบในทุกมิติของการอยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านที่อยู่สบาย ประหยัดพลังงาน ใช้วัสดุที่ปลอดภัยต่อโลก พร้อมระบบจัดการพลังงานภายในอาคาร เพื่อให้ทุกวันของลูกบ้านมีส่วนช่วยลดคาร์บอน ด้วยแนวคิด SENA Low Carbon
เพราะผู้บริโภควันนี้ไม่ได้มองหาแค่บ้านที่อยู่ได้ แต่ต้องการบ้านที่อยู่แล้วดีต่อชีวิตและดีต่อโลกไปพร้อมกัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน (SENA Sustainable Living Leader) ที่คิดเพื่อวันนี้ และอนาคตของทุกคน
